ธุรกิจโรงแรม หลังโควิดเป็นอย่างไร ? กรณีศึกษา Minor และ AWC

วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ชาวอเมริกันสัญชาติไทย ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) คือเจ้าของธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และได้ขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่มี วัลลภา ไตรโสรัส เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่นั้น เปิดตัวอย่าง HOT สุด ๆ เมื่อปีที่ผ่านมา และเตรียมการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองไทย

มาดูกันว่าวิกฤตโควิด-19 ทำให้ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีอาการอย่างไรบ้าง

ทรัพย์สินของไมเนอร์กรุ๊ป ที่เป็นโรงแรมมีมากแค่ไหน

ไมเนอร์มีกลุ่มธุรกิจหลักอยู่ 3 กลุ่ม คือ ไมเนอร์โฮเทลส์ ไมเนอร์ฟู้ด และไมเนอร์ไลฟ์สไตล์ โดยมีสัดส่วนรายได้ 76%, 20% และ 4% ตามลำดับ

สิ้นไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัทมีโรงแรมที่ลงทุนเองจำนวน 379 แห่ง และมีโรงแรมและเซอร์วิส สวีทที่รับจ้างบริหารอีก 156 แห่งใน 55 ประเทศ มีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 75,968 ห้อง

เป็นห้องพักในประเทศไทย 4,782 ห้อง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6 และเป็นห้องพักในต่างประเทศ 71,186 ห้อง คิด เป็นสัดส่วนร้อยละ 94 ในอีก 54 ประเทศ ในเอเชีย โอเชียเนีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา

เขาเคยกล่าวไว้ว่าปีนี้เป็นปีที่หนักที่สุด เจ็บปวดที่สุดในชีวิต และเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Minor เมื่อโรงแรมและธุรกิจเกือบทั้งหมดต้องปิดตัวลง

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก่อนเกิดโควิด-19 เขาได้เปิดฉากบุกตลาดโรงแรมในยุโรปอย่างหนัก เช่น ไปซื้อเชนทิโวลี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ เชนโรงแรมเก่าแก่ของโปรตุเกส เมื่อปี 2559

ปี 61 ฉลองปีที่ 50 ของไมเนอร์กรุ๊ป ด้วยการเข้าไปลงทุนซื้อกิจการของ “เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป” (NH Hotel Group) เชนโรงแรมดังที่มีเครือข่ายโรงแรมอันดับ 6 ของยุโรป จากประเทศสเปน เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ทศวรรษของไมเนอร์ กรุ๊ป มูลค่า 2,500 ล้านยูโร

ปีที่แล้วได้นำแบรนด์อนันตราจากเมืองไทยบุกตลาดโลก ด้วยการไปเปิดตัวที่ประเทศสเปน และวางแผนไว้ว่าปี 2563 นี้จะเปิดตัวโรงแรมเพิ่มในเมืองดับลิน โรม นีซ และบูดาเปสต์ และตั้งเป้าไว้ว่าภายในปีนี้จะมีแบรนด์อนันตราอย่างน้อย 6 แห่งในทวีปยุโรป

จากรายได้ 129,889  ล้านบาท กำไร 10,697 ล้านบาท ในปี 2562

9 เดือนแรกปี 2563 มีรายได้เพียง 44,889 ล้านบาท ขาดทุนไปแล้ว 15,816 ล้านบาท

ในไตรมาส 3 ตัวเลขขาดทุนลดลง เป็นเพราะโรงแรมในต่างประเทศเกือบทั้งหมดเริ่มทยอยเปิด เป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ไตรมาสที่ 4 ยังต้องจับตาดูเป็นพิเศษจากโควิดในยุโรปที่กลับมาระบาดรอบ 2

อย่างไรก็ตาม  ถ้าวัคซีนที่กำลังพัฒนาได้ผลจริง นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า MINT จะฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2564 และฟื้นตัวเต็มที่ในปี 2566

AWC ยังขาดทุน แต่เตรียมช้อนซื้อโรงแรมที่ประสบปัญหาจากวิกฤตโควิด-19 

ในขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ของ MINT มาจาก ธุรกิจโรงแรม ในต่างประเทศฝั่งยุโรป 

“แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” หรือ AWC ของตระกูลสิริวัฒนภักดี มีโรงแรมในประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวเป็นตัวทำรายได้หลัก รองลงมาเป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า

ปีที่แล้วทำรายได้ 11,522 ล้านบาท กำไร 1,054 ล้านบาท ปีนี้  9 เดือนแรกทำรายได้ 4,557 ล้านบาท และขาดทุนไปแล้ว 1,389 ล้านบาท

ในไตรมาสแรกปี 2563 กำไร 108 ล้านบาท ไตรมาส 2/2563 ขาดทุน 877 ล้านบาท ไตรมาส 3/2563 ขาดทุน 620 ล้านบาท

การขาดทุนลดลงมาจากโรงแรมเกือบทั้งหมดทยอยเปิด และจากการที่รัฐบาลกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านโครงการต่าง ๆ

เพราะความมั่นใจว่าปี 2564 โอกาสที่จะเปิดประเทศมีมากขึ้นทำให้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาบริษัทร่วมลงนามกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าแผนพัฒนาโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์

ด้วยการนำ 3 แบรนด์โรงแรมระดับโลกประกอบด้วย ริทซ์-คาร์ลตัน รีเสิร์ฟ, เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, และออโตกราฟ คอลเลคชัน มาสู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และริมหาดพัทยา

รวมทั้งเตรียมตั้งกองทุนหมื่นล้านช้อนซื้อโรงแรมที่ประสบปัญหาจากวิกฤตโควิด-19 โดยวัลลภาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า  มีโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เข้ามาเสนอขายกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ และภูเก็ตที่มีตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาว

ดังนั้น ปี 2563-2567 บริษัท ยังคงตั้งงบลงทุนรวมที่ 5.5 หมื่นล้านบาท 3 หมื่นล้านบาทเป็นเงินลงทุนสำหรับโครงการโรงแรมใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 12 แห่ง

ส่วนอีกกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท สำหรับลงทุนในโครงการใหม่ ๆ

งานนี้ AWC ไม่ยอมแพ้ แต่ต้องรอเวลา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer