Marketeer ได้มีโอกาสร่วมงานประกาศผล “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 17” รางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของ SME ไทย ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้น ด้วยเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริม SME ไทยให้แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาคุณภาพและสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น

สำหรับการตัดสินในปีนี้ได้คัดเลือก 7 ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในมิติที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ SME รายอื่น ๆ ประกอบด้วย บริษัท อี-เอ็มพาวเวอร์เมนท์ จำกัด, บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด, บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด, บริษัท เอ็นคอนเซ็ปท์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด, บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (รางวัลพิเศษ ในมิติองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าแก่สังคม)

และอีกหนึ่งผู้ประกอบการคือ บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Enterprise) การบริหารจัดการด้านบุคลากร (People Excellence) และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ซึ่ง ภาคภูมิ หอมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยกับ Marketeer ถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จในครั้งนี้

ทายาทรุ่นที่ 3 ธุรกิจ “แหนมดอนเมืองฯ”

เมื่อเอ่ยถึง “แหนมดอนเมือง” ชื่อนี้คุ้นหูผู้บริโภคและได้รับความไว้วางใจมาช้านาน ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ วัตถุดิบที่สด สะอาด ถูกสุขลักษณะ การันตีความอร่อยด้วยสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิม ซึ่งคุณภาคภูมิ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ของกิจกรรม ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจให้ฟังว่า

“เริ่มทำแหนมตั้งแต่รุ่นคุณยายที่สร้างครอบครัวย่านดอนเมือง หลักกิโลเมตรที่ 26 จนมาถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ และเมื่อมีโอกาสได้ก้าวเข้ามาสานต่อธุรกิจ ได้ก่อตั้งเป็นบริษัท สุทธิลักษณ์ อินโนฟู้ด จํากัด และเป็นที่มาของธุรกิจผู้ผลิตและจัดจําหน่ายแหนมรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ ‘แหนมดอนเมือง กม.26’ และ ‘แหนมสุทธิลักษณ์’ ซึ่งจากจุดเริ่มต้นธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน ขยายเป็นอาคารพาณิชย์ และจนในปี 2559 ได้ย้ายฐานการผลิตจากดอนเมืองมาที่ลําลูกกาคลอง 7 และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จํากัด’ เพื่อขยายฐานการผลิตให้รองรับและเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค”

แม้การรับช่วงต่อธุรกิจในฐานะทายาทอาจเป็น Pain Point ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างภายใต้กรอบคำว่า “กงสี” แต่สำหรับคุณภาคภูมินั้นได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวให้บริหารองค์กรอย่างเต็มที่ด้วยความเชื่อมั่นในความสามารถ

“ผมโชคดีที่ได้รับโอกาสให้ดูแลธุรกิจอย่างเต็มตัว และโดยส่วนตัวแล้วผมมีดีเอ็นเอของแหนมดอนเมืองฯ อยู่เต็มเปี่ยม ผมเติบโตที่นี่ บ้านก็คือโรงงาน ได้อยู่กับกิจการนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึมซับทุกสิ่งของที่นี่ เข้าใจทุกจุดอย่างลึกซึ้ง ทำให้เรารู้สึกว่า ธุรกิจนี้คือชีวิตของเรา และมั่นใจมากว่าเราสามารถขับเคลื่อนกิจการให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย
ขับเคลื่อนอาหารพื้นบ้านไทยสู่เวทีโลก     

ผมว่าแหนมเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยที่ต้องใช้ความใส่ใจ ความพิถีพิถัน และความรู้ในการบ่มหมัก ไม่ต่างจากการผลิตไวน์หรือเบียร์ เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น แตกต่าง และยังเป็นอาหารพื้นเมืองที่ต่างชาติไม่มี”

หัวเรือใหญ่ ไทยอินโนฟู้ด พูดถึงเสน่ห์ของธุรกิจแหนม ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการที่อยู่ในวงการมาช้านานได้ดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ในการผลิต โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ มายกระดับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดให้แหนมไปสู่การเป็น Functional Food หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่เมื่อบริโภคสู่ร่างกายแล้วจะสามารถทำหน้าที่อื่น ๆ ให้กับร่างกายได้นอกเหนือจากรสสัมผัสที่อร่อย ซึ่งการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมนี่เอง ที่เป็น Key Success หลักของ ไทยอินโนฟู้ด สมกับที่ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Enterprise)

แบรนด์เราเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรม เราแตกต่างด้วยเทคโนโลยี แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ดั้งเดิมที่อยู่ในตลาดมานาน แต่ไม่หยุดคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยเรื่องความปลอดภัยในการรับประทานแหนมในทุกมิติ และยังคงรสชาติดั้งเดิมได้ดีที่สุด”

ไทยอินโนฟู้ด นับเป็นรายแรกของไทยที่นำนวัตกรรมการฉายรังสีในอาหารมาใช้กับผลิตภัณฑ์แหนม เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มีอันตรายต่อสุขภาพที่แฝงอยู่ในเนื้อหมู โดยปราศจากสารกัมมันตรังสีตกค้าง ช่วยยืดอายุการจัดเก็บสินค้าให้ยาวนานถึง 2 เดือน สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัย และเป็น “แหนมที่สามารถรับประทานได้ทันที”

นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกและเติมจุลินทรีย์ 3 สายพันธุ์ดีที่ผ่านมาตรฐาน อย. เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและคงที่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงงานนำร่องใน โครงการ “อาหารฉายรังสี” จากสำนักงานปรมาณู เพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นโรงงานนำร่องด้านการใช้ต้นเชื้อชีวภาพในกระบวนการผลิตแหนมที่ได้รับการคัดเลือกจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

“เราวิจัยเรื่องของเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย โดยวิจัยร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งต้องบอกว่า เราไม่นำเข้าจุลินทรีย์จากต่างประเทศแบบที่นิยมในการทำโยเกิร์ต แต่เราใช้การวิเคราะห์หาจุลินทรีสายพันธุ์ที่อยู่ในแหนมของเรามาช้านาน และยังคงทำให้รสชาติอร่อย มีเอกลักษณ์เช่นเดิม เราก็วิจัยและดึงตัวนั้นมาเพาะเป็นสายพันธุ์ของเราเอง และยังวิเคราะห์ต่อยอดไปว่าจะมีผลให้เป็นโพรไบโอติก (Probiotic) หรือแบคทีเรียกลุ่มดีในร่างกาย ช่วยเรื่องการทำงานระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย เราทำให้แหนมเป็น Functional Food มากขึ้น”

ซึ่งในส่วนของการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีนั้น คุณภาคภูมิมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับองค์กรและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารพื้นบ้านให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานต่อไป สะท้อนถึงรางวัลในมิติ ‘การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)’ ที่ ไทยอินโนฟู้ด พร้อมผลักดันทุกภาคส่วนให้เติมโตไปด้วยกัน

“เราพยายามขับเคลื่อนเรื่องของนวัตกรรมที่จะมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เล่นรายใหญ่ต้องมาทำตามเรา ผมว่าอันนี้เป็น Impact ที่ดี เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้เล่นรายเดียวแค่เรา เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี่คือเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งจุดนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่จะได้ปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และยังช่วยส่งเสริมยอดขายต่าง ๆ ให้ดีขึ้นตามมา

ผมมองว่า เราอยากมีส่วนช่วยพัฒนาทั้งระบบ เราอยากให้มีผู้เล่นในตลาดที่หลากหลายมากขึ้น และเติบโตอย่างมีศักยภาพ ให้อาหารพื้นบ้านคงอยู่กับเราตลอดไป ซึ่งในส่วนนี้เราได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้จุลินทรีย์และการฉายรังสีไปสู่อาหารพื้นบ้านไทยหลาย ๆ ประเภท เช่น ปลาร้า หรือ ปูดอง เพื่อยกระดับวงการอาหารไทยพื้นบ้านให้เติบโต นี่คือ Culture Food ผมว่าถ้าเรามีการบริหาร Soft Power ดี ๆ ผมว่าแหนมและอาหารพื้นบ้านไทยก็สามารถเติบโตสู่ระดับโลกต่อไปได้”

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร
พร้อมปรับตัวรับทุกวิกฤต และทุกความต้องการที่เปลี่ยนไป

ที่ผ่านมา ผู้บริโภคได้เห็นรูปแบบบรรจุภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “แหนมดอนเมือง กม.26” และ “แหนมสุทธิลักษณ์” ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับกับการขยายตลาดให้กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดมาจากการค้นคว้า และพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้หลากหลาย

“เรามีทั้ง แหนมสไลด์ แหนมหมูยอ ไส้กรอกรมควัน แหนมเนือง แหนมพร้อมปรุง รวมถึงเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีสุญญากาศมาใช้กับบรรจุภัณฑ์แหนม พลิกโฉมแหนมด้วยรูปแบบ Easy Peel แก้ปัญหาแหนมตุ้มจิ๋วที่ในสมัยก่อนที่มักมีการปนเปื้อนจากหนังยางที่อาจไปสัมผัสกับเนื้อแหนมทำให้เสียรสชาติ และดูทันสมัยตอบโจทย์ Pain point ในเรื่องภาพลักษณ์ของสินค้า ทำให้ขนาดพอดีคำ มีพริกทุกเม็ด รับประทานได้ง่าย และยังช่วยลดขยะที่เกิดจากหนังยางและจากถุงพลาสติกที่ตัดใช้เฉพาะมุม พัฒนา Know How จนยกระดับจากอาหารพื้นบ้านแปรรูปสู่มาตรฐานระดับอุตสาหกรรม ทั้งรสชาติ ความสะอาด ความปลอดภัย และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเราพร้อมที่จะปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับกับทุกรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป”

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจแหนมได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และต่อเนื่องด้วยวิกฤตโรคระบาดในหมู ซึ่งผู้บริหารไทยอินโนฟู้ด ยอมรับกับเราว่านี่ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ แต่ในวิกฤตก็ได้เห็นโอกาสใหม่ ๆ เช่นกัน

“สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราต้องปิดโรงงานไป 3 สัปดาห์ แต่ในวิกฤตก็ทำให้เราได้เห็นโอกาส เราเห็นช่องทางใหม่ ๆ พื้นที่ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ยกตัวเอย่างเช่น ช่องทางออนไลน์ รวมไปถึงการมองเห็นการกระจายความเสียงของพอร์ตลูกค้า เรามองเห็นว่ากลุ่มธุรกิจโฮเรกา (HORECA) หรือ Catering ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ของเราให้สามารถเข้าไปเริ่มต้นได้ก่อนคู่แข่งในเวลาที่เราคิดว่าเรายังได้เปรียบกว่า”

ซึ่งคุณภาคภูมิกล่าวว่า หัวใจหลักสำคัญที่ทำให้ ไทยอินโนฟู้ดฝ่าวิกฤตก้าวสู่ความสำเร็จได้ คือ การให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ” โดยวางหลักสูตรการอบรมเทียบเท่ากับบริษัทชั้นนำรายใหญ่ มี Coacher ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์การโค้ชนานาชาติ ICF อยู่ในทีมถึง 4 คน

เราภูมิใจที่เราได้ใช้นวัตกรรมในงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งแทบจะไม่มี SME รายไหนทำ ส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าทุกคนมีศักยภาพ หน้าที่ของเราคือต้องพัฒนา ซึ่งต้องใช้ความอดทน เพราะเราจะไม่เห็น Impact แบบทันตาเห็น แต่เมื่อเกิดวิกฤตเราจะเห็นสิ่งเหล่านี้ผลิบานขึ้นมา”

โดยยกตัวอย่างเช่นเพิ่มเติมถึงการวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากภาวะวิกฤตต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น ล่าสุดคือมาตรการรับมือกับโรคระบาดในหมู และการเตรียม Stock วัตถุดิบสำรองสำหรับยามวิกฤต

“เราทำงานอย่างหนัก ในการบริหารภาพรวมเมื่อต้นทุนราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้ตรึงราคาสินค้าเดิมให้นานที่สุด หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ มีการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบหลักเนื้อหมูที่ขึ้นราคาสูงเท่าตัว เนื่องจากบริษัทใช้วัตถุดิบเนื้อหมูเกรดดี อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ปรับสู่สภาวะปกติ เราจะปรับราคาสินค้าลดลง ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้บริษัทสามารถประคองธุรกิจและพนักงานในองค์กรให้ผ่านพ้นในช่วงวิกฤตนี้ไปได้ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น”

กลยุทธ์ปี 65 มุ่งเดินหน้าขยายพอร์ตลูกค้า

แม้ในปี 2564 ไทยอินโนฟู้ด จะทำรายได้ธุรกิจได้เติบโตกว่า 200 ล้านบาท แต่เมื่อถามถึงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2565 คุณภาคภูมิกล่าวว่า ยังคงให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงยืดเยื้อแบบไม่มีตอนจบ

“โควิดกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศค่อนข้างรุนแรง นโยบายของเราในปีนี้จึงมุ่งไปที่การกระจายพอร์ตของลูกค้าให้กว้างที่สุดเพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงเท่า ๆ กัน รองรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงพยายามทำสัดส่วนต่าง ๆ ให้มีความสมดุลมากขึ้น”

โดยวางแผนธุรกิจในอนาคต คือ ตั้งเป้าหมายขยายตลาดในกลุ่มธุรกิจโฮเรกา (HORECA) ที่ประกอบไปด้วย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจจัดเลี้ยง ที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นตลาด Supplier ให้กับร้านอาหาร และพัฒนาผลิตภัณฑ์มาบุกตลาดอาหารแช่แข็ง (Frozen) เน้นการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อลดกำลังการผลิตและลดโอกาสเกิดสัมผัสปนเปื้อนในสินค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สูงยิ่งขึ้นนั่นเอง

ไทยพาณิชย์และศศินทร์พร้อมผลักดันให้ SME ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ดำเนินนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ SME มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบริการทางการเงิน การให้ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพผ่านโครงการอบรม สัมมนาต่าง ๆ พร้อมกับเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อให้ SME เติบโตไปด้วยกัน และร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดมอบรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin เพื่อยกย่อง SME ไทยที่สามารถเติบโตและโดดเด่นในหลากหลายมิติ ซึ่งนอกจากมอบรางวัลแล้ว ยังติดตามพัฒนาการของผู้ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมแนะนำส่งเสริมทุกธุรกิจให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อผลักดันให้ SME ไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน