• รายงาน State of Marketing ประจำปี 2021 เผยนักการตลาดไทยกำลังเดินหน้ายกระดับด้านการจัดการความสำคัญ ความท้าทาย และกลยุทธ์ทางการตลาด ให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมรองรับลูกค้าเชิงดิจิทัลมากขึ้น
  • Customer Journey ที่เชื่อมต่อบนทุกช่องทางและอุปกรณ์เป็นความสำคัญอันดับ 1 ในขณะที่การเชื่อมต่อกับลูกค้าแบบเรียลไทม์จัดเป็นความท้าทายอันดับ 1 ในการทำการตลาดสำหรับนักการตลาดไทย

เซลส์ฟอร์ซ (NYSE: CRM), ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เผยผลสำรวจจากรายงาน State of Marketing Report ฉบับที่ 7 ซึ่งรวบรวมผลสำรวจจากนักการตลาดชั้นนำกว่าพันรายทั่วโลกเกี่ยวกับทัศนคติและมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการตลาดในปัจจุบัน ซึ่งเผยให้เห็นถึงเทรนด์การตลาดต่าง ๆ ในยุค Market-from-Anywhere ตั้งแต่การลงทุนที่สำคัญในด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี และช่องทางที่ขาดไม่ได้ต่าง ๆ เพื่อคงประสิทธิภาพในการทำการตลาด  โดยจากการสำรวจพบว่า นักการตลาดไทยยังคงมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับอนาคตขององค์กรของตนเอง แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดจะยังคงสร้างความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงที่ผ่านมา

รายงาน State of Marketing Report ในส่วนข้อมูลของประเทศไทยเผยให้เห็นว่า นักการตลาดไทยกว่า 75% คาดการณ์ถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นขององค์กรในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า ในขณะที่ 84% ของนักการตลาดไทยรู้สึกว่าผลงานการตลาดที่พวกเขาสร้างขึ้นดูจะมีคุณค่าและเป็นผลมากกว่าปีที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตามนักการตลาดยังคงเผชิญความท้าทายโดย 71% ของนักการตลาดไทยเห็นพ้องกันว่า การตอบสนองให้ตรงต่อความคาดหวังของผู้บริโภคนั้นยากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

และเพื่อปรับตัวให้ตอบรับกับความท้าทายดังกล่าว นักการตลาดไทยจึงใช้ Digital Transformation เป็นเครื่องมือ โดยกว่า 41% กล่าวว่า COVID-19 ทำให้พวกเขาต้องปรับกลยุทธ์ Digital Engagement และอีก 28% กล่าวว่า พวกเขามีการใช้งานช่องทางการตลาดที่ผสมผสานมากยิ่งขึ้น

เว็นดี้ วอล์กเกอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดอาเซียน, เซลส์ฟอร์ซ กล่าวว่า “ผลสำรวจจากรายงาน State of Marketing เป็นตัวชี้วัดชั้นดีที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสายงานการตลาด ว่าสิ่งใดยังคงมีประสิทธิภาพ และสิ่งใดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งมันชี้ให้เห็นถึงศาสตร์และศิลป์ของการตลาดในปัจจุบันและสู่อนาคต สิ่งที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยคือ สิ่งสำคัญสามอันดับแรกของนักการตลาดไทยนั้น เป็นเรื่องเดียวกับความท้าทายหลักสามเรื่องด้วยเช่นกัน และแม้ว่านักการตลาดไทยอาจทำงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือตัวช่วยต่าง ๆ ที่มีในปัจจุบัน แต่ด้วยแหล่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และการผสมผสานช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการทำงานร่วมกับ CEO ที่มากขึ้น ก็ถือเป็นโอกาสอันมีค่าสำหรับนักการตลาดไทย ในการสร้างความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ให้แก่องค์กรของพวกเขา”

เทรนด์การตลาดต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในรายงาน State of Marketing ฉบับล่าสุดนี้ ได้ผ่านการรวบรวมผลสำรวจจากนักการตลาดชั้นนำกว่า 8,200 ท่าน ตั้งแต่ระดับ CMO ไปจนถึงระดับผู้จัดการด้านการตลาด ใน 37 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามจากประเทศไทย 300 ท่าน ที่ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกดังต่อไปนี้

  • เมื่อผู้บริโภคเดินหน้าไปทางดิจิทัล การตลาดก็ต้องวิ่งตามให้ทัน นักการตลาดไทยต้องเร่งมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อที่จะสามารถตอบสนองต่อผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับประเทศไทย Social Media ได้กลายเป็นช่องทางการตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • การร่วมมือเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการตลาดยุค Market-from-Anywhere ที่ดีที่สุด เมื่อไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวันเหมือนแต่ก่อน การทำงานเป็นทีมจึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์แต่ยังคงต้องพร้อมรองรับความต้องการของผู้บริโภคไปด้วย ในประเทศไทยนักการตลาดเพียง 8% ใช้นโยบายทำงานนอกสถานที่แบบเต็มเวลา ในขณะที่ 61% ใช้นโยบายการทำงานแบบผสม หรือ hybrid เพื่อคงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
  • การตลาดต้องอาศัยข้อมูล แหล่งที่มาของข้อมูลที่มากขึ้นทำให้การจัดการข้อมูลมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

โดยนักการตลาดไทยคาดว่า ในระหว่างปีพ.ศ. 2564 – 2565 จำนวนของแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้จะเพิ่มขึ้นอีก 20%

  • ตัวชี้วัดและ KPI จะยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เนื่องจากงานด้านการตลาดนั้นมีกลยุทธ์และมีคุณค่ามากขึ้นสำหรับธุรกิจต่าง ๆ นักการตลาดจึงต้องมีการประเมินตัววัดความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ  โดยจากผลสำรวจพบว่า 71% ของ CMO ในประเทศไทย ได้ปรับ KPI ให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ CEO ตั้งไว้สำหรับองค์กร

I



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน