ยูไลฟ์ ขายตรงยูนิลีเวอร์กับทิศทางใหม่ในมือของเฮียฮ้ออาร์เอส (วิเคราะห์)

หลังจากที่เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ทุ่มเงิน 880 ล้านบาทซื้อธุรกิจขายตรงยูไลฟ์ต่อจากยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เมื่อกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

ดีล 880 ล้านบาทในธุรกิจยูไลฟ์ เฮียฮ้อใช้เวลาตัดสินใจเพียง 15 นาที ก่อนที่จะบอกกับ CFO ว่า ดีลนี้พลาดไม่ได้

เพราะถ้า RS ได้ดีลนี้มาหมายถึง “ชนะ ตั้งแต่ ซื้อ”

เฮียฮ้อเคยกล่าวว่า คำว่า ชนะ ตั้งแต่ ซื้อ มาจาก ยูไลฟ์มีรายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท กำไร 10% หรือประมาณ 100 ล้านบาท เท่ากับว่าเมื่อซื้อยูไลฟ์มาจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตั้งแต่เริ่มต้น

และนอกจากนี้ ที่สำคัญที่สุดยูไลฟ์เป็นธุรกิจที่มีทั้งฐานลูกค้า ฐานสมาชิกเครือข่ายมากกว่า 150,000 คน และมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงอย่างยาวนานกว่า 15 ปี ทำให้อาร์เอสสามารถเดินหน้าในธุรกิจขายตรงได้ทันทีนับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อเช่นกัน

และหลังจากที่อาร์เอสซื้อและโอนกิจการทั้งหมดของยูไลฟ์เป็นที่เรียบร้อย

วันนี้อาร์เอสนำยูไลฟ์มาปัดฝุ่นปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งที่จะต่อยอดธุรกิจอาร์เอส กรุ๊ป ในฐานะ Entertainmerce ให้สมบูรณ์และมีพลังมากขึ้น

โดยอาร์เอสวางจิ๊กซอว์ที่ชื่อว่ายูไลฟ์ เป็นหนึ่งใน Ecosystem ที่ขับเคลื่อนบิสซิเนสโมเดล Entertainment ในขวบปีแรกดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และเพิ่มกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

อาร์เอสยังคงวางกลุ่มเป้าหมายยูไลฟ์ คือลูกค้าระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเดิมของยูไลฟ์

พร้อมกับขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าระดับกลางมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดผ่านฐานลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะลูกค้าระดับกลางซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มพรีเมียม

การรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ของยูไลฟ์ในมือของอาร์เอส ประกอบด้วย

– การรีแบรนดิ้งใหม่ จากยูนิลีเวอร์ไลฟ์ เป็นยูไลฟ์ และให้มีความทันสมัยขึ้น ทำตลาดผ่านแนวคิด “ชีวิตที่ใช่” หรือ “Live Your Life” ผ่านสินค้า และผลตอบแทนต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าและสร้างแรงผลักดันให้กับพาร์ตเนอร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย

– เพิ่มประเภทสินค้าให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มระดับกลาง เพื่อเข้ามาเสริมแบรนด์เดิมที่เน้นสินค้าในกลุ่มพรีเมียมเป็นหลัก

โดยสินค้าที่เพิ่มเข้ามาจะเป็นสินค้าในกลุ่มดูแลบ้าน, เสริมอาหาร, ความงาม, ดูแลช่องปาก และเส้นผม และทยอยเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2565

จากเดิมก่อนหน้าที่อาร์เอสจะซื้อธุรกิจยูไลฟ์ ในเครือยูไลฟ์ มีสินค้า 3 แบรนด์หลัก ประกอบด้วยสกินแคร์ เสริมอาหารและความงาม อาวียองซ์ และเสริมอาหารบียอนด์ และ ไอเฟรซ สินค้าดูแลสุขภาพและช่องปาก รวมทั้งหมด 43 ผลิตภัณฑ์ 76 SKU

 

2. เชื่อมโยง Ecosystem ในเครือ RS ผลักและดึงซึ่งกันและกัน

อาร์เอส เชื่อมโยง ยูไลฟ์ เป็นหนึ่งใน Ecosystem ที่จะหนุนการเติบโตของธุรกิจผ่านแรงผลักและดึงซึ่งกันและกัน

ในมุมของการผลักธุรกิจยูไลฟ์ให้เติบโตประกอบด้วย การใช้สื่อในมือของอาร์เอส ทั้งทีวี วิทยุ ออนไลน์ และอินฟลูเอนเซอร์ เรามองว่ามาช่วยสร้าง Awareness แบรนด์ และผลักดันให้เกิดการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นฐานแฟนคลับของสื่อและศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ของอาร์เอส

และอาร์เอสยังนำแพลตฟอร์ม PopCoin และ Token PopCoin มาใช้กับธุรกิจยูไลฟ์​

การเชื่อมโยง Ecosystem ยูไลฟ์กับ PopCoin เรามองว่า เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เกิด Use Case ใหม่ ๆ ในแพลตฟอร์ม PopCoin ที่ให้พาร์ตเนอร์อื่น ๆ เห็นภาพการใช้งานของแพลตฟอร์ม PopCoin ได้ชัดเจนขึ้น และยังเสริมพลังในการทำตลาดของยูไลฟ์ให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในตัว

เนื่องจากยูไลฟ์นำระบบในแพลตฟอร์ม PopCoin ทั้งในส่วนของระบบวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค นำเสนอสินค้า บริการ และกิจกรรมการตลาดได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมาใช้เพื่อให้การทำตลาด

ตลอดจนนำ Token PopCoin มาใช้กับธุรกิจยูไลฟ์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าของยูไลฟ์ และให้เกิดการใช้งานจริงของเหรียญ PopCoin

โดยอาร์เอสใช้งบการตลาด 100 ล้านบาท 200 ล้าน Popcoin ในการผลักดัน Ecosystem ในส่วนนี้

นอกจากนี้ กลยุทธ์การตลาดของยูไลฟ์ยังรวมถึงการปรับระบบการขาย ด้วยการนำ Smart Commerce Platform ซึ่งเป็นเครื่องมือที่อาร์เอสบอกว่าใช้ยกระดับการทำงานให้พาร์ตเนอร์ตัวแทนขายทำงานสะดวกและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าและสินค้า

ซึ่ง Smart Commerce Platform ประกอบด้วยการให้พาร์ตเนอร์ตัวแทนขายมีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง มีระบบ Drop Ship ระบบ Customer Service และแผนรายได้เชื่อมโยงทุกช่องทาง

และมีเทรนด์พาร์ตเนอร์ตัวแทนผ่านหลักสูตรออนไลน์และออนไซต์

เพื่อเป้าหมายคือการเพิ่มฐานลูกค้าเป็น 1 ล้านครัวเรือนที่ใช้สินค้าของ ยูไลฟ์ ให้เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด

อย่างไรก็ดี  ในไตรมาส 1/2565 ภายใต้ RS Group มีรายได้ 844.5 ล้านบาท มาจากธุรกิจพาณิชย์ 426.8 ล้านบาท และธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ 417.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท

และจากนี้ต่อไปเรามาดูกันว่าเมื่อยูไลฟ์มาอยู่กับอาร์เอสจะเสริมให้ธุรกิจอาร์เอสเติบโตได้มากแค่ไหน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน