เปิดฉาก

“เวลากาแฟ”ที่นี่ มิใช่มีเรื่องราวเฉพาะเจาะจง หากเชื่อมโยงอย่างกว้างหลายมิติ ตั้งแต่กระบวนการผลิตกาแฟ จากต้นธาร สู่ปลายทาง ส่วน “เวลากาแฟ”ซึ่งเข้าใจกันนั้น มิใช่แค่เวลาและวิธีทำ หากรวมทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรม

ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า เริ่มต้นดื่มกาแฟตั้งแต่เมื่อไหร่  ตั้งใจจะค้นหา(นำเสนอตอนต่อๆไป) ไม่มีความจำเป็นต้องหาเหตุผล  แค่พิจารณาช่วงเวลา เชื่อว่าจะนำพาสู่บางบริบททางสังคมซึ่งสัมพันธ์กัน

ภาพคร่าวๆ ในฐานะคอกาแฟ คงนับเนื่อง ณ จุดเปลี่ยน จากกาแฟสำเร็จรูป สู่กาแฟสด  เป็นภาพเคลื่อนไหวสลับฉาก ระหว่างการแวะเวียนตามเส้นทางการเดินทาง หรือไปยังร้านกาแฟขาประจำ ซึ่งว่ากันว่าเป็น“ตัวแทน”วัฒนธรรมกาแฟคลื่นลูกที่2  กับช่วงเวลาทำเองที่บ้าน ซึ่งสำคัญมากขึ้นๆ ทั้งให้ภาพช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างซับซ้อน

เวลากาแฟที่บ้าน มองผ่าน“สิ่งของ”ที่จับต้องได้  ยังอยู่ในความทรงจำ พอจะเล่าเรื่องความเป็นไปบางมิติได้

จากเครื่องต้มกาแฟไฟฟ้าแบบพื้นๆ  ยกระดับ เป็นเครื่องทำเอสเปรสโซ่ (Espresso machine) น่าจะนานกว่าทศวรรษแล้ว  เชื่อว่าเวลานั้น สอดคล้องวิถีกาแฟ เริ่มต้นยุคพิถีพิถัน กับไลฟ์สไตล์ชนชั้นกลาง  Espresso machine ซึ่งเคยราคาแพง ได้มีผู้ผลิตมากรายขึ้น ราคาจึงถูกลง 

และแล้วเวลาดูเหมือนย้อนกลับไป สู่พื้นฐาน สู่ความเรียบง่าย   ผมเริ่มเปลี่ยนมาใช้เครื่องทำกาแฟแรงดันไอน้ำ ชนิดตั้งบนเตาถ่าน เตาแก๊ส หรือเตาไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Moka pot หรือ stove-top  อันที่จริงเป็นต้นแบบเครื่องทำEspresso ดีไซน์สะท้อนความคลาสสิก รุ่นดั้งเดิมของอิตาลีแบรนด์ Bialetti ออกแบบและผลิตตั้งแต่ปี 2477   ในบางขณะต้องการความเรียบง่ายและกระชับ จะสลับมาใช้เครื่องทำกาแฟแบบ French press ผลิตภัณฑ์ต้นคิดโดยชาวฝรั่งเศส แต่เข้าสู่ตลาดอย่างจริงจังโดยชาวอิตาเลียน เมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว

มุมมองเชื่อมโยงกับ Espresso machine   Moka pot และ  French press  ซึ่งบางคนว่าเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมกาแฟต้นตำรับสังคมอิตาลี จะอรรถาธิบายขยายความในวาระต่อไปเช่นกัน

หากถามว่า ปัจจุบัน “เวลากาแฟ” เดินหน้ามาถึงไหน  ดูภาพล่างแล้ว คงจินตนาการได้

ภาพนั้นควรให้คำบรรยายว่า “ดำเนินชีวิตช้าลง และเรียบง่ายขึ้น กับกาแฟแบบน้ำหยด” เป็นอีกฉาก สะท้อนภาพรวมอย่างไม่ต้องสงสัย  ควรเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์เครื่องบดกาแฟ และต้องเป็นบดด้วยมือ(2ชิ้นซ้ายสุด) ผลิตโดย Kyocera แห่งญี่ปุ่น เป็นที่รู้กันว่าเพียงผลิตเฉพาะเครื่องถ่ายเอกสาร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ น้อยนักจะรู้ว่าความชำนาญดั้งเดิมเกี่ยวกับ Ceramic technology เดิมชื่อ Kyoto Ceramics ด้วยอ้างอิงที่ตั้งเมืองเก่าเกียวโต ก่อนเปลี่ยนมาเป็น Kyocera

ชิ้นส่วนสำคัญเป็น Advanced Ceramics ทำจากส่วนผสม ceramic กับ zirconium dioxide การผสมผสานเทคโนโลยีเยอรมนีกับญี่ปุ่น เกิดขึ้นในยุคฟื้นฟูอุตสาหกรรม หลังบอบซ้ำจากสงครามโลกครั้งที่สอง    ที่เหลือ(3และ 4 จากซ้าย) เป็นอุปกรณ์ทำกาแฟน้ำหยดโดยตรง กาต้มน้ำ(Coffee drip Kettle )กับกรวยวางกระดาษกรอง(Coffee Dripper) ดีไซน์ดูดีจนได้รางวัล Good design แห่งญี่ปุ่น(2007) วางบนอุปกรณ์ชิ้นสุดท้าย(ขวาสุด) ภาชนะเสิร์ฟกาแฟ( Coffee Server) เป็นของเก่าเก็บ ซื้อนับสิบปีเพิ่งรู้ว่าได้รางวัล Good design(1990) ด้วย ทั้งหมดเป็นแบรนด์ Harioแห่งญี่ปุ่น(หากสนใจวิธีทำ ค้นหาได้ใน YouTube )

เป็นที่น่าสังเกตว่าญี่ปุ่นออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์ทำกาแฟยุคล่าสุดคลื่นลูกที่ 3 ได้อย่างสวยงาม ลงตัว เป็น “ชิ้นส่วน”ปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหววัฒนธรรมกาแฟญี่ปุ่น (เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีช่วงสัปดาห์แห่งการสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟญี่ปุ่น จะเป็นอีกตอนตั้งใจจะนำเสนอ)

เมื่อมาถึงปลายทาง ช่วงเวลาดื่มกาแฟ  ประสบการณ์ที่แตกต่าง อย่างน่าสนใจ  บางฉากบางตอนประหนึ่งภาพยนตร์ตัวอย่างเปิดฉาก “เวลากาแฟ” (ภาพล่าง) ที่นี่ ที่น่าติดตามต่อไป

  

กาแฟดำแบบน้ำหยด กับแบรนด์ Malongo แห่งฝรั่งเศส ชนิดคั่วแบบฉบับอิตาลี (Gout Italian)  ดื่มในถ้วยเซรามิคชั้นดี(Porcelain) อ้างอิงต้นตำรับมักเรียกว่า fine china  เติมแต่งด้วยงานศิลปะผลงาน Roy Lichtenstein(1923 –1997) ศิลปิน Pop art ชื่อดังชาวอเมริกัน ซึ่งผลิตและขายที่ Tate Modern หอศิลป์ระดับโลกแห่งอังกฤษ  

ภาพอันน่าทึ่งข้างต้น เสมือนการหลอมรวมโลก และเอกลักษณ์ ในกระบวนการสร้างสรรค์  ท่ามกลางการ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และยอมรับซึ่งกันและกัน

“เวลากาแฟ”นำเสนอประสบการณ์มากกว่าที่คิดจริงๆ