หลังจากที่ บีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) อยู่ในสภาวะขาดทุนมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2560
บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของช่อง 3 ตัดสินใจขายเงินลงทุนใน บีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งหมด ที่มีอยู่จำนวน 119,999,950 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 59.99% ของทุนจดทะเบียน ให้กับ ไบรอัน ลินด์เซ มาร์การ์ ผู้ลงทุนร่วมใน บีอีซี – เทโรฯ ในราคารวม 15 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้ส่วนเสีย ที่แสดงในงบการเงินรวมของบีอีซี เวิลด์ และบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563

การขายเงินลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามแผนการบริหารการลงทุนของบริษัทบีอีซี เวิลด์

ในปีที่ผ่านมา กลุ่ม บีอีซี เวิลด์มีรายได้ 8,310.2 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ที่มีรายได้ 10,125.7 ล้านบาท กำไรก่อนหักภาษีเงินได้  61.8 ล้านบาท จากปี 2561 ที่ 72.1 ล้านบาท

ส่วน บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ปี 2558 ที่รายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

2558       2,954.59 ล้านบาท กำไร 111.01 ล้านบาท

2559       2,320.13 ล้านบาท กำไร 39.67 ล้านบาท

2560       2,144.23 ล้านบาท ขาดทุน 43.13 ล้านบาท

2561       1,770.44 ล้านบาท ขาดทุน 41.74 ล้านบาท

2562       1,545.72 ล้านบาท ขาดทุน 211.54 ล้านบาท   

และปีนี้คาดการณ์ บีอีซี เทโรฯ ขาดทุนหนักขึ้น จากโควิด-19 ที่ทำให้งานอีเวนต์ และกิจกรรมต่างๆ เช่นคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลักหายไป

นอกจากนี้ Marketeer ยังมองว่าการขายเงินลงทุนในครั้งนี้เป็นเหมือนการตัดความสัมพันธ์ระหว่างบีอีซี เวิลด์ และ ไบรอัน ลินด์เซ มาร์การ์ ผ่านเงินลงทุนใน บีอีซี-เทโรฯ โดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่ปี 2541 ที่ ไบรอัน เข้ามาร่วมทุนในบริษัท

เพราะในวันนี้ บริษัท บีอีซี – เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บนเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ภาพของบริษัทเป็นบริษัทย่อยของ บีอีซี เวิลด์ เหมือนในอดีต

บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2541 โดยมีชื่อเดิมว่า บริษัท เวิลด์ มีเดีย ซัพพลายส์ จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อแพร่ภาพทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดหาการแสดงและจัดกิจกรรมต่างๆ จากในและต่างประเทศ

รวมทั้งยังบริหารสื่อประเภทต่างๆ ปัจจุบันมีบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจบันเทิงที่หลากหลาย ทั้งสื่อวิทยุ ค่ายเพลงไทยและสากล บริษัทจำหน่ายบัตรชมการแสดง และยังร่วมทุนกับบริษัทพันธมิตรอื่น ๆทั้งในและต่างประเทศ เพื่อศักยภาพสูงสุดในการประกอบกิจการด้านการจัดแสดงละครเวที การจัดอีเว้นท์พิเศษ การผลิตรายการโทรทัศน์ในประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ

 

Marketeer FYI

บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจตัวแทนจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดง ธุรกิจการจัดการแสดง และธุรกิจวิทยุ

ได้แก่

ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ถือหุ้น 59.99%

บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ ถือหุ้น 50.00%

บีอีซี-เทโร เรดิโอ ถือหุ้น 99.99%

บีอีซี-เทโร เมียนมาร์ ถือหุ้น 99.99%

ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ถือหุ้น 50.10%

โดย 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการรายได้รวมและกำไร/ขาดทุนจากบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

ไทยทิคเก็ตเมเจอร์

2560       245.66 ล้านบาท   กำไร 29.45 ล้านบาท

2561       307.80 ล้านบาท   กำไร 74.60 ล้านบาท

2562       315.73 ล้านบาท   กำไร 72.26 ล้านบาท

 

บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ

2560       0.60 ล้านบาท       ขาดทุน 0.88 ล้านบาท

2561       0.31 ล้านบาท       ขาดทุน 0.92 ล้านบาท

2562       209.69 ล้านบาท  ขาดทุน 5.21 ล้านบาท

 

บีอีซี-เทโร เรดิโอ

2560       178.70 ล้านบาท   ขาดทุน 76.32 ล้านบาท       

2561       168.41 ล้านบาท   ขาดทุน 18.47 ล้านบาท

2562       161.72 ล้านบาท   ขาดทุน 7.62 ล้านบาท

 

ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์

2560       455.07 ล้านบาท   กำไร 28.71 ล้านบาท                           

2561       578.05 ล้านบาท   ขาดทุน 2.11 ล้านบาท

2562       438.31 ล้านบาท   กำไร13.12 ล้านบาท



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer