รัสเซียยูเครน หรือสงครามครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากมือที่ 3 (วิเคราะห์)

อุณหภูมิวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครน ร้อนแรงขึ้นไปอีก หลังฝ่ายแรกมีการเคลื่อนพล โดยที่ไม่สนคำขู่ของมหาอำนาจโลกและกลุ่มความร่วมมือใหญ่สุดในยุโรปเลยแม้แต่น้อย

ประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซียสั่งให้ทหารเคลื่อนพลไปยังเขตยึดครองของกลุ่มกองกำลังแยกดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยอ้างว่าเป็นภารกิจสันติภาพและปกป้องคนในอาณัติ หลังประกาศรับรองดินแดนทั้งสองที่ยังเป็นปมในกรณีพิพาทกับยูเครนมานานหลายปี

จุดเริ่มต้นความแตกร้าว รัสเซียยูเครน

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับยูเครนตึงเครียดมานับตั้งแต่ปี 2014 หลังการสู้รบในแถบไครเมียที่จบลงด้วยการเสียชีวิตของคนเรือนหมื่น และความพ่ายแพ้ของยูเครนจนต้องยอมยกดินแดนดังกล่าวให้รัสเซียไป

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ยูเครนจำเป็นต้องหาทางป้องกันตัวเองด้วยการพึ่งมหาอำนาจ จึงนำมาสู่การกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ยิ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวทวีความแน่นแฟ้นก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้รัสเซีย เพราะเห็นว่ายูเครนจะถูกดึงเข้าเป็นสมาชิกของ NATO ในที่สุด ความกังวลนี้ทำให้รัสเซียเพิ่มกำลังทหารบริเวณพรมแดนติดกับยูเครน จนสหรัฐฯ และ NATO ต่างกังวลว่าอาจนำไปสู่การบุกยึดยูเครน

สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาฝ่ายยูเครนรายงานว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางภาคตะวันออกที่ยึดเมือง Donetsk และ Luhansk ทางภาคตะวันออกของประเทศที่ติดกับรัสเซียไว้ได้แล้วเกินครึ่ง ยกระดับการโจมตีเข้ามาในฝั่งยูเครน รุนแรงสุดในรอบหลายปี จนทำให้โรงเรียนอนุบาลได้รับความเสียหาย

ล่าสุดสถานการณ์ร้อนแรงยิ่งขึ้น โดยประธานาธิบดี Vladimir Putin ประกาศรับรองพื้นที่ยึดครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนให้เป็นรัฐอิสระและยกให้เป็นบ้านพี่เมืองน้อง พร้อมส่งกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ทั้งสอง พร้อมอ้างว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพ

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำรัสเซียก็เพื่อประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะชาวยูเครนเผยว่าทหารรัสเซียทยอยเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวเป็นการตอบโต้ โดย Jen Psaki โฆษกทำเนียบขาว เผยว่า รัฐบาลได้สั่งระงับการลงทุนในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน โดยจะมีมาตรการต่อเนื่องตามมา หลังรัสเซียละเมิดข้อตกลง  

ส่วนอังกฤษก็เตรียมใช้มาตรการแทรกแซง ขณะที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีก็แสดงความไม่พอใจความเคลื่อนไหวของรัสเซียที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น

สถานการณ์ทั้งหมดเป็นปัจจัยลบสร้างความกังวลให้นักลงทุน ฉุดดัชนีสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ยุโรป ทั้ง DAX ของเยอรมนี Cac 40 ของฝรั่งเศสวานนี้ปิดในแดนลบ ส่วนดัชนีสำคัญในเอเชีย ทั้ง Nikkei ในญี่ปุ่น และ Kospi ของเกาหลีใต้วันนี้ก็เปิดตลาดในแดนลบ

ซ้ำร้ายยังดีดราคาน้ำมันทั้งที่แหล่ง Brent ของยุโรป และแหล่ง West Texas ของสหรัฐฯ วันนี้ขึ้นไปอยู่ที่ 95.39 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,095 บาท) ต่อบาร์เรล และ 94 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,050 บาท) ต่อบาร์เรล ตามลำดับ

นอกจากนี้ ต้องติดตามมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ และยุโรปแล้ว ยังต้องจับตามองท่าทีของยูเครนด้วย เพราะกำลังโดนรัสเซียล้อมกรอบ โดยหลังเสียดินแดนไครเมียไปและครึ่งหนึ่งของเมือง Donetsk กับ Luhansk ทางภาคตะวันออก รัสเซียยังปิดล้อมด้วยการส่งอาวุธและหน่วยสอดแนมเข้าไปในเบลารุสที่เป็นมิตรสำคัญ เพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวของยูเครนที่มีพรมแดนติดกับเบลารุสอีกด้วย

พร้อมกันนี้สื่อตะวันตกยังรายงานว่า รัฐบาลรัสเซียพร้อมใช้มาตรการเด็ดขาดและเฉียบขาดกับชาวรัสเซียและเบลารุสที่ต่อต้านแล้วลี้ภัยเข้าไปอยู่ในยูเครน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว กลุ่มที่เปิดโปงการทุจริต ชนกลุ่มน้อย องค์กรทางศาสนา หรือแม้กระทั่งกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)/theguardain, cnn, bbccna

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน