Marketeer ได้มีโอกาสสัมภาษณ์“คุณแพร” ระริน อุทกะพันธ์  ปัญจรุ่งโรจน์  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  บจม. อมรินทร์ฯ ในงาน บ้านและสวนแฟร์ 2019 “Living Transformed” ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ดูเหมือนเธอสดชื่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะภาระะบนบ่าที่หนักอึ้งค่อนข้างเบาลง

ปี 2561 อมรินทร์ มีรายได้รวม 3,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 58% เป็นเม็ดเงินกำไร 174 ล้านบาท เป็นกำไรครั้งแรกในรอบ 4-5 ปี หลังจากธุรกิจ Print โดนดิสรัปชั่นจาก online และการก้าวมาสู่ธุรกิจดิจิทัล ทีวี “อมรินทร์ทีวี 34”

วันนี้ ธุรกิจทีวี On Air  และงานแฟร์ อีเวนต์ On Ground กำลังเป็นรายได้สำคัญของบริษัท

งาน “บ้านและสวนแฟร์” จัดปีละ 3 ครั้ง คือต้นปี กลางปี และปลายปี ที่จะมีสเกลใหญ่กว่า 2 ครั้งแรก เป็นงานใหญ่ที่ใช้พื้นที่มากที่สุด จำนวนบูทมากที่สุด และยอดคนเข้าเยี่ยมชมงานสูงที่สุดในบรรดาอีเวนต์ทั้งหมดของอมรินทร์ฯ หรือพูดได้ว่าเป็นงานเกี่ยวกับบ้านและสวนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย  

และเป็นงานที่อมรินทร์ กรุ๊ป ดึงคนจาก On Print, Online, On Air มาสู่  On Ground ได้มากที่สุด

ปีนี้ เป็นงานที่จัดใหญ่กว่าทุกปี ทั้งในเชิง DESIGN, LIVING และ OUTDOOR LIVING รวมทั้งนิทรรศการและกิจกรรมที่ให้ความรู้ คือ 60,000 ตร.ม  3,216 บูท 

ระรินเล่าว่าบ้านและสวนแฟร์จัดขึ้นครั้งแรกที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เป็นการจัดเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี ของนิตยสาร “บ้านและสวน” ที่ต้องการให้ผู้อ่านและผู้ลงโฆษณาสินค้าในนิตยสารมาเจอกัน ซึ่งมีเพียง 250 บูท พื้นที่ประมาณ 6,000 ตร.ม เท่านั้น

“เป็นการจัดครั้งแรกที่ไม่มั่นใจเลยว่าคนจะสนใจ และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าปีต่อไปจะจัดอีกหรือเปล่า ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก ลูกค้าที่ต้องการเข้ามาร่วมงานมากกว่าที่คิดเช่นเดียวกับคนเข้ามาชมงานก็ล้นหลาม เลยจัดต่อเนื่องมานานถึง 20 ปี โดยมีเรื่องของความรื่นรมย์ในการชมงานเป็นคีย์สำคัญในการจัดงาน ไม่ว่าในปีนั้นจะเป็นธีมอะไร”

ปีแรกๆ งานในส่วนของสวนอาจจะน้อยปีหลังๆ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นงานขายต้นไม้ในห้องแอร์อีกงานที่ลูกค้าชอบมาก

“ต้องบอกว่าการขายพื้นที่สวน เราทำราคาได้น้อยเพราะผู้ประกอบการเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี ราคาขายต้นไม้ไม่ได้สูงเหมือนสินค้าประเภทอื่น เช่นเดียวกับโซนคราฟต์ด้านนอกที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นงานทำมือของเด็กรุ่นใหม่ ที่ทำด้วยใจ มีไอเดียแปลกๆ เป็นโซนหนึ่งที่ตั้งราคาขายไม่สูงเช่นกัน”

แม้ได้ราคาขายพื้นที่ 2 จุดนี้ไม่ดี แต่สามารถทำให้ผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่มได้เข้ามาร่วมงาน กลายเป็นเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งในการดึงคนมาเดินชมงานเพิ่มขึ้นทุกปีๆ จนคาดว่าปีนี้จะมีประมาณ 1.8 ล้านคน และจะมีเงินสะพัดในงานไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท

ในงานมีทั้งหมด 10 โซน โซนที่มีจำนวนบูทมากที่สุดคือ เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน 839 บูท Living Zone 408 บูท ส่วนโซนต้นไม้และของตกแต่งสวนมี 394 บูท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 50 บูท และมีโซนใหม่คือ “เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง” 

ปีนี้ งานแฟร์ทั้งหมดของเครืออมรินทร์ฯ มีทั้งหมด 12 งาน เช่น งานบ้านและสวนแฟร์ งาน Amarin Baby & Kids Fair งาน Sudsupda Shopping Market กินดีอยู่ดี บายชีวจิต ฯลฯ

ส่วนปีหน้าจะมีการจัดเพิ่มขึ้นเป็น 18 งาน นอกจากงานเดิมเพิ่มจำนวนครั้งแล้ว ยังมีงานใหม่เข้ามาเช่น “งานบ้านและสวน เพ็ทแฟร์” เป็นงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครั้งแรกจัดที่ไบเทคในเดือนสิงหาคม “งานอมรินทร์เอ๊กซ์โป” ซึ่งจัดครั้งแรกที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า KICE ที่จังหวัดขอนแก่น ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งรวมไว้ 4 งานคือบ้านและสวน กินดีอยู่ดี Baby & Kids และนายอินทร์ บุ๊คแฟร์ ไว้ด้วยกัน

ทุกส่วนโตต่อเนื่อง แต่ นิตยสารปีหน้าเหลือเพียง 6 หัว

ปัจจุบันอมรินทร์ก้าวสู่การเป็นมีเดียครบวงจร (omni-media) ประกอบด้วย On Print, Online, On Air, On Ground และ On Shop โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อ โดยเฉพาะออนไลน์ที่โตดับเบิ้ลเพราะฐานอาจจะไม่สูงมาก ทีวีปีนี้ก็สามารถทำเรตติ้งให้ขึ้นไปอยู่ในระดับทอปเท็นและรั้งอันดับ 7 ในเดือนที่ผ่านมา โอกาสการเข้ามาของโฆษณาก็มากขึ้น

งานแฟร์และอีเวนต์ก็ขยายต่อเนื่องเพิ่มทั้งจำนวนครั้ง พื้นที่จัดงาน และงานใหม่ๆ

พ็อกเก็ตบุ๊กเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังโต แต่คนอ่านได้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อหนังสือโดยหันมาสั่งทางออนไลน์แทนการซื้อที่หน้าร้านมากขึ้น โดยหมวดฮาวทู นิยาย และเด็กยังคงขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้วยังมีการออกหนังสือใหม่ถึง 389 ปก โดยยังมีร้านนายอินทร์ที่เปิดดำเนินการอยู่จำนวน 145 ร้าน

ส่วนนิตยสารที่วันนี้มี 8 หัว คือ บ้านและสวน, แพรว, สุดสัปดาห์, แพรว เวดดิ้ง, ชีวจิต  Room, Amarin Baby&Kids และ National Geographic จำเป็นต้องปรับลดลง

“แมกกาซีนต้องยอมรับว่าไม่โต ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจาก 8 หัว จะเหลือประมาณ  6 หัวคือบ้านและสวน, แพรว, แพรว เวดดิ้ง, ชีวจิต Room และ National Geographic เราจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาด เพราะถ้าจะฝืนทำไปก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับองค์กร ซึ่งพนักงานก็ยอมรับและเข้าใจ”

ระรินกล่าวว่าการได้กลุ่มผู้หุ้น “ไทยเบฟ” เข้ามาดูภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจ และช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ย ทำให้วันนี้ อมรินทร์ฯ ”โชว์ผลกำไร” ได้อีกครั้งหนึ่ง และมั่นใจว่าจะสามารถเดินต่อได้อย่างแข็งแรงแน่นอน

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer