ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป… สำหรับเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสสุดๆ อย่าง “Blockchain” … แม้หลายคนอาจจะยังไม่เคลียร์ชัด หรือยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าจริงๆ แล้ว “Blockchain” ที่กำลังพูดถึงกันอยู่ สามารถทำอะไรได้บ้าง หน้าตาเป็นอย่างไร?
รู้จัก Blockchain ในมุมผู้บริโภค และคนทำธุรกิจ
หากมองแค่ผิวเผิน Blockchain ยังดูเป็น Technical Term มาก สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ … จนบางคนอาจรู้สึกว่า Blockchain ยังเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตหรือธุรกิจที่ทำอยู่ “หากใครคิดเช่นนี้อยู่บอกเลยว่า เป็นความคิดที่ผิด!”

Blockchain คือ รูปแบบการเก็บข้อมูลชนิดหนึ่ง ที่ไม่ง้อศูนย์หรือตัวกลางแบบเดิมๆ
ทุกคนในวง (chain system) ถือเอกสารชุดเดียวกัน เมื่อมีการอัพเดต โอน-ย้าย โดยที่ทุก Transaction จะต้องได้รับการอัพเดตข้อมูลจากทุกคนในวงก่อน
รวมถึงจะมีระบบตรวจสอบและจัดการภายในตัวเอง ก่อนที่จะอนุมัติ Transaction นั้นๆ อีกด้วย
การที่ทุกคนในวงอัพเดตข้อมูลเหมือนกัน ทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูง ป้องกันการถูกล้วงเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ และที่สำคัญคือ ความรวดเร็ว เพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งคนกลางอีกต่อไป

นอกจากนั้น Blockchain ยังถูกนำมาใช้ในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าเป็นการเก็บข้อมูลสำคัญ ตัวเลขสถิติ… แต่บทบาทสำคัญของ Blockchain ในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ หรือ การธนาคาร นั่นเอง โดยเฉพาะ “การโอนเงินข้ามประเทศ” ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำธุรกรรมที่เทคโนโลยี Blockchain เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก

กรุงศรีฯ “Blockchain’s Interledger”พลิกโฉมการโอนเงินข้ามประเทศ ภาคธุรกิจ
“แข่งกันที่หลัก วินาที”
หนึ่งในเรื่องปวดหัวของคนทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกคงหนีไม่พ้นเรื่องการ “การโอนเงินข้ามประเทศ” ไม่ว่าจะเป็นการโอนออก หรือ รับโอน ซึ่งใช้เวลา 1-3 วัน ในการรอเงินโอนเข้าระบบ กรอกเอกสารมากมายเพื่อเป็นการยืนยันความปลอดภัย รวมถึงเรื่อง ดอกเบี้ยเงินกู้ ที่ต้องยอมเสียตามระยะเวลการโอนหรือรอเงินโอน นอกจากนั้นความล่าช้าของระบบทำให้เจ้าของธุรกิจมีโอกาสที่จะเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย
การที่เราสามารถร่นระยะการชำระเงินเร็วขึ้น ได้รับสินค้าเร็วขึ้น กระจายสินค้าได้รวดเร็ว เกิดการบริหารการเงินและบริหารธุรกิจในด้านต่างๆ ดีขึ้น โอกาสในการชำระเงินกู้ได้เร็วขึ้นทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยลงก็มีมากขึ้น
ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีฯ จึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า และล่าสุดได้มีการเปิดตัว “Blockchain’s Interledger” เทคโนโลยี “การโอนเงินข้ามประเทศรูปแบบใหม่” ที่สามารถย่นระยะเวลาการทำธุรกรรมข้ามประเทศจาก 1-3 วันให้กลายเป็นหลัก “วินาที”
Blockchain’s Interledger คือหนึ่งในเทคโนโลยีในตระกูล Blockchain ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการโอนเงินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ในด้านความปลอดภัยข้อมูลจะถูกจำกัดให้เห็นเฉพาะ ผู้รับ กับ ผู้ส่ง เท่านั้น ทำให้ข้อมูลในการโอนเงินนั้นมีความปลอดภัยสูง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ เวลาโอนที่เงินจะถึงผู้รับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งจะแตกต่างจากระบบเก่าที่เราไม่มีทางทราบได้เลยว่าเงินที่โอนออกไปจะถึงผู้รับเมื่อไหร่ และค่าธรรมเนียมการโอนรวมถึงเรทเงินที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินการ
“การโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain’s Interledger เรียกได้ว่าเป็นการโอนเองแบบเรียลไทม์โดยแท้จริง เมื่อการทำธุรกรรมเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด ทำให้หมดปัญหาเรื่องความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงส่งผลให้การปิดดีลธุรกิจได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทางฝั่งผู้รับโอนเมื่อเห็นยอดเงินเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย ก็สามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ทันทีเช่นกัน”

Blockchain’s Interledger
มาตรฐานโอนเงินข้ามประเทศด้านธุรกิจรายแรกของไทย
เพราะ ความปลอดภัย (Privacy) คือหัวใจหลักของการทำธุรกิจ… สำหรับโครงการ Blockchain’s Interledger ที่เปิดให้ลูกค้าของทาง ธนาคารกรุงศรีฯ ได้ใช้งานนั้น ได้รับอนุญาติจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT ภายใต้กรอบ “Regulatory Sandbox” เป็นที่เรียบร้อย และยังถือเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียว ณ เวลานี้ ที่ได้เริ่มใช้กับลูกค้าจริงระดับธุรกิจ ผ่านระบบ Blockchain’s Interledger ของไทย
ซึ่งธนาคารกรุงศรีฯยังได้รับการสนับสนุนจาก มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงของเครือข่ายทั่วโลก ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศเชื่อมโยงทั่วโลกเป็นไปได้อย่างแท้จริง และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบ และหลักเกณฑ์ผ่านเทคโนโลยี Blockchain’s Interledger ภายใต้ชื่อ Global Payment Steering Group ร่วมกับธนาคารชั้นนำระดับโลกอีก 6 ธนาคาร เพื่อสนับสนุนการโอนเงินระหว่างประเทศทั่วโลก
(ปัจจุบันเครือข่าย MUFG มีธนาคารทั้งหมดกว่า 2,000 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก)
เริ่มเปิดใช้จริงแล้ววันนี้!
นอกจากนี้ทาง ธนาคารกรุงศรีฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain’s Interledger ว่า ในปัจจุบันได้เริ่มใช้จริงสำหรับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ Transaction แรกของลูกค้าธนาคารกรุงศรีฯ ที่เปลี่ยนมาใช้การโอนเงินข้ามประเทศ Blockchain’s Interledger ได้แก่การโอนเงินจากผู้ซื้อน้ำมันในประเทศลาว มายังบริษัท ไออาร์พีซี ประเทศไทย

จะเห็นได้ว่า นอกจากความไว้วางใจในการเลือกใช้ Blockchain’s Interledger ในการทำธุรกิจด้านปิโตรเคมีของบริษัทน้ำมันในประเทศลาว และบริษัท ไออาร์พีซี ประเทศไทย แล้ว ผลิตภัณฑ์โอนเงินข้ามประเทศที่ถูกพัฒนาขึ้นมานี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้คนทำธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศทำธุรกิจได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น
“เมื่อ ผู้ขาย ได้รับเงินเร็วขึ้น ก็สามารถส่งสินค้าไปยัง ผู้ซื้อ ได้รวดเร็วขึ้น ระบบ Supply Chain ก็จะหมุนเวียนได้เร็วขึ้น และในอนาคตเมื่อระบบครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น ก็ยิ่งสร้างความสะดวกสบายให้แก่คนทำธุรกิจ ทำการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน”
