ผิน คิ้วคชา ทำความรู้จักผู้สร้าง ซาฟารีเวิลด์ มอบความสุขให้ลูกค้า แต่ในมุมธุรกิจกลับขาดทุน

เชื่อว่าสักครั้งหนึ่งที่หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ที่สนุกสนานและมีความสุขที่สวนสัตว์เปิด ซาฟารีเวิลด์

ผิน คิ้วคชา ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซาฟารีเวิลด์ ผู้บุกเบิกโครงการ “ซาฟารีเวิลด์” เมื่อปี 2531 ภายใต้ความฝันที่ยิ่งใหญ่ ว่าต้องเป็น The World of Happiness เป็นอาณาจักรแห่งความสุข ให้กับนักท่องเที่ยวทุก ๆ คนที่มาเยือน

ทุกคนกลับไปด้วยรอยยิ้มแห่ง “ความสุข” แต่ดูเหมือนว่าผู้เป็น “เจ้าของ “ทุกข์” มากกว่า “สุข”

เพราะตลอดเส้นทาง 32 ปีเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อวิกฤตทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเงิน โรคระบาด ภัยธรรมชาติ เหตุการณ์การเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวทั้งนั้น

บริษัทที่ทำท่าจะไปได้ดีในหลาย ๆ ครั้ง กลับต้องสะดุด มีปัญหาเรื่องหนี้สินเรื้อรัง

เมื่อเจอวิกฤตหลายองค์กรอาจลดต้นทุนด้วยการลดพนักงาน

แต่ ยีราฟคอยาว ช้าง เสือ สิงโต นกแก้วมาคอว์ น้องโลมา และอื่น ๆ อีกมากมาย เปรียบเสมือนพนักงานที่ซื่อสัตย์ ไม่สามารถ “เลิกจ้าง” ได้เลย ถึงแม้เจ้าของกำลังเจอวิกฤตอย่างหนักก็ตาม และยังต้องเลี้ยงดูอย่างดี เหมือนเดิมด้วย

หุ้นของ บมจ. ซาฟารีเวิลด์ จำกัด หรือ SAFARI เลยถูกพักการซื้อขายตั้งแต่เมื่อปี 2550 ด้วยเหตุผลด้านฐานะการเงินและการดำเนินงาน

สถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียนั้น ลำพังรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศไม่เพียงพอแน่นอน

แค่วันเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2531 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจนี้ตั้งความหวังไว้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนมากแค่ไหน (2-3 ปีหลังมานี้ อินเดียคือกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก )

โควิด-19 เลยเป็นฝันร้ายที่สุดของตระกูล คิ้วคชา

นอกจากกระทบต่อซาฟารีเวิลด์แล้ว “ภูเก็ตแฟนตาซี” มหาอาณาจักรความบันเทิงแห่งวัฒนธรรมไทย อีกโครงการหนึ่งของเขาที่ตั้งอยู่บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ 350 ไร่ ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน

ผินทุ่มทุนสุดตัวในการสร้างโครงการนี้ถึง 3,200 ล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของเอกชนทางด้านการท่องเที่ยว หลังเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ด้วยความมั่นใจในศักยภาพเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2542

นักท่องเที่ยวของภูเก็ตแฟนตาซีได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากที่ได้เกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวจีนประสบอุบัติเหตุในจังหวัดภูเก็ตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 

เมื่อประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจีนตั้งแต่ปลายปี 2562 ทำให้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของจังหวัดภูเก็ตได้ลดลงอย่างมาก ถึงแม้จะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาช่วยไว้ก็ไม่เพียงพอ

ส่งผลให้ผลประกอบการในปี 2562 บมจ. ซาฟารีเวิลด์ เหลือเม็ดเงินกำไรเพียง 57 ล้านบาท 

จนกระทั่งภูเก็ตแฟนตาซีต้องปิดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งของภาครัฐตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 จนถึงวันนี้ ซาฟารีเวิลด์ เปิดให้บริการแล้ว แต่ภูเก็ตแฟนตาซียังไม่เปิดบริการ

เพราะโครงการนี้มีลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก และรอบการแสดงแต่ละรอบต้องลงทุนสูงมาก

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของภูเก็ตแฟนตาซีคือรัสเซีย อินเดีย และจีน

ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปี 2563 ซาฟารีเวิลด์เลยยังมีผลขาดทุนสุทธิ 523 ล้านบาท โดยมีรายได้เพียง 346 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 จำนวน 1,020 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 74

ส่วนตัวเลขขาดทุนเฉพาะไตรมาส 3/63 เท่ากับ 125 ล้านบาท ลดน้อยลงกว่าไตรมาส 1 ซึ่งขาดทุนที่ 182 ล้านบาท และไตรมาส 2 ที่ขาดทุน 214 ล้านบาท จากการที่ซาฟารีเวิลด์เปิดให้บริการแล้ว และกำลังเร่งทำตลาดกับการท่องเที่ยวในประเทศ 

ส่วนโครงการ คาร์นิวัลเมจิก บนที่ดินประมาณ 82 ไร่ ติดกับโครงการภูเก็ตแฟนตาซี ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทย ที่เคยวางแผนเปิดตัวให้บริการต้นปี 2563 ต้องเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด

โครงการนี้มีมูลค่าลงทุนถึง 5 พันล้านบาท ผินให้สัมภาษณ์นักข่าวในวันเปิดตัวโครงการกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ว่า คาร์นิวัลเมจิกธีมปาร์คจะเป็นแลนด์มาร์กอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากดิสนีย์แลนด์ และยูนิเวอร์แซล สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากถึง 1-2 ล้านคนต่อปี และคาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี  โดยหวังกลุ่มลูกค้าจะเป็นต่างชาติ 70% และคนไทย 30%

กลับกลายเป็นภาระหนี้สินอีกก้อนที่ตามมา  

วันนี้ ผินในวัย 76 ปี กับลูก ๆ ทั้งหมดของเขาทั้ง 9 คน ที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นหลักต้องรับศึกหนักกันอีกครั้ง  

คงต้องเอาใจช่วยกัน

เพราะยังไง ทุก ๆ โครงการของเขาก็คือ “The Face of Thailand”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

   



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer