ในที่สุด คอนเทนต์ไทยก็เตรียมลง Netflix เสียที หลังจากที่ Netflix ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ กับ GMM GRAMMY ในการนำ หนังและซีรีส์กว่า 700 ชั่วโมง ไปออกอากาศให้กับสมาชิกของ Netflix กว่า 125 ล้านคนทั่วโลกได้รับชมพร้อมกัน
สำหรับข้อตกลงในครั้งนี้คือการนำซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของกลุ่ม GMM GRAMMY เช่น Hormones (ฮอร์โมน), Bad Genius (แบด จีเนียส), O-Negative (โอเนกาทีฟ)ฯลฯ เฉกเช่นเดียวกันกับซีรีส์ 11 เรื่องใหม่ที่กำลังจะออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น Girl From Nowhere The Series (เกิร์ล ฟอร์ม โนแวร์ เดอะ ซีรีส์), The Judgement (เดอะ จัดจ์เมนท์), Monkey Twins (มังกี้ ทวิน), Bangkok Love Stories Season 2 (แบงคอก เลิฟ สตอรี่ส์ ซีซัน 2) และ Sleepless Society (สลีปเลส โซไซตี้) ซึ่งจะทยอยออกอากาศให้ได้ชมพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix เร็วๆนี้
ความสำคัญของดีลนี้ ไม่ใช่แค่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของ GMM GRAMMY และคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้นของ Netflix
แต่ส่งผลถึงอนาคตของ วงการหนังและซีรีส์ไทย อีกด้วย
ไปดูกันว่ามีด้านไหนบ้าง ?
– – – – อนาคตของ คอนเทนต์ไทยใน Netflix – – – –
1.ภาพยนตร์ไทย
ภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ หรือ ถูกจริตคนต่างชาติ จะมาลงใน Netflix มากขึ้น ซึ่งช่วงแรกก็คงอยู่ในช่วงการลองผิดลองถูก ว่าภาพยนตร์แบบไหนต่างชาติจะชอบ เช่น พี่มากพระโขนง ที่ประสบความสำเร็จมากๆ อาจไม่ดังใน Netflix เป็นต้น
2.ซีรีส์ไทย
ซีรีส์ไทยใน Netflix ตอนนี้ เป็นซีรีส์ที่จบไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ LINE TV ก็เก็บกินเรียบของ GMM Grammy ไปหมดแล้ว คือ ลงช่อง GMM25 กับ ONE เสร็จก็มาลงใน LINE TV แบบรวดเร็ว แต่ในอนาคตหากซีรี่ส์ไทยได้รับความนิยมมากขึ้น อาจเห็นโมเดลนี้เกิดได้ เพราะที่เกาหลี และญี่ปุ่นก็มีมาแล้ว คอนเทนต์ที่ลงตอนใหม่ทุกอาทิตย์
3.พันธมิตรเยอะขึ้น
จริงอยู่ที่ GMM Grammy ถือเป็น Content Provider เจ้าใหญ่ของไทย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Netflix จะผูกขาดแค่เจ้าเดียว เพราะคอนเทนต์ไทยดีๆ ก็มีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นสารคดี หนัง ละคร ฉะนั้นหากมีคอนเทนต์ที่เข้ากับแบรนด์ Netflix ก็มีโอกาสที่เราจะได้เห็นมากขึ้น
4.คอนเทนต์ไทย by Netflix
ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้ Project นี้คืบหน้าไปถึงไหน แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ แสดงว่า Ecosystem ของ Netflix ในไทยต้องพร้อมมากๆ อย่างเช่น
-ฐานคนดูประจำที่มากพอ จนคุ้มค่าที่ Netflix จะลงทุนทำหนัง หรือซีรีส์สักเรื่อง
-ฝ่าย Production ของไทยก็ต้องพร้อมพอสมควร เพราะคุณจะไม่ได้ค่าโฆษณาจากสปอนเซอร์แบบเดิม หรือรายได้จากตั๋วหนัง
อ่านต่อ ได้ที่ >>

NETFLIX จับมือ GMM GRAMMY แล้วคนไทยได้อะไร?
1.คนทำคอนเทนต์ของไทย มีรายได้เพิ่มขึ้น
การแบ่งรายได้นี้ อาจทำได้ทั้งแบบ Pay Per View คือ คนดูมากได้เงินมาก หรือซื้อลิขสิทธิ์ไปเลย
2.คนทั่วโลก เห็นศักยภาพของไทยมากขึ้น
ถึงแม้ประเทศไทยจะโด่งดังจากการท่องเที่ยว แต่ในสายตาคนทั้งโลก คนต่างชาติน้อยคนมากจะเคยดูหนังไทย หรือซีรีส์ไทย ฉะนั้นการเอาคอนเทนต์ของไทย ไปวางในแพล็ตฟอร์มระดับโลก ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า คนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งมันสามารถส่งต่อไปยังภาคอื่นๆ ได้เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น
