พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คือ การช้อปปิ้งออนไลน์ที่มากขึ้น

ส่งผลให้ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตมากขึ้นตาม

ตลาดอีคอมเมิร์ซโตขึ้น นั่นก็หมายถึง ‘ธุรกิจขนส่งพัสดุ’ เติบโตแรงตามอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่รายได้และปริมาณการขนส่ง

ข้อมูลจาก Priceza e-Commerce Summit 2021 ระบุว่า จากสถานการณ์โควิด ทำให้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ ปี 2563 มีมูลค่า 294,000 ปี 2562 อยู่ที่ 163,000 โต 81%

เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของธุรกิจขนส่งพัสดุ แต่มีความท้าทายที่รออยู่

ต้นสัปดาห์ อัลฟ่า เพอร์ฟอร์มานซ์ กรุ๊ป บริการขนส่งและเก็บเงินปลายทางแบรนด์ AlphaFast ประกาศปิดกิจการ

ด้วยเหตุผลที่ว่าเนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจขนส่งย่อยในปัจจุบันแข่งขันตัดราคาต่ำกว่าต้นทุนเพื่อสร้างโอกาสในการหาลูกค้าแทนการแข่งขันด้านคุณภาพ

ซึ่งการแข่งขันนี้ทำให้ AlphaFast ไม่สามารถอยู่รอดในการแข่งขันได้

นั่นทำให้รู้เลยว่าธุรกิจขนส่งพัสดุ เอาจริง ๆ นั้นไม่ง่าย

เพราะไหนจะต้องแข่งกับแบรนด์ขนส่งพัสดุที่มีหน้าใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ แข่งกับเจ้าใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งตลาดไปแล้วกว่าครึ่ง

แข่งกับแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสที่หันมาทำธุรกิจส่งพัสดุเองเมื่อช้อปปิ้งสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม

รวมทั้งแข่งกันในเรื่องการบริการ ที่ตอนนี้แข่งกันในเรื่องหลัก ๆ คือ คุณภาพ ความคุ้มค่า ทำเล ความรวดเร็ว และ “ราคา”

ที่น้องใหม่ในตลาดส่งพัสดุหลาย ๆ เจ้าใช้กลยุทธ์ด้านราคา เป็นตัวดำเนินธุรกิจ

แล้ว TOP3 ขนส่งพัสดุ ‘ไปรษณีย์ เคอรี่ แฟลช’ มีทิศทางอย่างไร

ไปรษณีย์ไทย ผู้นำตลาดที่อยู่มาก่อนใครเพื่อน ปีที่ผ่านมาแม้ธุรกิจขนส่งจะเติบโตมากแค่ไหน แต่ไปรษณีย์ไทยกลับ “อ่อนแรง” ทั้งรายได้ และกำไรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

จากที่ปี 2561 มีรายได้ที่ 29,728  ล้านบาท

ปี 2563 มีรายได้ 24,210 ล้านบาท

กำไรจากระดับพันล้านก็ลดลงเหลือเพียง 385  ล้านบาท

(อ้างอิงข้อมูลจากรายงานประจำปี 2563 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด)

ทั้ง ๆ ที่อีคอมเมิร์ซ เติบโตได้ดี แต่การขนส่งและโลจิสติกส์ลดลง 10.60% จากปีก่อนหน้า

เพราะมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นหลายราย และมีการแข่งขันในเรื่องราคาสูงขึ้น

การปิดประเทศ สายการบินลดเที่ยวบิน ทำให้ปริมาณงานของกลุ่มบริการระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออกลดลง 44.40%

หนึ่งในเหตุผลคือ ไปรษณีย์ไทยคือองค์กรใหญ่และเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีระเบียบกฎเกณฑ์มากมาย เป็นโครงสร้างการทำงานของยุคแข่งเดือด ที่ “ความเร็ว” สำคัญที่สุด

ล่าสุด “ไปรษณีย์ไทย” ได้ “ดนันท์ สุภัทรพันธ์” มานั่งแม่ทัพ พาไปรษณีย์ไทยฝ่ามรสุมในตลาดขนส่งพัสดุ

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส  ขนส่งเอกชนที่เพิ่งพาตัวเองเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปลายปี 2563

ยังคงทำเพอร์ฟอร์แมนช์ได้ดี แม้รายได้จะลดลง รายได้ที่ลดลงมาจากการปรับกลยุทธ์ลดราคาค่าส่งเพื่อเข้ารุกในตลาดขนส่งแบบประหยัด

และแข่งขันกับเจ้าอื่น ๆ ในตลาด (รายได้รวม 19,010.05  ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการ 18,917 ล้านบาท)

แต่มีกำไรที่เพิ่มมากขึ้น จากการที่ควบคุมต้นทุนต่าง ๆ ได้ดี

ทิศทางปีนี้ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส นอกจากจะหากลยุทธ์ไปแข่งขันในตลาดขนส่งพัสดุที่ยังแข่งกันรุนแรงเพื่อหนีคู่แข่งที่ไล่บี้มาติด ๆ แล้ว

เคอรี่ฯ จะแสวงหาโอกาส ใหม่ ๆ ในการต่อยอดธุรกิจให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับธุรกิจหลักของ KEX

ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาและทดลองธุรกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งธุรกิจสื่อ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจการขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ และบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรสำหรับองค์กร

แฟลช เอ็กซ์เพรส เบอร์ 3 ในตลาดขนส่งพัสดุ ที่อยู่มาเพียง 3 ปีกว่า ๆ กลายมาเป็น ‘ยูนิคอร์น’ รายแรกของคนไทย

แฟลช กรุ๊ป บริษัทแม่ แฟลช เอ็กซ์เพรส ปิดดีลระดมทุนเพิ่ม 4,700 ล้านบาท จาก 7 บริษัทลงทุน Startup ยักษ์ใหญ่จากการระดมทุนในรอบซีรีส์ D+ และเพิ่มทุนในซีรีส์ E

การระดมทุนรอบซีรีส์ D+ แฟลซ กรุ๊ป ได้นักลงทุนรายใหม่ร่วมทุนเพิ่ม 2 ราย ได้แก่

SCB 10X

และ บริษัทจันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้พริ้นท์ติ้ง จำกัด

ระดมทุนรอบซีรีส์ E ประกอบด้วยนักลงทุนจาก

Buer Capital กลุ่มทุนจากสิงคโปร์

SCB 10X ที่ให้การสนับสนุนทั้งซีรีส์ D+

eWTP

บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

บริษัท เดอเบล จำกัด (Durbell) ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP

บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด (Krungsri Finnovate) ในเครือกรุงศรี กรุ๊ป

 

ปี 2562 รายได้รวม 2,122.85 ล้านบาท ขาดทุน 1,665.58 ล้านบาท

ปี 2563 แม้ว่าจากสถานการณ์ COVID -19 ที่ส่งผลทำให้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะถดถอย โดยในฟากของตลาด E-commerce ผู้ให้บริการทุกรายต่างต้องงัดกลยุทธ์ทั้งด้านราคา และบริการจากปริมาณการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แม้รายได้ปี 2563 ของแฟลชจะยังไม่มีการเปิดเผย แต่ปีที่ผ่านมาแฟลชฯ มียอดส่งรวมทั้งปีมากกว่า 300 ล้านชิ้นหรือเติบโตขึ้นกว่า 500% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

บวกกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 6,000 ล้านบาท

ปี 2564 แฟลชคาดการณ์ว่ารายได้ต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท

และมีจำนวนพัสดุเฉลี่ยต่อวันประมาณ 2 ล้านชิ้น จากเดิมที่มียอดส่งพัสดุเฉลี่ยอยู่ 1.3 ล้านชิ้น ต่อวัน

และพร้อมลงทุนด้าน Infrastructure ต่าง ๆ รับความท้าทายของตลาด

ที่การแข่งขันในธุรกิจขนส่งพัสดุนี้ยังแข่งกันดุเดือดต่อไป

ส่วนแบรนด์ไหนจะมัดใจผู้บริโภคอยู่

คงต้องให้เจ้าตัวเป็นคนตัดสิน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน