Amazon กับ Alibaba ใครกันแน่ที่ครองตลาดอีคอมเมิร์ซ (วิเคราะห์)

โควิด-19 ทำให้เราช้อปออนไลน์มากขึ้น เพราะไม่อยากออกไปไหน

และวิกฤตนี้คือโอกาสของอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม

ในโลกของอีคอมเมิร์ซ ถ้าพูดถึงยักษ์วงการ คงหนีไม่พ้น Amazon จากอเมริกา และ Alibaba จากประเทศจีน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเสือและสิงห์แห่งวงการช้อปออนไลน์ ที่มาพร้อมกับธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็น Ecosystem เติมเต็มรายได้ให้กับธุรกิจบนกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป

เรามาดูกันว่า Amazonและ Alibaba สอง A แห่งวงการอีคอมเมิร์ซมีรายได้เท่าไร และบิสซิเนสโมเดลเป็นอย่างไร

 

Amazon ผู้คุมอาณาจักรฝั่งอเมริกา

Amazon จาก Jeff Bezos ที่เห็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของร้านหนังสือ คือการสต๊อกหนังสือ ซึ่งต้องใช้พื้นที่และเม็ดเงินมหาศาลในการเปิดร้านแต่ละสาขา

ในขณะเดียวกัน Jeff เห็นโอกาสของอินเทอร์เน็ตที่สามารถขายหนังสือให้กับใครก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัดของสาขาและการสต๊อกหนังสือจำนวนมากไว้ในแต่ละสาขา

ร้านหนังสือAmazon.Com จึงเกิดขึ้นในปี 2538 จำหน่ายหนังสือออนไลน์ในรูปแบบ B2C (Business to Consumer) ก่อนที่จะต่อยอดขยายธุรกิจด้วยการนำสินค้าอื่น ๆ มาจำหน่ายผ่าน Amazon มากขึ้น และการเปิดร้านในโลกออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้า ในรูปแบบ O2O หรือ Online to Offline  

รวมถึงขยายธุรกิจไปยังบริการอื่น ๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นธุรกิจแห่งอนาคต แม้ธุรกิจนั้นจะใช้เวลายาวนานในการเติบโตในช่วงเวลาแรก ๆ ในการดำเนินธุรกิจก็ตาม เช่น ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง ในชื่อAmazon Web Service ที่ใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าธุรกิจการให้บริการเก็บข้อมูลในรูปแบบคลาวด์คอมพิวเตอร์จะเป็นที่รู้จักและใช้งานอย่างแพร่หลาย

การมองเช่นนี้เพราะถ้าวันใดธุรกิจขาหนึ่งเติบโตช้า หรือมีปัญหา จะมีธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาเสริมให้เติบโตต่อไปในระยะยาว

ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2563  Amazon และธุรกิจในเครือมีรายได้ 75,452 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,408,427.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงมกราคม-มีนาคมปีที่ผ่านมา 15,752 ล้านเหรียญสหรัฐ (502,803.84 ล้านบาท) กำไร 2,535 ล้านเหรียญสหรัฐ (80,917.20 ล้านบาท) ลดลง 1,026 ล้านเหรียญสหรัฐ (32,749.92 ล้านบาท) การลดลงของกำไรมาจากการขาดทุนในธุรกิจขายสินค้าและบริการในต่างประเทศ

 

รายได้และกำไรทั้งหมดมาจาก  

ธุรกิจ Shopping และ Entertainment ในอเมริกา  

รายได้  46,127 ล้านเหรียญสหรัฐ  (1,472,373.84 ล้านบาท)

กำไร 1,312 ล้านเหรียญสหรัฐ  (41,879.04 ล้านบาท)

 

ธุรกิจ Shopping และ Entertainment นอกอเมริกา  

รายได้  19,106 ล้านเหรียญสหรัฐ  (609,863.52 ล้านบาท)

ขาดทุน 398 ล้านเหรียญสหรัฐ  (12,704.16 ล้านบาท)

 

ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง

รายได้  10,219 ล้านเหรียญสหรัฐ  (326,190.48 ล้านบาท)

กำไร 3,075 ล้านเหรียญสหรัฐ  (98,154.00 ล้านบาท)

 

จากรายได้ของ Amazonจะเห็นว่าธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นธุรกิจที่มีกำไรที่สูง จากการที่ Jeff มองเห็นความต้องการของการจัดเก็บข้อมูลของธุรกิจในอนาคตที่ต้องการความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

ซึ่งกว่าที่ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของ Amazonจะมีกำไรแซงหน้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Amazonยอมขาดทุนธุรกิจมานานหลายปี

ส่วนบิสซิเนสโมเดลในธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Amazon เป็นการวางธุรกิจในรูปแบบการลงทุนเองทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายทาง

โดย Amazonใช้โมเดลในการนำสินค้ามาขายด้วยตัวเอง พร้อมการลงทุนด้านคลังสินค้า การจัดการสินค้าคงคลัง ระบบโลจิสติกส์เองทั้งหมด ซึ่งทำให้ Amazonต้องใช้เงินลงทุนในธุรกิจที่สูง และถือเป็นบิสซิเนสโมเดลที่แตกต่างจากอีคอมเมิร์ซของ Alibaba

 

ส่วนปี 2562 Amazonมีรายได้ 280,522 ล้านเหรียญสหรัฐ (8,954,262.24 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 47,635 ล้านเหรียญสหรัฐจากปี 2561

 

Alibaba เจ้าแห่งยุทธภพจีน

Alibaba เริ่มต้นจาก Jack Ma ที่เห็นโอกาสของอินเทอร์เน็ตคือโลกการค้าแห่งอนาคตในประเทศจีน พร้อมเปิดบริการแพลตฟอร์ม Alibaba.Com เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจจากทุกที่เข้าหากันในรูปแบบ B2B (Business to Business) ในปี 2542

และเมื่อ Jack Ma เห็นโอกาสที่มากขึ้นทางการค้าออนไลน์ เขาขยายธุรกิจจาก B2B ไปยังการค้าออนไลน์ในรูปแบบ C2C (Consumer to Consumer) และ B2C (Business to Consumer) ในชื่อ Taobao เปิด Tmall เพื่อขายสินค้าในรูปแบบ B2C จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง การขายสินค้าในตลาดประเทศผ่าน Aliexpress

รวมถึงการเปิดบริการ Alipay บริการอีเพย์เมนต์ จากการเห็นโอกาสจากปัญหาการชำระเงินในการซื้อสินค้าของคนจีน และเปิด Ant Financial ธนาคารดิจิทัล

ยังมีธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง Alibaba Cloud บริการ Search Engine ในชื่อ ETao ดิจิทัลมีเดียเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และนวัตกรรม

ในเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 กลุ่ม Alibaba มีรายได้ 114,314 ล้านหยวน  (512,126.72 ล้านบาท)

เพิ่มขึ้น 132,867 ล้านหยวน (93,255.68 ล้านบาท)

รายได้ของ Alibaba มาจาก

อีคอมเมิร์ซทั้งในจีนและต่างประเทศ 93,865 ล้านหยวน (420,515.2 ล้านบาท)

จากการขายสินค้าให้กับคนทั่วโลก 960 ล้านคน แบ่งเป็นผู้บริโภคในจีน 780 ล้านคน และนอกตลาดจีน 180 ล้านคน

คลาวด์คอมพิวติ้ง 12,217 ล้านหยวน (54,732.16 ล้านบาท)

ดิจิทัลมีเดีย และเอนเตอร์เทนเมนต์ 5,944 ล้านหยวน (26,629.12 ล้านบาท)

กลุ่มนวัตกรรมและอื่น ๆ 2,288 ล้านหยวน (10,250.24 ล้านบาท)

การที่ Jack Ma ขยายธุรกิจผ่านบริการที่กล่าวมา มาจากแนวคิดในการสร้าง Ecosystem บนเส้นทางการซื้อขายออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่การ Search หาสินค้า การซื้อสินค้า และจ่ายเงิน เบ็ดเสร็จในตัว

แต่ถ้ามองไปที่บิสซิเนสในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Jack Ma ที่มีความแตกต่างจากธุรกิจ Amazonคือ Alibaba วางตัวเองเป็นเพียงแพลตฟอร์มเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และไม่มีการลงทุนระบบคลังสินค้าและอื่น ๆ เหมือนกับ Amazon

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน