อีก 5 ปี “เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป” ขอรายไ้ด้ “หมื่นล้าน”

สรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน เครือเซ็น มีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ 248 สาขา

รายได้หลักมาจากกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น 6 แบรนด์ 80% และอีก 20% มาจากกลุ่มอาหารไทย 7 แบรนด์โดยจับกลุ่มแมส 50%, บน 40% ที่เหลืออีก 10% มาจากกลุ่มของพรีเมี่ยม

แต่จากนี้ภายใน 5 ปี จะต้องมีรายได้ “10,000 ล้านบาทเติบโต 2-3 เท่าจากรายได้ที่มีในวันนี้ พร้อมกับเปลี่ยนสัดส่วนรายได้จากร้านอาหารญี่ปุ่นเหลือ 65% ผลักให้ร้านอาหารไทยเพิ่มมาเป็น 35%

การจะไปถึงจุดนั้นได้ทำให้ต้องมีการเติบโตไม่น้อยกว่าปีละ 25% ซึ่งจะเน้นการเติบโตไปที่กลุ่มแฟรนไชส์ซึ่งโดยปรกติแล้ว เครือเซ็น จะใช้เงินลงทุนปีละ 250-300 ล้านบาท ในการขยาย 15-20 สาขาต่อปี แต่ต่อจากนี้จะขยายปีละไม่น้อยกว่า 50 สาขา โดยที่เครือเซ็นขยายเท่าเดิม แต่ที่เหลือจะเป็นของแฟรนไชส์ เพื่อทำให้มีทั้งหมด 600 สาขา ต่อจากนี้

หากสังเกตให้ดีจะพบว่าเครือเซ็น มีการอาหารที่จับกลุ่มในทุกเซ็กเมนต์อยู่แล้ว ถ้าจะถามว่า ภายใน 5 ปีนี้ จะมีแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา อาจจะคิดแบรนด์ใหม่หรือเข้าซื้อกิจการ ก็ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด

อยากไรก็ตามปีที่ผ่านมาในกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นได้มีการซื้อกิจการ Sushi Cyu แบรนด์อาหารญี่ปุ่นพรีเมียม พร้อมกับเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุด “Musha” โดยวางแผนให้เป็นดาวดวงใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นต่อจากนี้

แม้ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์เซ็น จะมีสัดส่วนรายได้มากที่สุดถึง 40% แต่เครือเซ็นไม่ต้องการให้ร้านอาหารเพียงหนึ่งร้าน จับกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม จึงใช้เวลากว่า 1 ปีในการคิดค้น Musha เพื่อหันไปจับกลุ่มอื่นๆบ้าง

โดย Musha ถูกวางเป็นอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นข้าวราดหน้าต่างๆ ในราคาเข้าถึงง่ายไม่เกิน 100 บาท จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยจะขยายไปในกลุ่มของไฮเปอร์มาเก็ต และ คอมมูนิตี้มอลล์ในต่างจังหวัด ปัจจุบันมีแล้ว 3 สาขา ปีนี้วางแผนขยายอีก 12 สาขา

ส่วนร้านอาหารไทยเน้นหนักที่ “ตำมั่ว” ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาเมื่อปีก่อน ก็ยังคงเน้นขยายตำมั่วต่อไป โดยก่อนหน้านี้ De Tummour ร้านอาหารอีสานต้นตำรับระดับพรีเมียม เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตลาดบนและชาวต่างประเทศ

ตลาดร้านอาหารในเมืองไทยยังมีโอกาสอีกเยอะ ดังนั้นตำมั่วจึงยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่ทั้งนี้คู่แข่งหลักของเราคืออาการสตรีทฟู้ด ดังนั้นเราจึงต้องสู้ด้วยคุณภาพและการบริการที่ดีกว่า

นอกจากนี้ยังได้การทำสินค้ารีเทลออกมาขายทั้งน้ำปลาร้า  น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มแจ่ว ปลาร้าบ่อง เส้นหมี่ โดยวางให้เป็นสินค้าที่บุกไปยังโซนอกเอเชีย ซึ่งเริ่มไปวางขายแล้วที่ออสเตรเลียและลอนดอน โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ราว 10 ล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้เพิ่มแตะระดับ 100 ล้านบาท


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer