“มาม่า” ยอดขายเติบโตสะท้อนอะไร

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ใช่แค่เป็นเมนูที่ทำง่าย เพียงแค่ต้มน้ำร้อน รอไม่กี่นาทีก็ได้กิน

แต่ยังสามารถสะท้อนและชี้วัดเศรษฐกิจดี หรือไม่ดีในช่วงนั้นๆ ได้

ล่าสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระทบกับทุกภาคส่วน ยอดขายของ “มาม่า” ที่เป็นเบอร์ 1 ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เติบโตขึ้นจากการกักตุนของประชาชนในช่วงต้องอยู่บ้าน

ปี 2562 มาม่าเติบโต 9% และครองส่วนแบ่งตลาดถึง 51% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%

เวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. สหพัฒนพิบูล (SPC) เปิดเผยว่า ยอดขาย “มาม่า” ในไตรมาส 1 เติบโตเฉลี่ย 8%

แบ่งเป็นยอดขายแบบซองเติบโต 20% และยอดขายแบบคัพเติบโต 10%

ขณะที่การขายออนไลน์ผ่าน http://www.sahapatdelivery.com เติบโตถึง 100%

ส่วนยอดขายเดือน เม.ย. เวทิตคาดว่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. แต่ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น และประชาชนเริ่มออกนอกบ้านกันมากขึ้น

ในวันนี้ “มาม่า” ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ลดราคาช่วยประชาชนเพื่อช่วยเหลือและลดค่าครองชีพของประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ลดราคามาม่าคับทุกรสชาติจาก 13 บาท เหลือ 10 บาท ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. 63

มองว่า การลดราคาของมาม่าในครั้งสะท้อนให้เห็นว่าตอนนี้เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของจริง

เพราะย้อนกลับไปปี 2552 ที่ไทยเจอวิกฤตเศรษฐกิจ กำลังซื้อตกต่ำ มาม่าออกมาม่าช่วยชาติ (แบบซอง) ในราคา 5 บาท อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

หลังจากที่ปี 2550 เป็นครั้งแรกที่มาม่ามีการปรับขึ้นราคาแบบซองจาก 5 บาท เป็น 6 บาท



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer