5G มีดีอะไร ? ทำความรู้จักกับ 5G เร็ว แรง แต่อาจแฝงมาด้วยอันตราย

ปี 2020 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกโทรคมนาคม จากการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีสู่ 5Gที่จะสร้างโลกแห่งการเชื่อมต่อนานับมหาศาล ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตของผู้คนผ่าน AI, IoT และอื่นๆ อีกมากมาย

5G พระเอกคนใหม่ที่สร้างการเติบโตให้กับโทรคมนาคมโลก

จากข้อมูลของการ์ทเนอร์ พบว่าในปี 2020 ปีแรกที่ 5Gเริ่มทยอยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการทั่วโลก จะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโอเปอเรเตอร์จากการบริการ 5Gมากถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.27 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่เติบโตจากการบริการเครือข่าย 4G ในปี 2019 มากถึง 89% โดยปี 2019 โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกมีรายได้จากการให้บริการ 4G เพียง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.63 หมื่นล้านบาท

รายได้ที่เติบโตนั้นเชื่อว่ามาจาก Use Case ใหม่ๆ ที่นำคุณสมบัติของเทคโนโลยี 5Gมาใช้งาน

ในปัจจุบันมีหลายประเทศได้เริ่มทดลองให้ตอนนี้มีการเริ่มใช้ 5Gกับ Use Case ต่างๆ เช่น การทดลองเล่นเกม บนคลาวด์, พาหนะไร้คนขับ, นิคมอัจฉริยะ, อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม และอื่นๆ อีกมากมาย

 

5G มา แต่ 4G ยังคงอยู่อีกนาน

การมาของ 5Gใช่ว่า 4G ที่ใช้อยู่จะลดบทบาทความสำคัญลง

เพราะ 2020 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ 5Gเท่านั้น

ในวันนี้การให้บริการ 5Gจะยังคงพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกับเครือข่าย 4G และบางประเทศในภูมิภาคเอเชียเพิ่งจะเริ่มใช้ 4G

ดังนั้น จึงจะใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เครือข่าย 5Gจะถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย

GSMA คาดการณ์ว่า ในปี 2025 เครือข่าย 4G ยังคงเป็นเครือข่ายหลักของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในเอเชีย คิดเป็น 68% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั่วโลก พื้นที่ชนบทหลายแห่งยังคงใช้เทคโนโลยี 4G เพราะคลื่นที่นิยมให้บริการ 4G เป็นคลื่นที่สามารถส่งสัญญาณจากสถานีฐานไปได้ไกลที่ยาวกว่าคลื่นที่นำมาให้บริการ5G

 

5Gยังมาพร้อมอาชญากรรมไซเบอร์

แม้การมาของ 5Gถือว่าเป็นการส่งเสริมให้การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  แต่การมาของ 5Gก็เป็นช่องโหว่ของอาชญากรรมไซเบอร์เช่นกัน

เพราะในยุคของการให้บริการ 4G ในปัจจุบันเรายังคงได้เห็นข่าวที่เกิดขึ้นจากทุกมุมโลก จากการโดนโจมตีและอาชญากรรมไซเบอร์ ตั้งแต่สแปมไปจนถึงการดักฟัง มัลแวร์ การปลอมแปลง IP การขโมยข้อมูลและบริการ การโจมตีแบบ DDoS และตัวแปรอื่นๆ อีกมากมาย

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยของผู้ใช้งานนับล้านรายและความอ่อนแอด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันและบริการของบุคคลที่สามจำนวนมาก และจะดำเนินไป สู่ 5Gอย่างไร้ข้อสงสัย

หากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ไม่ได้รับการจัดการและถูกปล่อยให้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือ อาจเป็นจุดแรกที่ต้องพึงระวังจากการโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งช่องโหว่ต่างๆ

IoT ยุค 5Gที่ไม่ปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์ IoT ที่เข้ามาในตลาดจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จะถูกคุกคามทางไซเบอร์อย่างเงียบๆ

จากข้อมูลของ IDC พบว่าปี 2019 ภูมิภาคเอเชียจะเป็นผู้นำของโลกในการใช้จ่ายด้าน IoT คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36.9% ของการใช้จ่ายทั่วโลก และการมาของ 5Gจะทำให้การใช้งาน IoT แพร่หลายกว่านี้อย่างแน่นอน

ระบบ IoT ที่ไม่ปลอดภัยสามารถสร้างความเสียหายเป็นทวีคูณได้เมื่อถูกใช้ภายใต้เครือข่าย5G 

อย่างเช่นการเชื่อมต่อ IoT ด้วยกล้องของกริ่งประตูไปที่ระบบลำโพงไร้สาย เราจะเห็นโหมดการโจมตีผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่ปลอดภัย และประตูบ้านอาจจะเปิดต้อนรับบางสิ่งบางอย่างที่นอกเหนือจากแขกของตัวเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาด้านอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลก ส่วนหนึ่งมาจากการขาดแคลนคนที่มีความสามารถในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และปัญหาช่องว่างทางทักษะที่สำคัญ

จากงานวิจัย 2018 Cybersecurity Workforce Study พบว่าภูมิภาคเอเชียยังขาดบุคลากรที่มีทักษะถึง 2.14 ล้านคน ทำให้ภูมิภาคนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด

ที่มา:  พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ก 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน