ถ้าถามว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เราเรียกติดปากว่ามาม่า รสชาติที่คุณคุ้นเคยมากที่สุด คงหนีไม่พ้น หมูสับ และต้มยำกุ้ง สองรสชาติเบสิกที่เป็นมาตรฐานของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์หลัก ๆ ในประเทศไทย

 

แต่ถ้าถามว่ารสชาติที่ตอนนี้คุณรับประทานบ่อยที่สุด หรือชอบมากที่สุด คำตอบอาจจะไม่ใช่หมูสับ และต้มยำกุ้ง

 

เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีรสชาติมากกว่านี้

 

มาม่า มี 30 รสชาติ ที่มาจากมาม่าซอง คัพ มาม่า ราเมง และออเรียนทัลคิตเชน ไม่รวมรสชาติที่ส่งออกต่างประเทศ

ยำยำมี 7 ไม่รวมช้างน้อยที่มีอีก 5 รสชาติ

และไวไวและไวไวควิกรวมกันมี 16 รสชาติ

ซึ่งรสชาติเหล่านี้ไม่รวมเส้นหมี่ขาวกึ่งสำเร็จรูป และอื่นๆ

การที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พัฒนารสชาติ และความแตกต่างของเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนหนึ่งมาจาก

1. การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเป็นการขยายฐานลูกค้า สร้างความถี่ในการรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น จากรสชาติที่ไม่จำเจ

2. การเข้ามาทำตลาดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้องพัฒนารสชาติ และรูปแบบเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้มีความเป็นโคเรียสไตล์มากขึ้น เพื่อทวงชิงส่วนแบ่งตลาดจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี

3. บางรสชาติมีเฉพาะแบบคัพ ซึ่งมีราคาสูงกว่าแบบซองและมีมาร์จิ้นหรือกำไรต่อชิ้นมากกว่าแบบซอง เพื่อผลักดันรายได้และผลกำไรเพิ่มเติม แทนการขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองที่ไม่สามารถขึ้นราคาได้จากกลไกการตลาด ทั้งสภาพตลาดและคู่แข่ง

และยังเป็นการเสิร์ฟความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกในการรับประทาน เพียงเปิดฝา ใส่เครื่องปรุง เทน้ำร้อน รอรับประทาน และเมื่อรับประทานเสร็จก็ทิ้งขยะได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาหาชาม และล้างชามเมื่อรับประทานเสร็จ

 

แม้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะมีการแข่งขันที่รสชาติและรสสัมผัสของเส้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินผู้บริโภค แต่ในปีที่ผ่านมาตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการเติบโตลดลง 1.8% ด้วยมูลค่า 16,223 ล้านบาท และมาม่ายังคงเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 47.8%

 

 

Marketeer FYI

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกเกิดจากการขาดแคลนอาหารในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

โมะโมะฟุกุ อันโด ได้ชื่อว่าเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกของโลก

จุดเริ่มต้นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามและขาดแคลนอาหาร

ในเวลานั้นญี่ปุ่นได้การสนับสนุนอาหารจากอเมริกาที่ส่งข้าวสาลีมาช่วยเหลือ ทำให้รัฐบาลส่งเสริมคนญี่ปุ่นกินขนมปังและบิสกิตแทน

และในเวลานั้นโมะโมะฟุกุ อันโด มีคำถามในใจว่าทำไมรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่สนับสนุนให้กินราเมงซึ่งเป็นอาหารที่ทำจากข้าวสาลีเหมือนกันแทน

เพราะคำถามในใจนี้เองโมะโมะฟุกุ อันโด จึงกลับไปคิดและก็คิดถึงการทำราเมง ที่สามารถเก็บได้นาน อร่อย ปรุงง่าย และราคาไม่แพง

เขาได้คิดค้นและพัฒนาการทำราเมงอย่างต่อเนื่องจนค้นพบวิธีทำที่น่าสนใจและสามารถเก็บราเมงได้นานคือ

การนำราเมงจากแป้งสาลีมาต้มในน้ำซุป และนำมาพักไว้ก่อนลงทอดในน้ำมันเพื่อไล่ความชื้นออกและทำให้เก็บได้นานขึ้น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกถูกวางขายในปี 2501 ในชื่อเครื่องหมายการค้า ชิกิง ราเมง ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นนิสชิน คัพนูดเดิ้ลในเวลาต่อมา

สำหรับประเทศไทยยำยำถือเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของไทย ที่ผลิตครั้งแรกในปี 2514 ส่วนมาม่าผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดเกิดในปี 2515 แต่ด้วยการพัฒนารสชาติและการตลาดที่แข็งแกร่ง ทำให้ผู้บริโภคจดจำมาม่า และใช้เป็นชื่อเรียกแทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทน

 

และเพราะรสชาติที่หลากหลายของมาม่าทำให้เราจะไม่เคยเห็นมาม่ารสชาติแปลก ๆ ในไทย อย่างเช่น 

รสแกงไก่มาซาลา

แกงกะหรี่

กิมจิ

บะหมี่ผัดมีโกเร็ง เป็นต้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน