ในวันที่ความสะดวกสบายกลายมาเป็นอีกเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจเลือกกินอาหารของผู้คน

แบรนด์ร้านอาหารเล็กใหญ่จึงต่างต้องปรับตัวเพื่อแย่งชิงพื้นที่ในกระเพาะอาหารของผู้บริโภคกันมากขึ้น

หนึ่งในแบรนด์ที่ลุกขึ้นมาปรับตัวได้น่าสนใจคือ Sizzler ที่วันหนึ่งจุดเด่นของการเป็นสเต๊กปรุงสดกับสลัดบาร์ตักแบบไม่อั้นได้กลายมาเป็นจุดอ่อน

เพราะเมนูส่วนใหญ่ของ Sizzler นั้นเหมาะกับการนั่งกินที่ร้านมากกว่าห่อกลับบ้าน

นี่จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ Sizzler ต้องลุกขึ้นมาปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

เริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกที่ค่อยๆ ขยับ ด้วยการนำบางเมนูในร้านที่หากห่อกลับบ้านก็จะไม่ทำให้สภาพเปลี่ยนไปจากตอนนั่งกินที่ร้านมากเท่าไรมาขายทาง Delivery (ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูย่าง เพราะเมนูย่างนั้นคงสภาพได้นานกว่าเมนูทอด)

ต่อด้วยการออกโปรดักต์ใหม่อย่างน้ำผลไม้สกัดเย็นที่ช่วยกระตุ้นให้ยอดขายผ่านช่องทาง Delivery เพิ่มขึ้นมา

และกับการปรับตัวครั้งล่าสุด ด้วยการทำร้านรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมี Sizzler ประเทศไหนทำมาก่อน

นั่นคือ Sizzler To Go ร้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร บน BTS สถานีศาลาแดง

โดย นงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) เล่าให้ Marketeer ฟังถึงที่มาที่ไปของร้านในรูปแบบ To Go ว่ากลุ่มลูกค้าของ Sizzler แบ่งเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือกลุ่มครอบครัว และกลุ่มคนวัยทำงานที่อายุระหว่าง 22-39 ปี

ซึ่งการไปกิน Sizzler ที่ร้านนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา กว่าจะนัดหมาย กว่าจะเดินทาง กว่าจะไปถึงห้างฯ

แต่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานนั้นมีเวลาจำกัด สวนทางกับพฤติกรรมการกินที่ยังต้องการอาหารเพื่อสุขภาพอยู่เป็นประจำ

นี่จึงเป็นโอกาส ที่ทำให้ Sizzler ผุดโมเดลร้านรูปแบบใหม่อย่าง Sizzler To Go ขึ้นมา ที่ไม่มีสเต๊กขาย แต่จะเป็นเมนูสุขภาพแบบ Grab & Go อย่างสลัด Box Set (ราคา 99 บาท), น้ำผลไม้สกัดเย็น (ราคา 95 บาท) และแซนด์วิช (ราคา 79 บาท)

สำหรับร้าน Sizzler To Go นั้นเพิ่งเปิดให้บริการครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 โดยประมาณ 75% เป็นลูกค้าที่มาในช่วงเช้าและเย็น ส่วนอีก 25% เป็นลูกค้าที่มาในช่วงกลางวัน

นอกจากขนาดของร้าน อีกสิ่งที่ Sizzler To Go แตกต่างจาก Sizzler สาขาทั่วไป ก็คือโลโก้ที่ทางแบรนด์เปลี่ยนจากสีเขียวเข้มมาเป็นสีขาวเพื่อสื่อถึงความ Healthy และความ Light

รวมไปถึงเวลาในการเปิด-ปิด ที่หากเป็นสาขาทั่วไปก็จะเปิดให้บริการตามเวลาของห้างฯ แต่สำหรับสาขา To Go นี้จะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึงสองทุ่ม

โดยร้านรูปแบบ To Go นี้ยังมีแค่สาขาเดียวที่ BTS สถานีศาลาแดง เพราะเป็นช่วงที่อยู่ในการทดลอง เป็น prototype ที่เอาไว้ศึกษาระบบการจัดการต่างๆ เพื่อจะนำร้านรูปแบบ To Go นี้ไปขยายต่อในอนาคต

ถือเป็นอีก movement ในวงการธุรกิจอาหารที่น่าสนใจ เพราะ 20 กว่าปีที่ผ่านมาเรามักจะไม่ค่อยได้เห็น Sizzler ขยับ ปรับตัว หรือทำอะไรที่หวือหวามากสักเท่าไร

แต่ในวันนี้ที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ธุรกิจร้านอาหารต้องปรับไซส์ให้เล็กลง กะทัดรัดมากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย

เพราะนี่ไม่ใช่ยุคที่ผู้คนจะเดินเข้าหาร้านอาหารมากเหมือนในอดีต

แต่เป็นยุคที่ร้านอาหารต้องเดินหน้าเข้าไปหาในที่ที่ผู้บริโภคอยู่มากขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer