ปี 2545 โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ เปิดตัวท่ามกลางกระแสที่เป็น Talk of the town

แต่ชื่อของสุเชฎฐ์ สุวรรณมงคล ผู้ก่อตั้งโรงแรมดาราเทวี คนแรก กลับเงียบๆ

นามบัตรที่สวยงามของเขาที่ Marketeer เคยได้รับ มีเพียงชื่อและโลโก้ของบริษัทดาราเทวี แต่ไม่ปรากฏตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น

สุเชฎฐ์ เป็นนักธุรกิจทางด้านรถยนต์ชาวจังหวัดปัตตานี ที่หลงใหลการสะสมของโบราณ และชอบธรรมชาติของเมืองเหนืออย่างมาก

ทั้งชีวิต เขาไม่เคยทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน และจากความคิดที่จะทำรีสอร์ตเล็กๆ เพียง 40 กว่าหลังบนถนนสันกำแพง-เชียงใหม่ กลายเป็น  

ดาราเทวี  รีสอร์ตและโรงแรมหรู มูลค่าการลงทุนประมาณ 3 พันล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าไฮเอ็นด์ชาวต่างชาติในพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 150 ไร่  

เขาเคยเล่าให้ Marketeer ฟังว่าใช้เวลาถึง 3 ปี ตระเวนไปทั่วภาคเหนือเพื่อหาซื้อบ้านเก่าที่เป็นไม้สักทอง หาซื้อต้นไม้หายากที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาหลายพันต้น เช่น ต้นสาละ ต้นโพธิ์ ต้นงิ้ว มาปลูกในโครงการ

ทุกอย่างถูกขนข้ามภูเขา ข้ามลำน้ำ ผ่านหมู่บ้านต่างๆ อย่างยากลำบาก พร้อมๆ กับหาช่างฝีมือดีในด้านต่างๆ มาจำลองงานสถาปัตยกรรมของวัดชื่อดัง เข้ามาอยู่ในโครงการ

ของเก่า ของโบราณหลายชิ้นถูกนำมาประดับ ตามห้องพักและห้องอาหาร

ทั้งหมดคือจุดขายสำคัญแต่กลายเป็นกระแสสำคัญต่อต้านในกรณีความไม่เหมาะสม

การได้เชนโรงแรมชื่อดังของโลก “แมนดาริน กรุ๊ป” เข้ามาเซ็นสัญญาเป็นผู้บริหารระยะเวลา 15 ปี (ต่ออีก 15 ปี) คือการได้ประสบการณ์ ในการบริหารจัดการโรงแรม และได้เครือข่ายในการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ จากแมนดารินที่มีฐานข้อมูลกลุ่มลูกค้าอยู่แล้วจากโรงแรมใหญ่ในเครือทั่วโลก

หนังสือ “บริษัท 100 ปี” ซึ่งมีเรื่องราวเรื่อง “โรงแรมไทยที่ดีที่สุด 127 ปีโอเรียนเต็ล” (เขียนโดย อรวรรณ บัณฑิตกุล) ถูกสั่งมาให้พนักงาน 400 คนได้อ่านและศึกษาถึงความเป็นมาและจุดแข็งที่ทำให้โรงแรมโอเรียนเต็ล สามารถยืนหยัดอยู่ได้นานกว่าศตวรรษ

ทุกอย่างน่าจะไปได้อย่างสวยงาม แมนดาริน เองก็คาดหวังจะสร้างให้ “ดาราเทวี” เป็น Luxury Product แห่งใหม่ นอกเหนือจากโอเรียนเต็ล กรุงเทพ ที่ได้รับรางวัลโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกมามากมายหลายรางวัล

แต่หลังจากแมนดารินกรุ๊ปบริหารมาประมาณ 8 ปี ก็ยกเลิกสัญญากันไป ว่ากันว่าเป็นความไม่ลงตัวทางความคิดในการบริหาร ระหว่างเชนโรงแรมกับเจ้าของโรงแรม   

หลังจากนั้น จากลูกค้าที่เป็นยุโรป อเมริกา ก็เปลี่ยนมาเป็นชาวจีนและเอเชียมากขึ้น

การบริหารโรงแรมหรูขนาดใหญ่ที่ไม่มีเชนใหญ่ระดับโลกเข้ามาช่วย ทำให้โรงแรมแห่งนี้มีข่าวขาดทุนอยู่หลายปี

ในปี 2558 ก็มีข่าวว่าสุเชฎฐ์ ได้ขายโรงแรม ให้กับนายแพทย์ วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ บมจ. อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน แต่ต้องการขยับพอร์ทลงทุนครั้งใหญ่มาทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFEC เคยกล่าวไว้ในงานการแถลงข่าวทิศทางของดาราเทวี ในปีนั้นว่า

โรงแรมมีหนี้สินอยู่ราว 5,000 ล้านบาท แต่ได้เจรจาลดหนี้ลงเหลือเกือบ 2,000 ล้าน และ IFEC คาดว่าจะสามารถทำกำไรจากการดำเนินการได้ทันทีประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี

รวมทั้งวาดฝันต่อว่า จะเอาจุดแข็งด้านการบริการชั้นยอด เพื่อปั้นแบรนด์ดาราเทวีและขยายสู่การตั้งเป็นเชนโรงแรม

แต่ก็ได้แต่ฝัน ปัจจุบัน IFEC มีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลาย ในการเข้าฟื้นฟูกิจการ

ในขณะเดียวกันทางโรงแรมดาราเทวีก็ยังประสบปัญหากับวิกฤตโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติม ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมานานหลายเดือน จนต้องปิดโรงแรมชั่วคราว และเลื่อนการเปิดออกไปหลายครั้ง

ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าแรงพนักงาน ไม่มีแม้แต่เงินจ่าย ค่าน้ำค่าไฟ และล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ทางโรงแรมดาราเทวี ได้มีหนังสือบอกเลิกจ้างถึงพนักงานโรงแรมทุกคน  

รวมทั้งอาจจะต้องปิดโรงแรมไปอย่างถาวร และรอวันขายทอดตลาด

โปรดติดตามต่อไปว่า สมบัติชิ้นนี้จะตกไปอยู่ในมือใคร เป็นรายต่อไป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer