คูโบต้า โอกาสของตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในวันที่เข้าสู่ยุค Post Covid

ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรปีนี้เติบโต 10%

เป็นการเติบโตลดลงจากปีที่ผ่านมาที่เติบโตมากถึง 22% และเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี

 

การเติบโตของตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรที่สูงในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจาก

1.คนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพ อพยพกลับถิ่นฐานจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  และส่วนหนึ่งกลับไปทำการเกษตรจากที่ดินของครอบครัวที่ทำอยู่ ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งใช้เงินเก็บที่ได้จากการทำงานในกรุงเทพซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อลดกำลังคนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเกษตร

2.แรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งอพยพกลับประเทศ จากความกลัวการแพร่ระบาด ทำให้ภาคการเกษตรบางส่วนขาดแคลนแรงงาน และจำเป็นต้องนำเครื่องจักรกลทางการเกษตรมาช่วยเป็นเครื่องทุ่นแรงและอุดช่องว่างแรงงานที่หายไป

3.ภาครัฐริเริ่มยกระดับเกษตรกรไทยผ่านโครงการโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งโครงการนี้มีนโยบายซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตรแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในรูปแบบ Big Lot Project

4.พืชผลการเกษตรมีผลผลิตดี เกษตรกรมีรายได้จากการเกษตรเพิ่มขึ้น และรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งนำไปซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อทุ่นแรงและเวลาในการทำเกษตรในอนาคต

 

จากเหตุผลสนับสนุนการเติบโต ที่เราได้กล่าวมา ยอดจำหน่ายของเครื่องจักรกลการเกษตรจึงมาจากลูกค้าใหม่ที่เป็น นNon-Farmer มากถึง35% และอีก 75% มาจากเกษตรกรหน้าเดิมๆ และเกษตรกรที่ซื้อเป็นเครื่องทดแทนเครื่องเดิม, ซื้อเพิ่มเพื่อยกระดับการเกษตรให้มีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น, อัปเกรดเครื่องจากรุ่นที่มีประสิทธิภาพต่ำเป็นประสิทธิภาพสูงขึ้น และอื่นๆ

 

ส่วนปีนี้คูโบต้าคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรเติบโต 10%                           

การเติบโตของตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในปีนี้มาจาก

1.คนเมืองหรือ Non-Farmer ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยทำงานประจำสนใจทำการเกษตรมากขึ้น

2.ภาคการเกษตรยังคงประสบกับการขาดแคลนแรงงาน

3.การขยายตัวของแทรกเตอร์ในกลุ่มพืชไร่ เช่น มัน อ้อย ข้าวโพด และพืชสวนอย่างยาง และปาล์ม การขยายตัวของพืชที่กล่าวมามาจากราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลให้โลกมีความต้องการพืชอาหารและพืชพลังงานมากขึ้น

4.ภูมิอากาศที่อำนวยต่อผลผลิตการเกษตร และราคาพืชผลการเกษตรส่งเสริมให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น

5.ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุน Smart Farming ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาบริหารจัดการ และนโยบาย Zero Burn เกษตรกรปลอดการเผา

6.ภาคการเกษตรในไตรมาสที่ 2/2565 เติบโต 5.7%

การเติบโตนี้มาจากเกษตรพืช 9.3% ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเครื่องจักรกลทางการเกษตร

บริการทางการเกษตร 4.2%

ป่าไม้ 2%

ส่วนภาคปศุสัตว์ ลดลง 2.2%

ประมง ลดลง 2.7%

 

และนอกจากนี้คูโบต้ายังคาดการณ์ว่าในปัจจุบันเกษตรกรไทยเข้าถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพียง 20% จากเกษตรกรทั้งหมด ทำให้ตลาดนี้ยังคงมีช่องว่างที่จะเข้าถึงเกษตรกรไทยอีกมาก

เมื่อเกษตรกรไทยยังเข้าถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ไม่สูงมากนัก ประกอบกับมีเกษตรกรหน้าใหม่ๆ ที่เป็น Non-Farmer เข้ามาในอุตสาหกรรมการเกษตร

จึงเป็นหนึ่งในโอกาสที่น่าสนใจในตลาดเครื่องจักรกลทางการเกษตร ที่ในวันนี้คูโบต้า มีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 80% ในตลาดเครื่องจักรกลทางการเกษตรทั้งหมดจะขอเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งตลาดตัวเองจากตลาดนี้

 

แต่ความท้าทายคือ จะทำอย่างไรให้สามารถเติบโตจากตลาดนี้ได้

 

ในปีที่ผ่านมาสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ผู้ทำตลาดคูโบต้าในประเทศไทยมีรายได้รวมรวม 6.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 30% จากปี 2563

 

สำหรับปี 2565 สยามคูโบต้าตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท รายได้ที่ลดลงมาจากปี 2564 การเติบโตส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันจากสถานการณ์โควิด-19 งบประมาณภาครัฐที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรผ่านโครงการเกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงยอดการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น

 

การสร้างการเติบโตของสยาม คูโบต้า ในปีนี้จะทำการตลาดผ่านแนวทาง ถ ประการได้แก่

1.ยังคงให้ความสำคัญกับ Brand Perception จากการเป็นแบรนด์ขายเครื่องจักรกลการเกษตรมาสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านนวัตกรรมเกษตร ผ่านการสื่อสารตลาดด้วยการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ 

และต่อยอดผ่านการสื่อสารแบรนด์ที่จะทำให้ลูกค้าเกิด Touchpoint กับแบรนด์มากขึ้น ให้เกษตรกรเข้าถึงนวัตกรรมเกษตรแห่งอนาคตและเห็นภาพการเกษตรในรูปแบบ Smart Farming ผ่าน Customer Journey ในการเรียนรู้ทำความเข้าใจและลงมือทำ เพื่อสร้าง Brand Experience ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2.สานต่อโครงการโครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า (SKCE) ทั้ง 7 แห่ง รวมพื้นที่เกษตรกว่า 25,000 ไร่      กว่า 1,500 ครัวเรือน และโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ โดยมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเครื่องจักรแบบรวมกลุ่ม  ด้วยการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่ กลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนจำนวน 123 กลุ่ม มีเกษตรกรจำนวน 10,900 ราย ใน 48 จังหวัดทั่วประเทศ ในเฟสแรก พร้อมกับสอนวิธีการดูแลรักษา

เพื่อให้เกษตรกรเช่าเครื่องจักรกลการเกษตรจากกลุ่มสหกรณ์ในราคาประหยัด และนำรายได้จากการเช่ามาซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

และเฟส2 เดือนมีนาคม 2565- กุมภาพันธ์ 2566 ส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับกลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเพิ่มไม่น้อยกว่า 80 กลุ่ม จากการมองเห็นโอกาสที่เกษตรกรส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นในวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม และคูโบต้าจะเข้าไปสร้างประสบการณ์การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรผสานนวัตกรรมการเกษตร และให้ความรู้เกี่ยวกับเกษตรยุคใหม่

ซึ่งการเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรผ่านโครงการเหล่านี้ เรามองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้าง Brand Loyalty  ประสบการณ์ในการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร และ Brand Love ให้กับคูโบต้า ได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากเกษตรกรเป็นกลุ่มที่มี Brand Loyalty สูง และไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์เมื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ๆ เข้ามาใช้งาน

และตลาดนี้ผู้บริหารคูโบต้าให้ข้อมูลว่าราคาของเครื่องจักรกลการเกษตรในแต่ละแบรนด์มีราคาแตกต่างกันเพียง2-3หมื่นในรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกัน ทำให้ราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

 

3.ขยายโอกาสไปยังเกษตรกรกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะ Non-Farmer เกษตรกรกลุ่มผัก ผลไม้ เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้ใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นเครื่องทุ่นแรงในการทำเกษตร ซึ่งเรามองว่าถ้าคูโบต้าสามารถขยายไปยังกลุ่มนี้ได้ จะเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับคูโบต้าอีกทางหนึ่ง

4.นำสินค้าอื่นๆ ที่มีโอกาสเข้ามาเสริมการเติบโต เช่นโดรนการเกษตร ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจในสองปีที่ผ่านมา เข้าถึงตลาดเกษตรกรที่ต้องการลดภาระ เวลาในการฉีดยาฆ่าแมลง พ่นปุ๋ย

5.เก็บดาต้าเบสลูกค้าเดิม และนำแอไอมาวิเคราะห์และแมชชีนเลิร์นนิ่ง เพื่อดูพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การซ่อมบำรุง ชั่วโมงการใช้งาน เพื่อหาโพเทนเชียลของลูกค้ากลุ่มนี้ในการเสนอสินค้าอื่นๆ เข้าไปถึงลูกค้ามากขึ้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน