ตลาดรถยนต์ทั่วโลกโดนกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 กันถ้วนหน้า

ก่อนสถานการณ์โควิดประเมินไว้ว่าปี 2563 จะมียอดขายรถแตะที่ 80 ล้านคัน

แต่พอปิดปีจริง ๆ ก็ไม่ได้ตามที่เคยวางเป้าไว้

ปีที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 63.8 ล้านคัน  อ้างอิง statista, April 2021

 

รถยนต์จดทะเบียนใหม่ทั่วโลกลดลง

 

ยุโรป -23.7%

บราซิล -26.7%

อินเดีย -17.7%

สหรัฐ -14.7%

ญี่ปุ่น -11.4%

รัสเซีย -9.1%

จีน -6.1%

 

หันกลับมาโฟกัสที่ตลาดในประเทศไทย ยอดขายรถยนต์รวมในปี 2563 ลดลง 21.4% มียอดขายอยู่ที่ 792,146 คัน จากที่ปีก่อนหน้ายอดขายรถยนต์รวมแตะระดับ 1 ล้านคัน

ขณะที่แนวโน้มในปีนี้โตโยต้าคาดการณ์เมื่อช่วงต้นปีไว้ว่า ยอดขายรถยนต์ในปี 2564 จะอยู่ที่ประมาณ 850,000 – 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 7-14%

อ่าน: ตลาดรถยนต์ปี 2563

แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเกิดการระบาดระลอกใหม่ในเดือน เม.ย. ที่มีการระบาดหนักๆ ใน กทม. มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากกว่าช่วงที่ผ่านมา

แล้วภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีนี้จะเป็นอย่างไร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การกลับมาระบาดอีกครั้งแม้จะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์

แต่มุมมองของประชาชนต่อการระบาดในครั้งใหม่ที่ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากกว่าการระบาดในทุกครั้งนี้ยังส่งผลทางจิตวิทยาให้เกิดความกังวลต่อรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

และกระทบต่อการบริโภคในกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตามมา

โดยตลาดรถยนต์เป็นอีกกลุ่มที่น่าจะได้รับผลกระทบเนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูง

นอกเหนือจากผลกระทบของโควิด-19 เองแล้ว ยังมีประเด็นที่ค่ายรถยนต์บางค่ายได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วน โดยเฉพาะชิปอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ทั่วโลก

มีผลทำให้การผลิตรถยนต์ในบางรุ่นสำหรับค่ายที่ไม่ได้สต๊อกชิ้นส่วนดังกล่าวไว้ล่วงหน้าส่งมอบล่าช้าออกไปกว่าที่ควร

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองสถานการณ์ตลาดรถยนต์ช่วงครึ่งหลังแม้จะทยอยฟื้นตัวหลังคลี่คลายจากทั้งปัญหาโควิด-19 และการขาดแคลนชิ้นส่วนลงบ้าง

แต่กำลังซื้อที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องการกระจายวัคซีน

คาดว่ายอดขายรถยนต์รวมปี 2564 นี้ อาจแกว่งอยู่ระหว่าง -1.5% ถึง 3.5%

หากแยกเป็นรายเซกเมนต์ รถยนต์ที่กระทบมากสุดคือ กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กเนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อหลักเป็นกลุ่มรายได้ปานกลางลงมาและได้รับผลกระทบด้านรายได้ค่อนข้างมาก

เพราะนอกจากจะมีกำลังซื้อที่ลดลงแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูง ในการผ่อนชำระสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้มีโอกาสไม่ผ่านเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อได้ง่าย

ส่วนกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ยังพอมีปัจจัยบวกจากการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยหนุนตลาดบ้าง

ส่วนรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขยายฐานตลาดลงมาเล่นในรุ่นเล็กลงมากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำตลาด น่าจะยังพอได้รับการตอบรับจากการเปลี่ยนความนิยมของผู้บริโภคมาสู่รถยนต์ประเภทนี้

ขณะที่รถยนต์ xEV ยังคงมีช่องให้ทำตลาดได้อีกมาก

อ่าน: รถยนต์ EV จะขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้วกินส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งหนึ่งของตลาดรวมอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

ส่วนตลาดส่งออกรถยนต์ในปีนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมาก หลังประเทศคู่ค้าหลักของไทย เช่น กลุ่มประเทศโอเชียเนีย ทวีปยุโรป และบางประเทศในอาเซียน รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีขึ้นกว่าปีก่อน

บวกกับค่ายรถญี่ปุ่นบางค่ายปรับสายการผลิตวางไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออกไปประเทศต่าง ๆ รวมถึงส่งกลับญี่ปุ่น ทำให้การส่งออกรถยนต์ของไทยกลับมาฟื้นคืนขึ้น

ทำให้คาดว่าการผลิตรถยนต์รวมของไทยในปี 2564 นี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านคัน หรือขยายตัวไม่น้อยกว่า 26.0%



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer