มูลค่าตลาดเครื่องปรับอากาศปี 2562 ขยับไปถึง 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2561 โดยการเติบโตเป็นผลมาจาก ‘อากาศร้อน’ ผสมกับ ‘PM2.5’

ย้อนกลับช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้จะเห็นว่าตลาดแอร์เติบโตติดลบ 2-3% เพราะอากาศไม่ได้ร้อนอย่างที่เป็นใจกับตลาดแอร์เท่าไรนัก

แล้วปี 2562-2563 อากาศก็ร้อนสมใจตลาด ด้วยปัจจัย ‘อากาศ’ ดันตลาดแอร์กลับมาเติบโตอีกครั้ง

ทว่าไม่ใช่แค่อากาศที่ร้อน แต่เศรษฐกิจไทยก็ร้อนไม่แพ้กัน

โดยสภาพัฒน์ฯ คาดตัวเลข GDP ปี 63 ที่ 2.4%

เพราะปกติ ‘เครื่องปรับอากาศ’ ในฐานะ Consumer Product จะมีอัตราการเติบโตตามเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่ในปีที่อากาศร้อนแล้วกลับต้องเจอเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่มากก็น้อย

ขนาดที่ผู้บริหาร “มิตซูบิชิฯ” ผู้ครองส่วนแบ่งตลาดแอร์เป็นอันดับ 1 ที่ราว 20% ยังบอกว่าปีนี้ “ลำบาก”

ยาซุชิ โมริยามะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เผยว่า ปี 2562 (ปีงบประมาณตามประเทศญี่ปุ่น สิ้นสุด 31 มีนาคม 63) คาดว่าบริษัทจะมียอดขายโดยรวมที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 7%

แม้ตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยจะเป็นตลาดหลักในตลาดเอเชีย แต่จากสัญญาณต่างๆ ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ไปทาง B2C เน้นชิงส่วนแบ่งตลาดต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น

จากเดิมที่สินค้าเครื่องปรับอากาศเผชิญข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ทำให้ “มิตซูบิชิฯ” ต้องสร้างศูนย์กระจายสินค้า “Mitsubishi Electric Smart Hub” จังหวัดลำปาง พื้นที่กว่า 5 พันตารางเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและโลจิสติกส์ กระจายตลาดไปยัง 12 จังหวัดในภาคเหนือ

โดยใช้ประโยชน์จาก ‘แบรนด์’ ในการทำตลาด เพราะมั่นใจว่าใครๆ ก็รู้จักแอร์ยี่ห้อมิตซูบิชิ

ขณะที่ธุรกิจ B2B ก็ต้องปรับไปตามการเจริญเติบโตของระบบสาธารณูปโภค อาทิ ร้านค้า โรงแรม โดยชูจุดขายคือแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ ประหยัดพลังงาน และมีเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

โดยธุรกิจ B2B บริษัทได้ลงทุนอีก 30 ล้าน ขยายศูนย์บริการจับกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี ชลบุรี และนครศรีธรรมราช

ในเชิง Product บริษัทส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู้ คือ เครื่องปรับอากาศ JS Series และ KS Series จุดเด่นคือระบบ Fast Cooling และฟิลเตอร์กรองอากาศ PM2.5, ตู้เย็น 3 ประตู รุ่น Smart Freeze Glass Edition และพัดลมพรีเมียม

ส่วนการทำตลาดยังใช้พรีเซนเตอร์คนเดิม 6 ปีซ้อนคือ “โป๊ป ธนวรรธน์” พร้อมภาพยนตร์โฆษณา 2 เรื่อง ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น Cooling Master ล้อไปกับการทำ Sport Marketing ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

โดยตั้งเป้าการเติบโตที่ 7% คิดเป็นรายได้รวม 16,700 ล้านบาท

โดยยังคง ‘แอร์’ เป็นหัวหอกรายได้หลัก

แต่ธุรกิจแอร์จะดีหรือไม่ คงไม่ใช่แค่ฝนฟ้าอากาศ แต่ “มิตซูบิชิฯ” ยังต้องลุ้นให้เศรษฐกิจดีไม่แพ้อากาศที่ร้อนอบอ้าว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer