วันนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของบริษัทธุรกิจค้าปลีกคนไทย ที่ก้าวผ่านระดับประเทศ ไปสู่ระดับโลกแล้ว
การเป็น Global Company คือยุทธศาสตร์ที่เซ็นทรัลวางไว้ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ตั้งเป้าหมายตัวเลขรายได้ของเซ็นทรัลกรุ๊ป ในปี 2559 ไว้ที่ 337,040 ล้านบาท เติบโตกว่าปี 2558 ถึง 18.9%
เป็นตัวเลขที่ท้าทายอย่างมากๆในช่วงเวลาที่กำลังซื้อในประเทศยังคงทรงๆตัว และสถานการณ์ เศรษฐกิจของโลกยังไม่มั่นคง
หลายปีที่ผ่านมา Key Success สำคัญของกลุ่มเซ็นทรัล คือสามารถสร้างรายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันปักหมุดไปแล้ว 18 ประเทศทั่วโลก
8 ประเทศ ทางฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย อิตาลี, เยอรมัน, เดนมาร์ก, ตุรกี, การ์ต้า, โอมาน, เอธิโอเปีย, คิวบา
9 ประเทศ ทางฝั่งตกวันออก ประกอบด้วย ไทย, เวียดนาม, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์,
อินโดนีเซีย, จีน, ศรีลังกา, มัลดีฟส์
ทศ ย้ำว่า
“เซ็นทรัลมีเป้าหมายการเป็น Global Company เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากในประเทศแถบเซ้าส์อีสเอเชีย ขยับไปในประเทศ ยุโรป ส่วนในอนาคตจะเน้นหนักไปทางมิดเดิลอีสต์ และตุรกี ดังนั้นการโตของปีนี้ครึ่งหนึ่งมาจากรายได้ในต่างประเทศที่เราไปซื้อกิจการมา โดยเฉพาะโซนในยุโรปที่เป็นห้างสรรพสินค้า และการลงทุน ใน CLMV โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม”
อีก 5 ปีรายได้ 1 แสนล้านในยุโรป
ในยุโรปกลุ่มเซ็นทรัลโฟกัสการลงทุนในเรื่องห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก โดยได้เข้าไปซื้อกิจการ ห้าง ลา รีนาเชนเต ในประเทศอิตาลีเมื่อปี 2554 ปัจจุบันลา รีนาเชนเต มีทั้งสิ้น 11 สาขา ตามเมืองต่างๆ คือ มิลาน, โรม 2 สาขา, ฟลอเรนซ์ , คาตาเนีย ,กาลยารี, พาเลอร์โม , เจนัว, แพดัว ,มอนซ่า และ, ตูริน
หลังจากนั้นก็ได้ซื้อห้างสรรพสินค้าในเยอรมัน 3 ห้าง คือห้างคาเดเว ห้างอัลสแตร์เฮ้าส์ ห้าง โอเบอร์โพลลิงเกอร์ และห้างอิลลุ่ม ในเมืองโคเปนเฮเกน ในประเทศ เดนมาร์กอีก 1 ห้าง
5 ปีที่ผ่านมาลงทุนเฉพาะเรื่องห้างสรรพสินค้าในยุโรปไปแล้ว ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายปี 2559 -2563 (5 ปีต่อจากนี้) จะใช้งบลงทุนเพื่อรีโนเวทห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในยุโรปประมาณ 10,400 ล้านบาท เพื่อให้ดูทันสมัย และตอกย้ำความเป็นห้างที่นำเทรนด์ตลอดเวลา และคาดว่าภายในปี 2563 ทุกห้างต้องสร้างยอดขาย ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
ทศกล่าวว่า
“ ลา รีนาเชนเต ได้ฉลองครบรอบ 150 ปี เมื่อปี 2558 ส่วนห้าง คาเดเว อายุ 109 ปี ทั้ง 2ห้าง ได้รับการขนานนามให้เป็น 1 ใน 13 ห้างสรรพสินค้าของโลกที่ทุกคนควรต้องไปเยือน โดย UK Business Insider เว็บไซต์ที่ทรงอิทธิพลด้านข่าวสารระดับโลกจากอังกฤษ ส่วนห้างอิลลุ่มยังได้ ถูกเสนอชื่อให้เป็น ‘Retail Destination of the year’ ในปี 2008 ในงาน World Retail congress ที่ประเทศบาเซโลน่า และติดอันดับห้างสรรพสินค้าที่งดงามและน่าหลงใหลมากที่สุดในโลก (World’s Most Spectacular Department Store) จัดอันดับโดย Travel+Leisure 2016 นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ”
ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจค้าปลีกที่กลุ่มเซ็นทรัลสั่งสมมากว่า 69 ปี ทำให้ทศต้องการสร้าง Segment ที่ชัดเจนของกลุ่มห้างสรรพสินค้าระดับ Luxury โดยสร้างให้เป็น Luxury Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องมาเยือน เรียกว่า Central One World of Luxury ซึ่งประกอบด้วย 7 ห้างสรรพสินค้า แบ่งเป็น 5 ห้างสรรพสินค้าในยุโรป และอีก 2 ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลม และ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ลุย 70 โรงแรมทั่วโลก
กลุ่มเซ็นทรัล มีโรงแรมและรีสอร์ททั้งที่เป็นทั้งเจ้าของเองและบริหารให้ รวมทั้งสิ้น 70 แห่ง ใน 11 ประเทศ มีห้องพักรวม 14,583 ห้อง โดยผู้มาพักเฉลี่ยมากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 2015 ได้แก่ จีน, ไทย, สหราชอาณาจักร (อังกฤษ, สกอตแลนด์,ไอร์แลนด์เหนือ), ออสเตรเลีย และ รัสเซีย
โรงแรมที่ทางกลุ่มเป็นเจ้าของเองมี 41 โรงแรม รวม 7,867 ห้องพัก ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย (35 แห่ง) , เวียดนาม (2 แห่ง), มัลดีฟส์ (2 แห่ง) ศรีลังกา (1 แห่ง) และ อินโดนีเซีย (1แห่ง)
ขณะนี้ได้ทำการเซ็นสัญญาบริหารเพิ่มเติมอีก 29 โรงแรม 6,716 ห้องพัก ทั้งนี้โรงแรม Centara Muscat Hotel ประเทศโอมาน, โรงแรม Centara Grand West Bay Hotel Doha ประเทศกาต้าร์, และโรงแรม Centara Grand Lykia World Resort& Spa ประเทศตุรกี จะเปิดบริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559
ทางด้านโรงแรมในต่างประเทศที่กลุ่มเซ็นทรัลลงทุนเอง ขณะนี้เปิดแล้ว 2 โรงแรมที่ประเทศมัลดีฟส์ เงินลงทุนรวม 2 โรงแรมที่มัลดีฟส์ อยู่ที่ 3,517 ล้านบาท และมีโครงการลงทุนโรงแรม 4 ดาว ที่ประเทศมัลดีฟส์ เพิ่มอีก 2 โรงแรม คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2019
ส่วน โครงการลงทุนโรงแรม 4 ดาวในอนาคตที่ประเทศดูไบ , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โรงแรมที่ดูไบ คาดว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะลงทุน 2,500 ล้านบาท (เป็นการร่วมทุน 40%) กับกลุ่ม Nakheel, Dubai-based developer เพื่อสร้างบีชฟรอนต์ รีสอร์ท ระดับ 4 ดาว มีห้องพัก 550 ห้อง
ปัจจุบันรายได้จากต่างประเทศทั้งโรงแรมและห้างสรรพสินค้า เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2554 ขยายตัวเพียง 5 % ของยอดขายรวมของกลุ่มเซ็นทรัล ปี 2558 ขยายตัว 18 % ส่วนปี 2559 ตั้งเป้าขยายตัว 24 % ของยอดขายรวม

