ลอรีอัล กรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจความงามกว่า 100 ปี ที่โลดแล่นอยู่ในวงการ

มีแบรนด์เครื่องสำอาง เวชสำอางความงามกว่า 36 แบรนด์

ทำตลาดใน 150 ประเทศทั่วโลก

ปี 2561 ลอรีอัล กรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 2.69 หมื่นล้านยูโร

ส่วนปี 2562 ที่ผ่านมานั้น ลอรีอัล กรุ๊ป ทำยอดขายทุบสถิติในรอบกว่า 10 ปี ด้วยยอดขาย 2.987 หมื่นล้านยูโร เติบโตจากปีก่อนหน้าถึง 8%

อะไรทำให้ยอดขายของทั้งเครือเติบโต ตาม Marketeer มาหาคำตอบ

ลอรีอัล กรุ๊ป แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง, ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง, ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ

ฌอง-พอล แอกง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล เปิดเผยว่า ยอดขายของผลิตภัณฑ์ในเครือลอรีอัลทุกกลุ่มเติบโตขึ้น

ยอดขายแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง ยอดขายสูงกว่า 1.1 หมื่นล้านยูโร จากการเติบโตของ 4 แบรนด์ใหญ่ของลอรีอัล ได้แก่ ลังโคม อีฟ แซงต์ โลร็องต์ จิออร์จิโอ อาร์มานี และคีลส์ ซึ่งสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นในอัตราเลข 2 หลักได้ทุกแบรนด์

ส่วนแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางทำยอดขายทั้งปีได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยยอดขาย ลา โรช-โพเซย์ ทะลุ 1 พันล้านยูโร

ขณะที่การขยายตัวของแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคได้แรงหนุนจากแบรนด์ ลอรีอัล ปารีส

รวมทั้งยอดขายในแผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ มีไฮไลท์อยู่ที่การเติบโตในอัตราเลข 2 หลักของแบรนด์ เคเรสตาส”

และหากแยกผลประกอบการตามโซนภูมิภาคพบว่า กลุ่มตลาดใหม่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี และตลาดเอเชียแปซิฟิกก้าวขึ้นมาเป็นภูมิภาคอันดับ 1

โดยมาจากยอดขายในจีนที่เติบโตช่วงปลายปี รวมทั้งยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นในเกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ขณะที่ตลาดยุโรปตะวันออกสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้

ส่วนยุโรปตะวันตกก็สามารถหวนคืนสู่การขยายตัวได้อีกครั้ง แต่อเมริกาเหนือได้รับผลกระทบจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ

โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กับลอรีอัล กรุ๊ป มาจากช่องทางอี-คอมเมิร์ซ และค้าปลีกท่องเที่ยว โดยอี-คอมเมิร์ซขยายตัวอย่างโดดเด่นในอัตรา 52.4% และมียอดขายคิดเป็นสัดส่วน 15.6% ของยอดขายรวม

ขณะที่ช่องทางค้าปลีกท่องเที่ยวมียอดขายเพิ่มขึ้น 25.3%

และหากลงลึกในรายละเอียดจะพบว่า

1. ผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโต 3.2%  

ปีนี้เป็นปีที่สามารถกลับมามีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดได้อีกครั้ง ยอดขายโตเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลักดันการเติบโตมากที่สุด

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังสร้างสถานะที่แข็งแกร่งจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ และเอเชียแปซิฟิก

2. ผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต 3.3%

แบรนด์ลอรีอัล ปารีส มีอัตราการเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2550 จากการเปิดตัวครั้งสำคัญของ Rouge Signature ในกลุ่มเมกอัพ และ Revitalift Filler ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนนิค แอซิด ในกลุ่มสกินแคร์ แบรนด์การ์นิเย่ ก็มีการเติบโตจากกลุ่มตลาดใหม่

อย่างไรก็ดี ตลาดเมกอัพในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากขึ้นเช่นนี้ เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ก็ยังคงประสบความสำเร็จในการเปิดตัว Fit Me! และ Superstay Matte Ink รวมทั้งมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มตลาดใหม่ด้วยเช่นกัน

3. ผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงเติบโต 13.8%

เติบโตสูงกว่าตลาด และตอกย้ำความสำเร็จของผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์และน้ำหอม โดย 4 แบรนด์หลักของกลุ่มนี้คือ ลังโคม อีฟ แซงต์ โลร็องต์ จิออร์จิโอ อาร์มานี และคีลส์ มีอัตราการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก

ผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก และยุโรปตะวันตก แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากกว่าในสหรัฐฯ ก็ตาม

กลุ่มนี้ยังทำผลงานได้ดีในช่องทางค้าปลีกท่องเที่ยว ตลาดยุโรปตะวันออก และละตินอเมริกาด้วย ขณะเดียวกันช่องทางอี-คอมเมิร์ซของแผนกนี้ก็ยังคงขยายตัวเร็วขึ้น ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายกว่า 20% จากยอดขายของกลุ่ม

4. ผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโต 15.5%

อัตราการเติบโตนี้เป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 20 ปีของผลิตภัณฑ์เวชสำอาง โดยขยายตัวสองเท่าของตลาดผลิตภัณฑ์ผิวหนัง

แบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ มีการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก ครองส่วนแบ่งตลาดในทุกภูมิภาค และทำยอดขายทะลุ 1 พันล้านยูโร ส่วนแบรนด์วิชี่ ก็เติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดขายสูงเป็นพิเศษในยุโรปตะวันออก และละตินอเมริกา

ทั้งนี้การเติบโตตามภูมิภาคมีดังนี้

  • ยุโรปตะวันตกเติบโต 8%
  • อเมริกาเหนือลดลง 8%
  • กลุ่มตลาดใหม่

เอเชียแปซิฟิกมียอดขายเพิ่มขึ้น 25.5%

ละตินอเมริกาเติบโตขึ้น 2.0%

ยุโรปตะวันออกเติบโตขึ้น 9.0%

แอฟริกาและตะวันออกกลางยอดลดลง 4.1%

 

โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์มียอดขายเพิ่มขึ้นในอัตราเลขสองหลัก และยอดขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 เนื่องจากได้แรงหนุนอย่างมากจากยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในวันคนโสด (11/11) ของจีน โดยยอดขายในจีนเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี

การขยายตัวในภูมิภาคนี้ยังได้แรงผลักดันจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer