Netflix มีจุดเด่นในการแย่งเวลานอนของคนดูด้วยคอนเทนต์จากทั่วโลก

Viu มีจุดเด่นในการแย่งเวลานอนของคนดูด้วยคอนเทนต์จากเกาหลี

WeTv มีจุดเด่นในการแย่งเวลานอนของคนดูด้วยคอนเทนต์จากจีน

ส่วน LINE TV มีจุดเด่นในการแย่งเวลานอนของคนดูด้วยคอนเทนต์จากไทย ที่กำลังใช้ซีรีส์ Y ในการดึงผู้คนให้เข้ามาในแพลตฟอร์มมากขึ้น

ว่าแต่ทำไมต้องเป็นซีรีส์ Y?

ในวันนี้ซึ่งเป็นวันครบรอบ 6 ปีเต็มพอดิบพอดีของ LINE TV ในไทย กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ของ LINE ประเทศไทย บอกว่า ปัจจุบัน LINE TV มีซีรีส์ Y ทั้งหมด 39 เรื่อง ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม OTT TV ที่มีซีรีส์ Y มากที่สุดในไทย

(กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ของ LINE ประเทศไทย)

(คำว่า OTT TV ย่อมาจาก Over-the-top หมายถึงการแพร่ภาพและเสียงบนอินเทอร์เน็ต โดยที่ผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของโครงข่าย

ยกตัวอย่างเช่น ทีวีช่อง 3 ไม่ใช่ OTT เพราะช่อง 3 แพร่ภาพผ่านโครงข่ายสัญญาณที่ประมูลมา

ส่วน Netflix คือ OTT เพราะ Netflix ไม่ต้องลงทุนเครือข่ายสัญญาณ เพียงแค่ผู้ใช้มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถดู Netflix ได้แล้ว

ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจ OTT ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท)

กลับมาที่เรื่องของ LINE TV กับเหตุผลที่ว่าทำไมต้องโฟกัสการทำซีรีส์ Y ในประเด็นนี้ กณพบอกว่าเป็นเพราะอินไซต์ของกลุ่มคนที่ดูซีรีส์ Y นั้นมีความน่าสนใจ เวลาดูซีรีส์ก็มักจะดูสองรอบ

รอบแรกคือดูสด เพื่อปั่นเรตติ้งบนทีวีให้กับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ

ส่วนรอบสองคือดูรีรันใน LINE TV เพื่อปั่นยอดวิวและเพื่อเก็บรายละเอียดหรือฉากจิ้นต่าง ๆ ในซีรีส์

ส่วนพฤติกรรมในการใช้จ่ายก็เป็นไปในเชิงบวก หากศิลปินใช้อะไรในซีรีส์ก็มักจะไปซื้อตาม แม้จะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ใช้งาน แต่ก็ถือเป็นการซื้อเพื่อสนับสนุนศิลปินที่ตัวเองรัก

ด้วยพลังของซีรีส์ Y จึงทำให้ในช่วง ม.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา มี User หน้าใหม่เข้าชมซีรีส์ Y เพิ่มขึ้นมากกว่า 19 ล้าน Users

และนั่นก็ส่งผลให้ LINE TV กำลังเตรียมเปิดแพ็กเกจเพื่อแบรนด์ที่ต้องการทำโฆษณาบนซีรีส์ Y โดยเฉพาะ

ซึ่งนอกจากซีรีส์ Y แล้ว LINE TV ก็เตรียมส่งคอนเทนต์แนว LGBTQ+ ลงแพลตฟอร์มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยตอนนี้พฤติกรรมการดู LINE TV ของผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนไปสู่บนหน้าจอที่ใหญ่มากกว่าเดิม จากที่เคยดูมือถือก็ขยับไปดูบนจอทีวีมากขึ้น

ซึ่งการขยับปรับไปดูบนหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิม ก็จะทำให้สัดส่วนของการดู OTT มีเพิ่มขึ้น สวนทางกับช่อง TV ทั่วไปที่จะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ

โดย LINE TV คาดว่าในปี 2024 การรับชมคอนเทนต์แบบออนไลน์ในไทยจะเติบโตเป็น 15% เมื่อเทียบกับปี 2018

สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ที่เทรนด์การดูคอนเทนต์แบบ OTT นั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หรืออย่างในจีนเองที่ตอนนี้จำนวนผู้คนที่ดู OTT ได้แซงหน้าจำนวนคนดูทีวีแบบปกติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และเมื่อพฤติกรรมของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป แน่นอนว่าเม็ดเงินโฆษณาก็จะถูกนำมาใช้บนแพลตฟอร์ม OTT มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้นแล้วการมาของ OTT จึงไม่ได้แค่มาแย่งชิงจำนวนคนดูไปเท่านั้น

แต่ยังเข้ามาแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาจากทีวีไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

:: FYI ::

– ปัจจุบัน LINE TV เข้าถึงผู้ใช้งานได้ประมาณ 40 ล้าน Users

– มี Original Content อยู่บนแพลตฟอร์ม 78 คอนเทนต์

– จับมือกับ TCL เพื่อทำ TV ที่เป็นรุ่น LINE TV โดยเฉพาะเพื่อรองรับพฤติกรรมที่คนหันมาดูคอนเทนต์บนจอใหญ่มากขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer