KJL ทำความรู้จักผู้นำนวัตกรรม ตู้ไฟ รางไฟ ของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ

Marketeer มีนัดกับผู้บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL” ผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตตู้ไฟสวิตช์บอร์ด รางเดินสายไฟ และงานโลหะแผ่นแปรรูปสั่งผลิตพิเศษ Sheet Metal Works ด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ทศวรรษ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า KJL”

รวมถึงการผลิตตามคำสั่งซื้อ (Made-to-order) จนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ในการให้ลิขสิทธิ์แก่KJL ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตู้สวิตช์บอร์ดไฟฟ้า รุ่น Prima iPM เพื่อพูดคุยถึงกลยุทธ์และแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมทิศทางพัฒนานวัตกรรมสู่อนาคต ที่ไม่ใช่แค่ยกระดับองค์กรและยังรวมถึงอุตสาหกรรมในระดับมหภาคอีกด้วย

3 ทศวรรษแห่งการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและบริการ

“กว่า 3 ทศวรรษที่เราไม่เคยหยุดพัฒนาสินค้าและบริการ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับโลก ทำให้สินค้า KJL มีความถูกต้อง แม่นยำ พร้อมส่งถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและตรงต่อเวลา เพราะเราคือ ผู้นำตลาดด้าน ตู้ไฟ รางไฟ และโลหะแผ่นแปรรูป ที่มีกำลังการผลิตสินค้าสูงสุดในประเทศไทย และได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 ทั้งระบบ”

เกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดการสนทนา ถึงภาพรวมธุรกิจ พร้อมเล่าย้อนหลังให้ฟังไทม์ไลน์การเติบโตของ KJL ที่เริ่มตั้งแต่โรงงานห้องแถว ในปี 2531 โดยคุณการุณย์ (คุณพ่อ) ซึ่งเป็น Generation ที่ 1 จากนั้นพัฒนาสู่โรงงานอุตสาหกรรม พร้อมขยับขยายมาที่ จ. สมุทรสาคร  ในปี 2539 ก่อตั้งเป็น “บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด” อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มผลิตตู้ไฟ รางเดินสายไฟ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และได้เริ่มนำเข้าเครื่องจักรใหม่จากญี่ปุ่น ในปี 2544 เพื่อเพิ่มกำลังและมาตรฐานการผลิต

และต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์สินค้า KJL” เป็นของตัวเอง ในปี 2554  ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นสู่การปฏิวัติองค์กรสู่ยุคใหม่ ที่พัฒนาทั้งสินค้า บริการ การทำตลาด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและตลาดยุคใหม่ พร้อมก้าวสู่ยุคแห่งการพัฒนาองค์กรด้วยระบบดิจิทัล และยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานสากลพร้อมพันธมิตรระดับโลก

เราเริ่มใช้วิธีการ Market Transformation อย่างชัดเจน ในปี 2554 โดยใช้การตลาดมานำบริษัท โดยในช่วงนั้นเราแยกระหว่างการสร้างแบรนด์KJLกับการเป็นผู้ผลิตหรือโรงงานออกจากกัน เพื่อแยกสินค้าและ Branding ให้ชัดเจน

โดยลูกค้าของเราจะมีทั้งตัวแทนจำหน่าย ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ผู้รับเหมา และช่างไฟ ซึ่งเรามีKJL Network อยู่ 400-500 แห่ง กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเราพร้อมดูแลด้วยบริการ KJL Now’ สต๊อกสินค้าพร้อมส่ง สั่งด่วนได้เร็ว สั่งเช้าได้บ่าย สามารถส่งได้ในวันเดียวกัน ซึ่งพร้อมดูแลในทุกระดับด้วยมาตรฐานเดียวกัน

ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมตู้ไฟ รางไฟ และระบบไฟฟ้าครบวงจร

อัตลักษณ์ขององค์กรเราคือ การขับเคลื่อนด้วยความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และมีความแตกต่างในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเรามี ‘ค่านิยมองค์กร’ ในการผลิตและบริการเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครบวงจร ภายใต้คำว่า ‘FIST’

CEO ของ KJL กล่าวถึงอัตลักษณ์ขององค์กรที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจมาตลอดมากกว่า 30 ปี ซึ่งนิยามของ FIST” ประกอบ

  • Flexible : ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ
  • Innovation : ล้ำหน้า ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
  • Speed : ฉับไว รวดเร็ว ตรงต่อเวลา
  • Trustworthy : เชื่อมั่น และไว้วางใจ

โดยสินค้าและบริการของ KJL มีตั้งแต่ ตู้ไฟ รางไฟ พร้อมด้วยบริการงานออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าครบวงจร ตลอดจนงานตัด เจาะ พับ ชิ้นงานโลหะแผ่นตามแบบ พร้อมบริการออกแบบและให้คำปรึกษางานตู้อัตโนมัติ ที่สามารถ Customized ได้ตามทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และกระบวนการผลิตจากโรงงานอัจฉริยะและอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยนวัตกรรมเครื่องจักรเทคโนโลยีระดับสูงจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร พร้อมด้วยการจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงและรวดเร็ว

“จุดเด่นของเราคือ เรามีสินค้าหลากหลายครบถ้วน และคุณภาพระดับสูง การันตีด้วย Certified คุณภาพระดับสากลครบถ้วนทั้งหมดในอุตสาหกรรม ซึ่งนี่เป็นการตอกย้ำเรื่องคุณภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็น ISO9001, มอก., IEC ที่เป็นของยุโรปเราก็ได้ IEC 60529 กันน้ำ-กันฝุ่นสำหรับงานภายนอก IEC 61439 ซึ่งเป็นตัวมาตรฐานของตู้ Type Test ซึ่งเราเป็น License Agreement ในการผลิตให้กับ Schneider Electric’ เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศส

ซึ่งคุณภาพในเชิงการผลิตนั้นมาจากการลงทุนในเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย เราเลือกใช้แบรนด์ชั้นนำอย่าง Amada’ ระบบคอมพิวเตอร์จากญี่ปุ่นในกระบวนการผลิต ทำให้สินค้าออกมามีคุณภาพ รวดเร็ว มีเสถียรภาพ รวมไปถึงทำให้เรายกระดับการบริการได้ คือ สามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ผลิตได้เยอะ-เร็ว ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่มีความต้องการเรื่องความเร็ว

โดยความเร็วนั้นตอบโจทย์ได้ทั้งสองมุม คือ สต๊อกสินค้าKJL ที่พร้อมส่งทันทีภายในวันเดียวกัน ลูกค้าไม่ต้องสต๊อกสินค้า เรามีคลังสินค้าที่สต๊อกให้แทน อีกแง่มุมหนึ่งคือ การตรงต่อเวลา กรณีสินค้าที่เป็นสั่งผลิต เรายกให้เรื่องการนัดหมายเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นการผลิตต้องดีและรวดเร็ว รวมถึงการเรายังมีบริการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพระดับสูง ทำให้ตอบโจทย์เรื่องความเร็วครอบคลุมในทุกมิติ

จากจุดเด่นที่กล่าวมาทำให้สินค้าและบริการของKJL เป็นที่รู้จักในตลาด และมี Brand Awareness ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าเสมอมาตลอด 3 ทศวรรษ”

คุณเกษมสันต์เสริมว่า KJLให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องของ “นวัตกรรม” ทั้งในส่วนของนวัตกรรมการผลิตที่ได้ลงทุนในเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ล้ำสมัยเพื่อยกระดับไลน์การผลิตให้มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นเครื่องจักรระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ลดต้นทุนการผลิตได้มาก

รวมไปถึงนวัตกรรมที่จะมาตอบโจทย์เรื่อง “งานดีไซน์” ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตของKJL สามารถผลิตชิ้นงานได้โดยไม่มีขั้นต่ำ หรือสั่งผลิตเพียงชิ้นเดียวก็ได้ ซึ่งตอบโจทย์ในแง่ความอิสระในการดีไซน์ ที่ปรับเปลี่ยน – แก้ไขได้ พร้อมด้วยทีมดีไซน์ที่ออกแบบด้วยโปรแกรม 3 มิติ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าตามความต้องการของลูกค้าแบบไม่มีขั้นต่ำ จะพัฒนาสินค้า Prototype หรือ Develop สินค้าร่วมกันก็สามารถตอบโจทย์ได้ครอบคลุม

เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงโควิด-19
พร้อมผลเชิงบวกจากเมกะเทรนด์การใช้ไฟฟ้าในอนาคต

ผลประกอบการที่ผ่านมา เราเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงโควิด-19 เองก็ไม่ได้กระทบอะไร โดยปี 2562-2564 มีรายได้จากการขาย 753.67 ล้านบาท 708.18 ล้านบาท และ 845.78 ล้านบาทตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 3.92% ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 19.49 ล้านบาท 90.97 ล้านบาท และ 94.04 ล้านบาทตามลำดับ

ขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือนปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 502.89 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 65.79 ล้านบาท เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ซึ่งมีรายได้จากการขาย 424.92 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท

CEO ของKJLกล่าวถึงตัวเลขการเติบโตอย่างเนื่อง แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับองค์กรแต่อย่างใด พร้อมกันนี้รูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและเทรนด์การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าล้วนเป็นผลเชิงบวกต่อธุรกิจของKJLทั้งสิ้น

“เทรนด์การใช้พลังงานจะถูกเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิลอย่างน้ำมันมาเป็นไฟฟ้าที่สามารถผลิตได้หลากหลายทางอย่างสมบูรณ์แบบ รูปแบบของไฟฟ้าในยุคใหม่มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับKJL ซึ่งถ้าดูจากเมกะเทรนด์ก็คือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลนั้นทำให้โลกนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นในทุก ๆ มิติ รวมไปถึงเรื่องของเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า และ Solar Roof ซึ่งล้วนมีไฟฟ้าเป็นแกนหลักทั้งสิ้น

นอกจากนี้ เมกะเทรนด์ที่ไฟฟ้าใช้มากขึ้นและใครก็ผลิตไฟฟ้าได้ คือเทรนด์ใหญ่ที่เรามอง เราจึงมี Vision ว่า Electrifying Your World เพื่อขับเคลื่อนไฟฟ้าเพื่ออนาคต ซึ่งเป็น Vision ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์เพื่อให้พร้อมตอบโจทย์ในทุก ๆ ความต้องการที่เปลี่ยนไป รวมถึงสนับสนุนเรื่องพลังงานทดแทนที่จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งการที่สังคมโลกเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ลดการใช้พลังงานที่สร้างคาร์บอนอย่างน้ำมันนั้นส่งผลดีกับเรามาก รวมไปถึงส่งผลดีต่อประเทศไทยซึ่งผลิตน้ำมันไม่ได้แต่ผลิตไฟฟ้าเองได้อีกด้วย”

เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ IPO 30 ล้านหุ้น

ล่าสุดKJLได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อประกอบการยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เตรียมเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.86% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ระดมทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และรองรับโอกาสการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

แบ่งใช้เป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย

  1. ลงทุนก่อสร้างโรงงานและเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อและการให้บริการในอนาคต
  2. ใช้ในการลงทุนในระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงมลพิษจากการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพรินต์ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
  3. นำไปลงทุนศูนย์นวัตกรรม (KJL Innovation Campus) เพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสการได้เปรียบทางการแข่งขัน
  4. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และ 5. ชำระคืนเงินกู้ในระยะสั้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงินให้กับบริษัทฯ
ศูนย์นวัตกรรม (KJL Innovation Campus)

การเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวที่สำคัญในการต่อยอดศักยภาพและขยายธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ เพื่อการเติบโตของ KJL อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ซึ่ง CEO ของKJLได้ทิ้งท้ายว่า

“ต้องขอบคุณลูกค้าและ Partner ที่สนับสนุนพวกเรามาเป็นอย่างดี ทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตและมีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องตลอด 30 กว่าปี และประสบความสำเร็จเดินมาถึงจุดนี้ได้ 

วันนี้เราพร้อมที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอเชิญชวนทั้งลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนทุกท่านเข้ามาร่วมเติบโตไปด้วยกันกับเรา”

ข้อมูลเพิ่มเติม:  www.KJL.co.th

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน