แนวทางรับมือสถานการณ์ระบาดที่ต่างจากเพื่อนบ้านในยุโรปทำให้สวีเดนยังคงถูกจับตามอง โดยวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 ในสวีเดนเพิ่มขึ้นเป็น 10,483 คน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลเพียงขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้านและเว้นระยะห่างทางสังคม แต่ไม่บังคับใช้มาตรการให้ประชาชนอยู่บ้าน (Lock Down) อย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน

ผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGO) รายหนึ่งในสวีเดนที่สนับสนุนแนวทาง “คุมแต่ไม่เข้ม” ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี Stefan Lofven กล่าวว่า ทุกประเทศมีแนวทางรับมือวิกฤตครั้งนี้ต่างกันไป ดังนั้น การวิจารณ์ในทางเสียหายถึงมาตรการของสวีเดน เช่นที่ผู้สื่อข่าวชาวเดนมาร์กกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ทำให้สถานการณ์ในสวีเดนน่ากลัวแบบหนังสยองขวัญนั้นจึงไม่ยุติธรรม

สวีเดน 3

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังประเทศเพื่อนบ้านของสวีเดนอย่าง เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ที่ตื่นตัวใช้มาตรการ Lock Down อย่างเข้มงวดมาก่อนตั้งแต่ต้นมีนาคม สามารถยับยั้งการระบาดอย่างได้ผล

ยืนยันได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่เกินหลักพันและมีแนวโน้มลดลง จนส่งสัญญาณผ่อนคลายความเข้มงวดแล้วด้วยการให้โรงเรียนกลับมาเปิดในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้หลังจากนายกรัฐมนตรี Stefan Lofven ขอให้ประชาชนทำงานจากบ้าน ให้รับผิดชอบต่อส่วนรวม และรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพราะไม่ขัดกับนิสัยรักอิสระของชาวสวีเดน ปรากฏว่าชาวสวีเดนปรับพฤติกรรม จนคนตามที่สาธารณะลดลงไปพอสมควรแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเหงาเหมือนประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปที่ Lock Down อย่างเข้มงวด

สวีเดน 2

ส่วนร้านอาหารก็หันไปเน้นให้บริการแบบซื้อกลับบ้านมากขึ้นหรือจัดโต๊ะนั่งแบบเว้นระยะห่าง แต่ก็มีบางร้านที่ปิดไป

อีกปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลสวีเดนเชื่อว่าการระบาดในประเทศจะไม่รุนแรงคืออัตราความหนาแน่นของประชาชนที่น้อยกว่าอิตาลีกับสเปน สองประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากเป็นหลักแสน ประกอบกับผู้สูงอายุที่เสี่ยงติดเชื้อมากสุดก็รักสันโดษไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่/euronews, thelocal.se



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer