ใครๆ ก็รู้ว่า ปลาร้า เป็นหนึ่งในอาหาร Signature ของไทย ด้วยรสชาติที่โดดเด่น กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน และสามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง คนไทยทุกภาคโดยเฉพาะอีสาน จึงน้ำลายสอทุกครั้งที่นึกถึงปลาร้า
แต่ ปลาร้า อาจมีโทษมากกว่าที่คุณคิด
เพราะปลาร้าในท้องตลาดนั้น หมักด้วยเกลือประมาณ 20% เมื่อตักมาปรุงอาหารก็มักจะเติมน้ำปลา เกลือ หรือผงชูรส ลงไปอีก เพื่อให้รสชาตินัวยิ่งขึ้น
ฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม คนไทย ถึง 15 ล้านคนเป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง และอีก 8 ล้านคน เป็นโรคไต(ข้อมูลปี 2558)
โทษอย่างที่สอง ก็คือ ความสกปรก ซึ่งเกิดกับอาหารที่หมักเป็นเดือนๆ อย่างปลาร้าได้ หากทำไม่ได้มาตรฐาน ถ้าสกปรกอย่างเดียวอาจจะแค่ท้องเสีย แต่ถ้ามีตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ด/ตัวอ่อนพยาธิในตับด้วย อาจถึงเสียชีวิตได้เลย

ล่าสุด จึงมี “ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร” ขึ้นเพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตร ‘ปลาร้า’ ให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย
เมื่อดูประกาศฉบับนี้ก็ถือว่าละเอียดมาก และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยสามารถสรุปได้ภายใน 1 ประโยคว่า “กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ไม่มีพยาธิ”
ผู้ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากกฎหมายฉบับนี้ คือ ผู้บริโภคที่จะสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น แต่ผลประโยชน์ที่จะเกิดในอนาคตนั้นมีมากกว่านั้นเยอะ
ผลกระทบที่สำคัญต่อประเทศชาติ
1.สร้างการรับรู้ต่อ การกินปลาร้ามากเกินไป
การทานหวาน มัน เค็ม มากเกินไป เป็นเรื่องที่พูดกันมาหลายสิบปี แต่การดูแลสุขภาพของประชากรนั้นก็ยังกระจุกตัวแค่กลุ่มเล็กๆ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนการ จับปลาร้า มาฉาย Spotlight และพูดถึงในวงกว้าง เพื่อสร้างการรับรู้การทานปลาร้าและอาหารอื่นๆ ให้เหมาะสม
2.ลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐ
หากประชาชนหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ภาครัฐฯ จะลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้มาก โดยในปี 2558 นับเฉพาะโรคไตอย่างเดียว ต้องใช้งบประมาณในการบำบัดทดแทนไตในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าในปี 2560 อาจจะต้องใช้งบประมาณกว่า 17,000 ล้านบาท
นอกจากนั้น หมอและพยาบาล จะได้เอาเวลาไปรักษาผู้ป่วยเคสที่ยากลำบากมากกว่านี้ได้ หากคนไทยช่วยกันดูแลสุขภาพของตัวเอง
3.เป็นมาตรฐานให้ยกระดับสินค้าอื่นๆ
ก่อนที่จะมีการ ยกระดับปลาร้า ทุเรียนก็เป็นสินค้าที่มีการดูแลอย่างจริงจัง หากพ่อค้าแม่ค้าขายทุเรียนนิ่มให้ลูกค้าก็จะมีโทษ มีการลงไปตรวจสอบสินค้าในพื้นที่ รวมถึงร้านค้าพร้อมคืนเงิน 100% หากได้ของไม่ดีไป
ตอนนี้ สินค้าไทยกำลังยกระดับสู่สากลขึ้นเรื่อยๆ อาหารก็ได้มิชลินสตาร์ ปลาร้าก็มีการตรวจสอบ ไม่แน่ว่าต่อไป Street Food ในแหล่งท่องเที่ยวดังๆ อาจต้องมีการตรวจสอบความสะอาด เพื่อสร้างมาตรฐานให้ชาวต่างชาติได้มั่นใจมากขึ้นด้วย
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
หลังจากที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีเสียงตอบรับจากผู้ประกอบการค่อนข้างดี เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้ทำปลาร้าเป็นอุตสาหกรรม มีขั้นตอนกรรมวิธี การทำตลาดที่ชัดเจน การมีกฎเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น

แต่ก็มีเสียงอีกด้านที่ไม่ค่อยเห็นด้วย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ทำในปริมาณไม่มาก เพราะหากมากำหนดให้ปลาร้ามีลักษณะตายตัว 100% ผู้ผลิตปลาร้าก็จะไม่มีใครทำตามได้ เพราะสูตรของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
แต่กฎนี้ยังไม่ได้มีบทลงโทษอะไร เพียงแต่ภาครัฐฯ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้น หากแบรนด์ไหนทำได้ ผู้บริโภคก็มั่นใจว่า ปลอดภัยและมีคุณภาพแน่นอน
แล้วคุณล่ะ คิดว่าสินค้าอะไรที่ภาครัฐควรเข้ามาดูแลอย่างจริงจังเสียที?
