กะทิ ทำความรู้จัก Virtual Influencer ของไทยในยุค Metaverse

เรื่องของโลกเสมือนจริง (virtual) ดูเหมือนจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่เพ้อฝันที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ยิ่งเมื่อ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอแห่ง Facebook มุ่งสู่การสร้าง Metaverse

หรือเกาหลีเองก็ประกาศจะเป็นเมืองแห่ง metaverse

กระแสของ Virtual Influencer ผู้มีอิทธิพลเสมือนจริง ก็เลยเริ่มบูมขึ้นตามเช่นกัน

หลายคนคงรู้จัก “Imma” สาวสวยไร้ตัวตนชาวญี่ปุ่น ที่อยู่ในตลาดมาประมาณ 3 ปี เป็น presenter ให้หลายแบรนด์ เช่น SK-II, IKEA หรือล่าสุด True ของไทย

 Lil Miquela สาวสวยสัญชาติบราซิล-อเมริกันวัย 19 ปีอยู่ในตลาดมา 5 ปีกว่า

หรือสาวน้อยหน้าตาน่ารัก Rozy VH สัญชาติเกาหลี ที่เป็น presenter brand เกาหลีอย่างบริษัทประกัน และเครื่องสำอาง

ส่วนน้องใหม่อย่าง กะทิ ” (Katie) สัญชาติไทยนั้นพาขวัญ วงศ์พลทวี Chief Marketing and Partnership Officer, Plan B media public company limited และดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-founder/ Executive Creative Director, SOUR Bangkok ได้ร่วมให้สัมภาษณ์กับ Marketeer ถึงที่มาว่า

กะทิ เกิดจากความร่วมมือของ แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ เลมอนซ์ บางกอก (Lemonz Bangkok) บริษัทลูกของ SOUR Bangkok ซึ่งประสบความสำเร็จกับการสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครหญิงผู้โด่งดังมาแล้วอย่าง “แนนโน๊ะ” จากซีรีส์ “เด็กใหม่” และ บริษัท AWW Inc. ซึ่งถือเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านงานสร้างมนุษย์เสมือน (Virtual Human) อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ผ่านงานสร้าง influencer เสมือนจริงชื่อดังอย่าง Imma และ IYAI มาแล้ว

และหลังจากซุ่มดราฟต์คาแรกเตอร์กันข้ามประเทศจากทีมระดับอินเตอร์เกือบ 1 ปีเต็ม “กะทิ” ก็ออกมา และเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา

ภาพของสาวคิ้วหนา ตากลม หน้าคมอมเซ็กซี่ สูง 172 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ที่จะคงวัย 22 ปีไปตลอดกาล เธอเกิดมาพร้อมระยะห่างระหว่างตา 2 ข้างที่มากกว่ามนุษย์ทั่วไป บวกกับไฝรูปหัวใจที่มีตั้งแต่เกิด และผมสีน้ำเงินอมม่วง

กลายเป็นความสวยแบบล้ำ ๆ ที่ทำให้เธอดูพิเศษไม่เหมือนใคร

กะทิแจ้งเกิดกับสายแฟชั่น 

ทีมงานได้วางแผนให้กะทิเริ่มต้นจากสายแฟชั่นก่อนที่จะต่อยอดไปสู่ entertaining ต่อไป

น้องมีงานถ่ายแบบตลอด ส่วนงานแฟชั่นที่ collab ก็ถือว่ามีต่อเนื่องเพราะกะทิเพิ่งลืมตาดูโลกแค่ 3 เดือน แต่ได้มีโอกาสร่วมงานกับสื่อแมกาซีนเจ้าใหญ่ทั้งไทยและเทศอย่าง Vogue, lofficiel, Harpers Bazaar, สุดสัปดาห์ และ Kazz

ปัจจุบันการตอบรับค่อนข้างดี เราได้รับการติดต่อจากหลาย brand ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า, เครื่องสำอาง, แบรนด์แฟชั่น, online shopping platform, consumer product และแม้แต่สถาบันการศึกษา

ความนิยมในเรื่องการถ่ายแบบ อาจจะเป็นเพราะทีมงานวางแผนเรื่อง character story ของน้องอย่างละเอียด  ประกอบกับแฟชั่นแมกาซีนต่าง ๆ ที่สนใจการทำงานกับ Virtual Model อยู่แล้วจึงเกิดความลงตัวในการทำงาน

ส่วนงานในรูปแบบ influencer อยู่ในขั้นตอน production มีประมาณ 10 แบรนด์ ส่วนงาน presenter อยู่ในช่วงเจรจากับหลายแบรนด์ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

“เราถือว่าภาพรวม VH (Virtual Human) มนุษยเสมือน ในไทยยังเป็นน้องใหม่มาก ๆ หลายเจ้าน่าจะมองเห็นโอกาสและเป็นขั้นตอนของการทดลองและเตรียมตัวสำหรับการเติบโตในอนาคตมากกว่า”

ในมุมผู้สร้าง ทีมงานมองเป็นการทดลองตลาดซึ่งแบรนด์ไทยให้การตอบรับดีเกินคาด และยังได้เรียนรู้เทคนิคการพัฒนา VH (Virtual Human) มนุษย์เสมือนเพื่อเตรียมการสำหรับอนาคต

“ส่วนในมุม consumer เราว่าก็เหมือน influencer ทั่วไป คนชื่นชอบและติดตามจาก content และ lifestyle เลยค่ะ อาจจะมีสีสันตรงที่มารู้ทีหลังว่า อ้าวเป็นมนุษย์เสมือนเหรอ”

 “จริง ๆ น้องก็คล้ายดาราคนหนึ่งเลยค่ะ ปกติเวลาทำงานกับดาราที่เราเห็นหน้ากล้องคนเดียว เบื้องหลังนี่เต็มไปด้วยคนเกี่ยวข้องมหาศาล ผู้จัดการ ช่างแต่งหน้า สไตลิสต์ สั่งคัตปุ๊บก็จะมีคนซับหน้าถือร่มต่าง ๆ เข้ามาดูแล  แต่ของกะทิเนี่ย เราเปลี่ยนผู้จัดการเป็นแผนกเออี น้องจะพูดจะคุยก็จะมี copywriter ดูแล คนซับหน้า ถือร่ม เป็นทีม Art Director และสร้างวิชวลแทน”

ส่วนค่าตัวก็เหมือน influencer ทั่วไปที่มีฐาน follower สูงหน่อย 

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาแจ้งเกิดเพียง 3-4 เดือน ยอดติดตามใน social อาจจะยังไม่สูงมาก แต่ทางทีมงานก็บอกว่าได้วาง content ชีวิตกะทิ ไว้อย่างต่อเนื่อง

“และที่สำคัญ เรามี Plan B เป็นลูกพี่ใหญ่ ดังนั้นการสร้าง content พยายามให้มีเรื่องการใช้สื่อ OOH มาเป็นส่วนหนึ่งของ idea และใช้วิธี ‘offline to online’”  

อย่างเช่นวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเราคิดแคมเปญบอกรักในช่วงเวลานั้นขึ้นมา โดยใช้ Billboard เป็นสื่อในการบอกรัก โดยให้กะทิเป็นสื่อกลางในการให้คนธรรมดาได้มาบอกรักกัน

โดยปล่อยกิจกรรมใน Online คือใน own channel ของกะทิ โดยมีภาพกะทิขึ้น billboard ด้วย จากนั้นเราให้คนมาบอกรักกันผ่าน comment ใต้ Post กิจกรรม ข้อความที่โดนใจ ก็จะได้นำมาขึ้นใน billboard ในช่วงวาเลนไทน์

นอกจากจะเป็น Link กิจกรรมจาก Online ไปสื่อขึ้น Billboard ที่เป็น Offline ใน Location ต่าง ๆ แล้วนั้น ในทางกลับกัน ผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมที่ได้บอกรักผ่าน Billboard ก็จะไปถ่ายภาพ ข้อความของตัวเองและแชร์ลงไปใน social media อีกที

เท่ากับว่า Billboard ที่สื่อสารกับคน ณ โลเคชั่นนั้น ๆ ก็ได้สื่อสารมากขึ้นด้วยสื่อ Online นั่นเอง

กลายเป็นโอกาสของแบรนด์ที่จะใช้ package พิเศษเป็น influencer + สื่อ Out of Home

ความท้าทายกับการปั้น กะทิ

เรื่องท้าทายน่าจะเป็นเรื่องการทำงานข้ามประเทศ เนื่องจากเราใช้ทีมจากญี่ปุ่น ซึ่งต้องใช้เวลาในแง่ production แต่บาง content เราต้อง manage ให้เล่นกับ real time ได้ ซึ่งรวมถึงการรับงานจากแบรนด์ที่ต้องเผื่อระยะเวลาในการผลิตไว้ด้วย  

ส่วนอีกความท้าทายหนึ่งคือต้องเรียนรู้เสียงของ consumer ตลอดเวลา กะทิเป็นเหมือนบุคคลสาธารณะคนหนึ่งที่ต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

“แต่ทีมงานมองเป็นบวก เพราะสามารถนำความคิดเห็นนั้นมาปรับปรุง content ให้เป็นที่ถูกใจลูกค้าอยู่เสมอ”

 กะทิจะกลายเป็นซุปตาร์ของเมืองไทยคนใหม่ได้หรือเปล่า จะเป็นดาวค้างฟ้า จะโกอินเตอร์ได้หรือไม่ ต้องติดตามตอนต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน