พญาไท เปาโล เจาะแนวคิดการบริหารที่เน้นหลอมรวมความหลากหลาย พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ธุรกิจโรงพยาบาลคือพื้นที่ที่ “คน” เปรียบเสมือนหัวใจของทุกกระบวนการ ทุกการสื่อสาร ทุกการตัดสินใจ และทุกการดูแล ต่างส่งผลต่อ “ชีวิต” ของผู้คนหลายพันรายในแต่ละวัน

การบริหารทรัพยากรบุคคลในบริบทนี้จึงเป็นมากกว่านโยบาย แต่คือ ความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย ความไว้วางใจ และศักดิ์ศรีของวิชาชีพ อย่างแท้จริง

ปี 2025 เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล สร้างชื่อบนเวทีด้านทรัพยากรมนุษย์ คว้า 2 รางวัลอันทรงคุณค่า จากสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ในงาน “HR Day 2025 – PMAT 60th International HR Conference” ได้แก่ รางวัลผู้นำผู้ขับเคลื่อนด้วยหัวใจนักทรัพยากรมนุษย์ (Leader as HR Professional Award) มอบแก่ คุณอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล และ รางวัลนักทรัพยากรมนุษย์องค์กรเอกชนดีเด่น (Private Sector HR Professional Award) มอบแก่ คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล

ทั้งสองรางวัลนี้ไม่เพียงประกาศเกียรติคุณของผู้บริหาร แต่สะท้อนภาพ “วัฒนธรรม–ระบบ–หัวใจ” ที่หล่อหลอมองค์กรแห่งนี้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ความสำเร็จที่เริ่มต้นจาก “ความร่วมมือ”

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจาก ‘ทุกคน’ ไม่ใช่จากฝ่าย HR ฝ่ายเดียว และไม่ใช่จากผู้บริหารเพียงไม่กี่คน ทุกนโยบายที่ออกแบบ ทุกโครงการที่ผลักดัน และทุกการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดขึ้น ต่างเกิดจากการที่คนทั้งองค์กร ‘เดินไปด้วยกัน’ และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและบุคลากรเช่นเดียวกัน”

คุณสุภาพร เปิดการสนทนากับ Marketeer ถึงหัวใจสำคัญของการคว้ารางวัลในครั้งนี้ พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า “จุดแข็งที่สุด” ขององค์กรนี้ คือ “ความร่วมมือกัน” ของทุกคน

ด้วยแนวทางที่เน้น “ให้ความสำคัญกับคน” อย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการด้านทรัพยากรบุคคล ไม่ว่าจะสำเร็จแล้วหรือยังต้องการการพัฒนาต่อ ล้วนได้รับการตอบรับจากบุคลากรเป็นอย่างดี เพราะทุกคนรับรู้ได้ถึงความตั้งใจจริงของผู้บริหารในการดูแลและพัฒนาองค์กรไปพร้อมกัน

การบริหารคนเริ่มจาก “ความเข้าใจมนุษย์”

เสน่ห์ของงานด้านคนสำหรับคุณสุภาพรคือ “ความหลากหลาย” ความคิด ความเชื่อ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ทุกวันของงาน HR ไม่มี “สูตรสำเร็จ” ตายตัว

“สำหรับงานโรงพยาบาล พนักงานของเรายืนอยู่ระหว่างแพทย์ ผู้บริหาร และผู้ป่วย ความกดดันและความเหนื่อยล้าทางอารมณ์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา HR จึงต้องเป็นทั้งพื้นที่ปลอดภัย และตัวกลางที่เข้าใจทุกฝั่งจริง ๆ”

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทดังกล่าว คือเวลาพบหน่วยงานที่มีอัตรา Turnover สูง ทีม HR ไม่ได้หยุดแค่การอ่านตัวเลข แต่ลงไป “คุยจริง” ผ่าน Focus Group แบบเปิดใจ ให้บุคลากรได้พูดในสิ่งที่อยากพูดโดยไม่มีหัวหน้างานนั่งอยู่ด้วย จากนั้นจึงนำข้อมูลกลับมาคุยร่วมกับผู้บริหาร หาทางแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา

นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาด้วยแบบฟอร์มหรือรายงาน แต่คือการแก้ด้วย “มนุษย์คุยกับมนุษย์”

เป้าหมายเดียวกัน แต่ยอมรับว่า “เส้นทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

ด้วยโครงสร้างพนักงานที่มีหลากหลาย Generation โดยมี Gen Y และ Gen Z กว่า 80% ความหลากหลายทั้งด้านความคิด วิธีการทำงาน และความคาดหวังยิ่งทวีคูณ

ความท้าทายจึงไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนคิดหรือทำงานเหมือนกัน หากแต่เป็นการตั้ง “เป้าหมายเดียวกัน” แล้วเปิดโอกาสให้แต่ละคนใช้เส้นทางที่ต่างกันไปเพื่อไปถึงจุดนั้น

และในโลกที่การเติบโตไม่ใช่เรื่องของ Seniority อีกต่อไป คุณสุภาพรใช้หลัก “Performance + ความเป็นคนดี” เป็นฐานในการเลือกผู้นำรุ่นใหม่อย่างเท่าเทียมและโปร่งใส เพราะผู้นำที่เก่งแต่ไม่ใช่ “คนดี” ไม่สามารถสร้างทีมที่ยั่งยืนได้ในระยะยาว

คำว่า “หลากหลาย” จึงไม่ใช่โจทย์ที่องค์กรต้องยอมรับ แต่คือพลังที่องค์กรเลือกนำมาใช้เพื่อสร้างอนาคตใหม่ร่วมกัน

นวัตกรรมจากคนทำงานจริง บนวัฒนธรรม “We Open”

เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เป็นหนึ่งในองค์กรที่วางรากฐานด้านนวัตกรรมได้อย่างชัดเจน ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่าง HR และ Phyathai–Paolo Innovation Lab (PIL)

นวัตกรรมในองค์กรนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้บริหารสั่ง แต่เกิดจาก “คนหน้างานคิด” แล้วองค์กรเปิดพื้นที่ให้ทดลอง ประกวด และพัฒนา จนหลายโครงการถูกส่งเข้าประกวดระดับประเทศ

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนวัฒนธรรม We Open” ที่ให้ทุกคน “กล้าพูด กล้าฟัง กล้าคิด และกล้ารับ Feedback” เพราะในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ป่วย “การสื่อสาร = ความปลอดภัย” ไม่ใช่แค่ทักษะในการทำงาน

นอกจากนี้ ธุรกิจโรงพยาบาลมีโครงสร้างที่ซับซ้อนทั้งส่วนคลินิกและส่วนสนับสนุนส่วนกลาง แต่คุณสุภาพรย้ำว่าองค์กรไม่ได้ยึดติดกับโครงสร้างแบบเดิม ๆ หากพบว่าวันนี้ไม่เหมาะสม ก็พร้อมปรับพรุ่งนี้ทันที ตราบใดที่สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ “เหตุผลของการเปลี่ยน” อย่างถูกต้อง

ความยืดหยุ่นนี้ทำให้บรรยากาศการทำงาน Fresh ตลอดเวลา” และทำให้องค์กรพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสุขภาพที่จังหวะเร็วขึ้นทุกปี

Mindset มาก่อน Skillset” เพราะการเติบโตเริ่มจากความคิด

ในมุมของการพัฒนาองค์กรด้านสุขภาพ การเติบโตไม่ได้เกิดจากระบบที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นที่ “กรอบความคิดของคนทำงาน” ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของทุกการเปลี่ยนแปลงภายในเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล

คุณสุภาพรให้ความสำคัญกับ Mindset” ของบุคลากรเป็นอันดับแรก เพราะกรอบความคิดที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ การเติบโต และการทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง

ทุกครั้งที่ทีม HR และผู้บริหารมีโอกาสประชุมหรือแลกเปลี่ยนกัน ประเด็นเรื่อง Mindset มักถูกหยิบย้ำเสมอ เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการทำงานอย่างมีความสุข เนื่องจากความสุขของบุคลากรส่งต่อไปถึงผู้ป่วย และท้ายที่สุดยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวของพวกเขาอีกด้วย

นี่คือมุมมองด้าน HR ที่ลึกกว่าการออกแบบสวัสดิการทั่วไป แต่เป็นการออกแบบ “ประสบการณ์การทำงานของมนุษย์” อย่างแท้จริง

Healthy Together x LGH” ดูแลคุณภาพชีวิตทั้งระบบจากข้อมูลเชิงลึก

เมื่อวัฒนธรรมองค์กรตั้งอยู่บนความเข้าใจมนุษย์ การดูแลบุคลากรจึงต้องครอบคลุมมากกว่างานและทักษะ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล จึงให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตทั้งระบบ” ของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย สุขภาพใจ หรือความสุขในทุกวันที่อยู่ในโรงพยาบาล

หนึ่งในโครงการสำคัญที่สุดที่ช่วยยกระดับ Well-being คือ “Healthy Together” และแบบประเมินสุขภาวะ LGH: Let’s Get Healthy! ที่พัฒนาร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU)

แบบประเมินสุขภาวะนี้มองลึกไปถึง 9 มิติ ตั้งแต่การกิน การนอน การออกกำลังกาย ไปจนถึงความสุขในชีวิตประจำวัน แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ควบคู่กับผลตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อมองเห็น “ภาพรวมของความเสี่ยง” ในแต่ละกลุ่มงาน

จากข้อมูล ทำให้ทีมสามารถออกแบบกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น และบางกิจกรรมก็เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เช่น “เดิน 100,000 ก้าว แลกผักจากแปลงผักที่ปลูกเองในโรงพยาบาล” ที่ผูกทั้งสุขภาพ ความสนุก และความสัมพันธ์ไว้ในกิจกรรมเดียว

นวัตกรรมด้าน Well-being เหล่านี้คือเหตุผลที่เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโลได้รับรางวัลองค์กรด้าน People และ Well-being จากหลายเวทีอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2025

รับคนเก่ง…ด้วยคำถามว่า “เหมาะกับชีวิตการทำงานแบบนี้หรือเปล่า”

ตัวเลขผู้สมัครงานในเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโลแต่ละเดือนถือว่าไม่น้อย แต่การรับคนไม่ได้วัดกันแค่จำนวนตำแหน่งที่เปิด หรือจำนวน CV ที่ส่งเข้ามา

คำถามที่สำคัญกว่าคือ “เหมาะหรือไม่เหมาะกับชีวิตการทำงานในโลกจริงของโรงพยาบาล”

ด้วยอัตรา Turnover ที่อยู่ในระดับต่ำประมาณ 1% ถือเป็นสมดุลที่ดี องค์กรยังคง “เปิดช่อง” ให้มีการหมุนเวียนในระดับที่ทำให้ระบบสดและมีที่ว่างสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยไม่กระทบเสถียรภาพของทีมงานเดิม

ส่วนการรักษาคนเก่ง องค์กรมีโปรแกรม Succession Planning และ Talent Grooming ที่ให้ความสำคัญกับ “ความสามารถ” ควบคู่กับ “ความเต็มใจ” เพราะการเติบโตที่แท้จริงต้องเริ่มจากความพร้อมของตัวบุคคล ไม่ใช่เพียงตำแหน่งที่เปิดอยู่

บุคลากรที่มีศักยภาพสามารถเติบโตแบบ “ข้ามโรงพยาบาล” ได้ทั้งเครือ ทำให้การเติบโตของเขาไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่หรือโครงสร้างใด ๆ

HR ในฐานะ “นักออกแบบประสบการณ์การทำงาน”

เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จะเห็นว่าภาพของงาน HR ในเครือโรงพยาบาล พญาไท – เปาโล ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่า “บริหารทรัพยากรบุคคล” แต่ทำหน้าที่ในบทบาทของ “นักออกแบบ” ที่ต้องสร้างทั้งประสบการณ์การทำงานความสัมพันธ์ในทีม และพื้นที่ให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าจริง ๆ

คุณสุภาพรสรุปไว้อย่างน่าคิดว่า “การบริหารคนต้องเริ่มจากจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ เคารพ ให้เกียรติ และตั้งใจเข้าใจกัน หลายครั้งคนไม่ได้ลาออกเพราะเงินเดือน แต่ลาออกเพราะรู้สึกว่าโตต่อไปไม่ได้ในสภาพแวดล้อมเดิม ดังนั้น HR ต้องช่วยสร้างพื้นที่ที่คนรู้สึกว่า เขายังมีอนาคตร่วมกับองค์กรได้”

และแม้บทบาทด้านคนจะต้องอาศัยความเมตตาอยู่เสมอ คุณสุภาพรยังย้ำว่าผู้นำด้าน HR ต้องมาพร้อม “ความกล้าตัดสินใจที่ยาก” ในเวลาที่จำเป็น เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อโดยไม่ทิ้งหลักการและคุณค่าที่เชื่อร่วมกัน

“หัวใจ-ระบบ-นวัตกรรม” รากฐานของ HR ยุคใหม่ของ “พญาไท–เปาโล”

หากมองจากบทเรียนของเครือโรงพยาบาล พญาไท –เปาโลจะเห็นชัดว่า ฐานคิดของ HR ยุคใหม่ในองค์กรสุขภาพ คือการยอมรับว่า “การดูแลคนให้ดี” ไม่ใช่ภารกิจของฝ่าย HR ฝ่ายเดียว และไม่ใช่โครงการที่ทำแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องเกิดขึ้นทุกวัน

การบริหารคนจึงไม่ได้วัดจากนโยบายที่ดูสวยงามบนกระดาษ หากแต่มองจาก “การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ” ที่เกิดขึ้นจริงในหน้างาน ผ่านการฟังอย่างจริงใจ ระบบที่พร้อมปรับตัว และวัฒนธรรมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน

เมื่อบุคลากรรู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูแลด้วยหัวใจ นวัตกรรมจากหน้างานจะค่อย ๆ งอกงาม ความร่วมมือจะเหนียวแน่นขึ้น และประสบการณ์ของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

รางวัลจาก PMAT จึงไม่ใช่ “จุดจบของความสำเร็จ” แต่เป็นเพียงหมุดหมายบนเส้นทางขององค์กรที่เชื่อว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจาก “คน” ก่อนเสมอ

ภาพของเครือโรงพยาบาล พญาไท – เปาโลในวันนี้จึงสะท้อนชัดว่า “การดูแลคน” ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากคือรากฐานที่ทำให้นวัตกรรม วัฒนธรรมองค์กร และประสบการณ์ของผู้ป่วยเติบโตไปพร้อมกันอย่างกลมกลืน

และบนเส้นทางที่ยังเดินหน้าต่อเนื่องนี้ องค์กรยังคงเชื่อมั่นในคุณค่าของคน และเชื่อว่าทุกความเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนจากหัวใจ จะส่งผลต่อสังคมวงกว้างได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline