ดุลอำนาจในสหภาพยุโรปอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างไม่มากก็น้อยจากการพยายามเพิ่มบทบาทของผู้นำฝรั่งเศส หลังหมดยุคนักการเมืองหญิงรุ่นเก๋าชาวเยอรมัน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญการเมืองยุโรปให้ทัศนะไปในทางเดียวกันว่าประธานาธิบดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส คงพยายามเข้ามามีบทบาทต่อสหภาพยุโรป (EU) และแสดงให้เห็นความเป็นผู้นำ เพื่อหวังการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิก ช่วงที่เยอรมนียังคงอยู่ระหว่างตัดสินว่าใครจะเป็นผู้รับไม้ต่อจากนายกรัฐมนตรี Angela Merkel ที่ครองตำแหน่งมานานเกือบ 16 ปี

นายกฯ Angela Merkel

26 กันยายนที่ผ่านมาเยอรมนีมีการเลือกตั้งใหญ่ โดยเป้าหมายสำคัญคือกำหนดอนาคตประเทศและหาว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก Angela Merkel ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรค SPD ของรองนายกรัฐมนตรี Olaf Scholz วัย 63 ปี นำพรรค CDU ของ Armin Laschet วัย 60 ปี ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอยู่เล็กน้อย

Olaf Scholz

โดยที่พรรค Green ภายใต้การนำของ Annalena Baerbock วัย 40 ปีมาเป็นอันดับ 3 ใกล้เคียงกับที่คาดกันไว้

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่อาจนำโดยพรรค SPD โดยที่ Olaf Scholz ขยับขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่ Olaf Scholz จะสร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับของชาติสมาชิก EU

นี่จึงเป็นโอกาสให้ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส พยายามเพิ่มบทบาทของตนและที่ทางของฝรั่งเศสขึ้นมา

ประธานาธิบดี Emmanuel Macron

ปีนี้ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ทำผลงานได้ดีในสายตาชาวยุโรป หลังมีส่วนสำคัญในการผลักดันกองทุนฟื้นฟูยุโรปจากวิกฤตโควิด โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสวัย 43 ปี ที่พูดภาษาอังกฤษทุกครั้งเมื่อมีโอกาส มีแนวโน้มแสดงความเป็นผู้นำมากขึ้น เพราะครึ่งแรกของปี 2022 ฝรั่งเศสจะขึ้นมาเป็นประธานหมุนเวียนของ EU

และที่สำคัญปี 2022 ยังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสอีก โดยหาก Emmanuel Macron ชนะการเลือกตั้ง ไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใด ๆ ขึ้นเสียก่อน และอยู่ได้จนครบวาระ 5 ปี เขาจะได้นำฝรั่งเศสช่วงที่เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกในปี 2024 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูว่าประธานาธิบดี Emmanuel Macron จะแสดงความเป็นผู้นำของฝรั่งเศสใน EU ได้ดีแค่ไหน เพราะตามขนาดเศรษฐกิจและประวัติที่ผ่านมาแล้ว เยอรมนีคือเบอร์หนึ่งใน EU และไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากนัก แม้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีก็ตาม  

ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะมีขึ้นช่วงเมษายนปีหน้า โดยท่ามกลางนักการเมืองที่ประกาศตัวลงชิงชัยแล้วหลายคน มี 2 คนอาจขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของประธานาธิบดี Emmanuel Macron

Marine Le Pen

คนแรกคือ Marine Le Pen นักการเมืองหญิงวัย 53 ปีหัวหน้าพรรค Rassemblement National ที่ดำเนินนโยบายขวาจัดและลงชิงประธานาธิบดีมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2017 ที่เธอแพ้ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ไปด้วยคะแนน 21.3% ต่อ 24.0% 

อีกคนคือ Anne Hidalgo นายกเทศมนตรีกรุงปารีส วัย 62 ปี ซึ่งชูความเป็นผู้ประสานความแตกต่างทางเชื้อชาติ เพราะเธอเกิดในสเปนแต่หนีสงครามกลางเมืองยุคนายพล Franco มาปักหลักในฝรั่งเศสพร้อมครอบครัว จนได้สัญชาติ

Anne Hidalgo

จากนั้นก็เข้าสู่แวดวงการเมืองและขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของกรุงปารีสมาตั้งแต่ปี 2014/cnbc, wikipedia, theguardian   



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน