ถ้าติดตามโซเชียลช่วงต้นเดือนพฤษภาคม จะเห็นเหล่านักคิด นักเขียน Influencer ทางความคิดคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ดีเจพี่อ้อย, นิ้วกลม, ครูลูกกอล์ฟ, เต๋อ นวพล, Dr.pop ฯลฯ ออกมาโพสต์จุดกระแสปัญหาในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความสะอาด มลพิษท้องถนนแม่น้ำลำคลอง ปัญหารถติด บรรยากาศมาคุบนท้องถนน การแข่งขันที่สุมความเครียดให้คับอกคับใจ อยู่อย่างไร้ความสุขไปวันๆ ซึ่งสร้างทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปพอสมควร



จริงๆแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่เห็นอยู่ในทุกวัน ไม่ต้องให้คนชิคๆคูลๆออกมาพูด เราเองก็บ่นกันแทบทุกวันอยู่แล้ว บางทีก็สบถแบบลอยๆ ว่างหน่อยก็ระบายความหัวร้อนในเฟซบุ๊ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น หัวร้อนหนักๆสะสมเข้าเรื่อยๆ ไมเกรนขึ้น ความดันขึ้น พาลอยากจะย้ายไปอยู่ดาวอังคาร หมดเรื่อง…ทว่าเรื่องจริงก็ต้องอยู่เผชิญกันต่อไป
From passion to Action
แล้ววันหนึ่งที่เปิดหน้าเฟซบุ๊กมาเจอหลายคนออกมาพูดเรื่องนี้ ออกมาแสดงความชัดเจนที่อยากเปลี่ยนกรุงเทพฯแบบจริงจัง ก็ชวนสงสัยว่าเป็นแคมเปญอะไรรึเปล่า เลยดูที่มาต้นสายปลายเหตุ จึงพบว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Today Together Tomorrow #WeCulture” ของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ต้องการจะ “เปลี่ยน” เมืองหลวงของเราให้น่าอยู่ขึ้น ด้วยพลังเราทุกคน

ที่สำคัญแคมเปญนี้ CEO อย่าง “โก้”ชานนท์ เรืองกฤตยา ออกมาประกาศกร้าวด้วยตนเองว่า นี่ไม่ได้มาสร้างแบรนดืเล่นๆ แต่ต้องการที่จะเปลี่ยนเมืองหลวงให้ดีขึ้น ทำให้คนมีความสุขมากขึ้น ด้วยรูปแบบการคิดและทำของคนรุ่นใหม่ โดยมีบริษัทคนรุ่นใหม่อย่างอนันดาฯ ที่อาสาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง และตัวกลางเชื่อมทุกความคิด เชื่อมเพลเยอร์หลายๆคน ที่จะมาร่วมสร้างกรุงเทพให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ลองฟังวิสัยทัศน์ของบอสใหญ่อนันดาฯ
แน่นอนว่านี่เป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่ต้องทำต่อยาวๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงเฟสแรก เริ่มจากสร้างการรับรู้ ตลอดจนความตระหนักรู้ ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆได้เห็นคุณค่าในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม ผ่านการแสดงความคิด การแชร์ความคิดซึ่งกันและกัน เพื่อการเรียนรู้ ยอมรับในความเห็นต่างและนำมาปรับใช้
คีย์เวิร์ดที่สำคัญคือ ถ้าเราคนตัวเล็กๆ ต่างคนต่างคิด มันก็คงไม่สำเร็จ แต่ถ้าเราหลายๆคนมาช่วยกันแชร์ ทั้งแชร์ไอเดีย และแชร์ความสามารถ ประสานการทำงานกัน สิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็จะสามารถเป็นไปได้
เพื่อที่จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจและตระหนักในความสำคัญนี้ ทางอนันดาฯจึงได้บรีฟโจทย์กับเหล่า Influencer หรือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ อาจจะเป็นศิลปินนักร้อง ยูทูบเบอร์ นักเขียน พิธีกร ซึ่งทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะมองเห็นว่านี่เป็นแคมเปญที่ช่วยให้บ้านเมืองเราดีขึ้นจริง โดยการเริ่มออกมาเล่าปัญหาที่ตัวเองเจอ ตลอดจนภาพที่แต่ละคนอยากเห็นกรุงเทพฯในมุมที่เปลี่ยนไป

และอย่างที่บอก หัวใจสำคัญที่สุดของแคมเปญนี้คือการที่เราคนรุ่นใหม่ทุกคนได้มีส่วนร่วม การร่วมมือกัน ช่วยกันหาคำตอบสำหรับปัญหาต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็มีทักษะและความถนัดในด้านที่ต่างกัน เมื่อมาเบรนสตอมกันแล้ว ก็น่าจะมีอะไรใหม่ๆที่สร้างสรรค์ได้
No more me but #We culture
เชื่อมั่นว่าถ้าถามพวกเรา ร้อยทั้งร้อยย่อมอยากจะให้บ้านเมืองเราดีกว่านี้ อยากเห็นแม่น้ำลำคลองใสสะอาด อยากเห็นรถติด หมดปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธ อยากเห็นผู้คนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ขึ้น…. เพียงแต่บางคนไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร หรือซ้ำร้ายบางคนคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเราปล่อยให้คนอื่นจัดการ
โปรดอย่าปล่อยให้ความคิดแบบนี้อยู่กับเราจนพอกพูนแก้ไม่ได้ นี่เป็นโอกาสสำคัญ ที่เราทุกคนจะมีส่วนสนับสนุนให้เมืองหลวงของเราดีขึ้น ซึ่งอนันดาฯอาสาเป็นตัวเชื่อมให้ทุกคนได้ร่วมกันสร้างสรรค์เมืองหลวงด้วยกัน เพียงคลิกเข้าไปที่ We culture แล้วแชร์ไอเดียของคุณ เพื่อที่อนันดาจะรวบรวมความเห็น ไอเดียเจ๋งๆของคุณ เอามาทำให้เป็นรูปธรรม


ดังนั้นใครมีความรู้สึกอย่างไร มีไอเดียอย่างไร คนที่เห็นปัญหา คนที่อยากแก้ไข ใครที่มีไอเดียนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสนอ ใครที่กลัวว่าพูดไปแล้วไม่มีใครรับฟัง….ที่นี่รับฟัง เปิดโอกาสให้คุณเต็มที่
และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของอนันดาฯ เพื่อทำให้กรุงเทพฯและคนเมืองมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และแน่นอนว่ากรุงเทพจะสวยงามได้ เราคนเมืองทุกคนจะมีความสุขร่วมกันได้ ไม่ใช่บทบาทของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ด้วยพลังแห่งความร่วมมือของเราทุกคน ที่จะสร้างสรรค์เมืองหลวงของเรา ในวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้
คลิกเลยที่ http://www.ananda.co.th/urbanlivingsolutions/weculture/#home
TODAY.TOGETHER.TOMORROW
#TodayTogetherTomorrow #WECulture
Ananda Development / URBAN LIVING SOLUTIONS
