ในปัจจุบันตลาดเวชภัณฑ์ในเอเชียเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เพราะเป็นหน้าด่านที่ต้องต่อกรกับวิกฤตโควิด-19 โดยตรง ทำให้ตลาดแสดงท่าทีที่จะปฎิวัติตนเองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการผลิต ซัปพลายเชน และการขนส่งเวชภัณฑ์

  1. ผลิตและส่งถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันการผลิตยาจำนวนมากโดยใช้ต้นทุนต่ำได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และถึงแม้ว่าการผลิตเช่นนี้จะก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องราคาและคุณภาพ แต่มันก็ช่วยเร่งการพัฒนานวัตกรรมที่มีความสามารถหลายด้านอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่กำลังค้นหาเทคโนโลยีสำหรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว กลุ่มบริษัทขนาดเล็กได้หันมาใช้ปรับซัพพลายเชนของตนเอง เพื่อให้สามารถขนส่งเวชภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ตลาดยังเกิดการลงทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการดูแลสุขภาพ ตลาดธุรกิจ med-tech และตลาดชีวเวทภัณฑ์[1]

  1. ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น: ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ช่วยผลักโซลูชั่นด้านความยั่งยืน

มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการซื้อสินค้าที่ผลิตผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยกลุ่มธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Companies) ทว่าในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ของสินค้ากลุ่มเวชภัณฑ์ก่อให้เกิดปัญหาด้านขยะ ทำให้ต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังคงเก็บรักษาอุณหภูมิไว้ได้ในระยะ 2-8 องศาเซลเซียส

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) แห่งหนึ่งในเอเชียที่จัดจำหน่ายสารหล่อเลี้ยงเด็กหลอดแก้ว (IVF culture medium) ที่ส่งสินค้าออกไปสู่ 14 ประเทศ โดยสารหล่อเลี้ยงถูกบรรจุและเดินทางนานถึง 96 ชั่วโมงภายในเม็ดแพค วิค (Medpak VIoC) ซึ่งเป็นโซลูชั่นห่วงโซ่ความเย็นแบบเช่ายืมที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โซลูชั่นรักษาระดับอุณหภูมิสินค้าระหว่างการขนส่งของเฟดเอ็กซ์]

  1. ออกแบบและปรับเปลี่ยนระบบซัปพลายเชน และระบบขนส่งใหม่

ธุรกิจด้านเวชภัณฑ์นั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการวางแผนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการวางแผนนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอุตสาหกรรม และตัวแปรที่ทำให้การจัดการซัปพลายเชนเกิดความวุ่นวายเช่นกัน

วิกฤตโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้หลายบริษัทเลิกล้มการวางแผนแบบดั้งเดิม และหันมาผลักดันให้ทีมโลจิสติกส์วิเคราะห์ซัปพลายเชนของตัวเอง เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านการปฏิบัติการและการขนส่งมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังเห็นได้ว่าศูนย์กระจายสินค้าได้เปลี่ยนมามีบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้น สำหรับเฟดเอ็กซ์ เราให้ความสำคัญด้านการขนส่งเวชภัณฑ์สำคัญผ่านเครือข่ายของเรา และเน้นการจัดการสินค้าอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางบก ทางอากาศ หรือทางเรือ

  1. เร่งพัฒนาความคล่องตัวทางการผลิตแบบถาวร

การแข่งขันด้านการค้นคว้าและพัฒนายาที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ซัปพลายเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะตัวจึงเพิ่มขึ้นมาด้วย การเกิดขึ้นของซัปพลายเชนกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงในตลาดเวชภัณฑ์เท่านั้น แต่บริการซัปพลายเชนในรูปแบบเฉพาะ หรือ “as-a-service” กำลังปรากฏให้เห็นในทุกกลุ่มของธุรกิจด้านสุขภาพ ทำให้เฟดเอ็กซ์ช่วยจัดการซัปพลายเชนในรูปแบบเฉพาะในกลุ่มยา กลุ่มชีววิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างทดลอง และกลุ่ม med-tech

วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความคล่องตัว เนื่องมากจากความหวาดกลัวการขาดแคลนยาฆ่าเชื้อและยาชนิดอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการปิดตัวลงอย่างยาวนานของโรงงานผลิตในประเทศจีน นอกจากจะทำให้เราสามารถมองเห็นจุดอ่อนของซัปพลายเชนจำพวกเวชภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี[2] ยังทำให้หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทจำนวนมากกำลังมองหาตัวเลือกอื่นอีกด้วย[3] [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โซลูชั่นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของเฟดเอ็กซ์]

  1. ติดตามนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ

บริษัทจำนวนมากกำลังมองหาช่องทางใหม่ในการยกระดับความยั่งยืนที่คุ้มค่ามากกว่า ทำให้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเดินทางและขนส่งในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การทดลองใช้โดรนเพื่อส่งพัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเฟดเอ็กซ์[4] หรือหุ่นยนต์ SameDay Bot ของเฟดเอ็กซ์ที่สามารถนำมาใช้จัดส่งวัคซีน ยา หรือแม้กระทั่งตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อเพื่อใช้ทำการทดลองทางการแพทย์ในอนาคต [อ่านข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมโซลูชั่นที่ช่วย ยกระดับการทดลองทางการแพทย์ ของเฟดเอ็กซ์]

  1. ความท้าทายด้านการขนส่ง เมื่อตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดเวชภัณฑ์จะเติบโตและมีมูลค่าสูงถึง 269.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2567[5] เนื่องจากหลายบริษัทสามารถผลิตยาใหม่ ๆ สำหรับโรคที่ไม่สามารถรักษาได้มาก่อน และการขยายตัวของตลาดจะสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้แก่ภูมิภาคเอเชีย เพราะบริษัทจำเป็นจะต้องมองหาซัปพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นด้านการจัดการมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเลือกบริษัทนายหน้าขนส่ง (broker select)[6] ในการขนส่งเวชภัณฑ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากร สามารถจัดการระบบการขนส่ง ตรวจสอบคุณภาพได้ บนเครือข่ายที่ไว้วางใจได้อย่างเฟดเอ็กซ์ ท้ายที่สุดนี้ อย่าลืมว่าการพัฒนาระบบซัปพลายเชนขนส่งอุปกรณ์ด้านสุขภาพในอนาคต จะต้องเน้นการขนส่งที่มีคุณภาพและสามารถไว้วางใจได้ ให้มีความสำคัญมากกว่าหรือเท่ากับการขนส่งอย่างรวดเร็ว[7]เช่นกัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer