ตลาดแฟชั่นมิดถึงไฮเอนด์มูลค่า 50,000 ล้านบาท กลับมาคึกคัก หลังจากที่ผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติในช่วงโพสต์โควิด

 

เมื่อทุกอย่างเริ่มกลับมา แบรนด์แฟชั่นในกลุ่มกระเป๋าและรองเท้าอย่าง LYN ในเครือ Jaspal ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ว่า ในปีนี้ LNY จะมียอดขายในประเทศไทย 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19

 

จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้เพียง 600-700 ล้านบาท รายได้ที่หายไปส่วนหนึ่งมาจากการปิดศูนย์การค้าตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และสาขาทั้งหมดของ LYN อยู่ในศูนย์การค้า

 

แม้ในปีนี้ ยศแทพ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ บริษัท ยัสปาล จำกัด จะเชื่อมั่นว่ารายได้ของ LYN จะสามารถปิดยอดขายที่ 1,200 ล้านบาท ได้

แต่ความท้าทายของ LYN คือตลาดแฟชั่นกลุ่มมิดถึงไฮเอนด์มีการแข่งขันกันสูง จากคู่แข่งแบรนด์ไทยและเทศ

 

โดยเฉพาะคู่แข่งหลักอย่าง CHARLES & KEITH ที่ในวันนี้มีการเปิดสาขาในประเทศไทยถึง 41 สาขา

และเป็นสาขาที่ไล่ตาม LYN ที่มีสาขา 50 สาขา ไม่มากนัก

 

การไปสู่ไปเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาในประเทศไทยมากนัก เนื่องจาก LYN มีรายได้จากนักท่องเที่ยว 20% และไทย 80%

พร้อมกับการรับมือจากคู่แข่งที่แย่งชิงเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม 18-45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ LYN จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดที่มีอายุ 18-60 ปี

 

คือกลยุทธ์ที่ LYN วางไว้ 4 ประการได้แก่

1.นำเสนอประสบการณ์การช้อปผ่านสาขา และสินค้า

ผู้บริหาร LYN กล่าวว่าแม้โควิด-19 จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคสู่โลกของการช้อปออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่ผู้บริโภคยังคงต้องการคือการเข้ามาสัมผัส เลือกซื้อสินค้าหน้าร้าน

LYN จึงให้ความสำคัญกับสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านสาขาด้วยการตกแต่งร้าน และบรรยากาศที่เอื้ออำนวยกับการช้อปปิ้งและสร้างประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าให้มากที่สุด

ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา LYN จึงมีการปรับปรุงบรรยากาศสาขา เพื่อให้ลูกค้ากลับมาช้อปและรู้สึกเฟรซไปกับบรรยากาศที่แตกต่างๆ ไปจากเดิม

รวมถึงล่าสุดเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ ที่รวมสินค้ามากกว่า 100 รายการ ทั้งรองเท้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ เครื่องสำอาง บนพื้นที่ 250 ตร.ม.ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งเป็นพื้นที่ทราฟิกสูง และเป็นสาขาที่สร้างรายได้ ติด Top5 ของ LYN อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคให้เข้ามาช้อปในแบรนด์ LYN มากขึ้น

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับสินค้า จากการที่ผู้บริหารมองว่า แม้จะสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ในการช้อปแต่สุดท้ายผู้บริโภคจะตัดสินและเลือกซื้อจากสินค้าเป็นหลัก

โดยสินค้าทั้งหมดของ LYN จะเป็นสินค้าที่มาจากทีมดีไซน์ในประเทศไทยผ่านหัวใจหลัก Fashionable, Sophisticated, Sexy และ Elegant เพื่อตอบโจทย์ Luxury และ Trendy ที่เป็นภาพลักษณ์ของ LYN ที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อ และผลิตผ่านโรงงานในประเทศจีน

ไปพร้อมๆ กับควบคุมราคาจำหน่ายสินค้าให้มีราคาเฉลี่ย 3,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าในราคาที่จับต้องง่าย

โดยในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ LYN ที่เป็นกลุ่ม Repeat Consumer จะมีอยู่ประมาณ 30% ของลูกค้าทั้งหมด และเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง

 

 

2.เปิดตัว LYN BEAUTY จำหน่ายเครื่องสำอางและบิวตี้ไอเท่ม

LYN มีการขยายไลน์ไปยังกลุ่ม BEAUTY เพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางและบิวตี้ไอเท่ม

เหตุผลที่ LYN เปิดกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางมาซึ่งเป็นไอเท่มที่แตกต่างจากกลุ่มสินค้าหลักคือกระเป๋าและรองเท้ามาจากการที่ผู้บริหารมองว่ากระเป๋า รองเท้า แอคเซสเซอรี่ และเครื่องสำอาง การติดสินใจซื้อของผู้บริโภคอยู่บนเหตุผลเดียวกันคือต้องการเปลี่ยน Look ของตัวเอง

และเครื่องสำอางยังเป็นไอเท่มที่ไม่กินพื้นที่สามารถเข้าไปอยู่ในสาขาขนาดเล็กได้  และสามารถดึงให้ลูกค้าเข้ามาสาขาในความถี่ที่มากขึ้นจากการเข้ามาเลือกดูเครื่องสำอาง

3.เลือกทำเลในศูนย์การค้า

แม้มาตรการปิดศูนย์การค้าเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมจะทำให้ LYN มีรายได้ที่ลดลงในปีที่ผ่านมา แต่การเปิดสาขาของ LYN ยังคงยึดไปที่ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในศูนย์การค้าเท่านั้น เนื่องจากผู้บริหาร LYN มองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไทยเน้นการช้อปปิ้งในศูนย์การค้าเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ LYN ยังสร้างโอกาสจากการขายไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน LYN มีสาขาที่เวียดนาม 21 สาขา และมีแพลนเปิดสาขาที่เวียดนามตามการเติบโตของห้างสรรพสินค้า จากการมองเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของเวียดนาม โดยเฉพาะโฮจิมินซิตี้ ฮานอย ดานัง และเมืองอื่นๆ ที่มีการขยายของห้างสรรพสินค้า

และเปิดสาขาที่กัมพูชา 4 สาขา

สาขาทั้งหมดในต่างประเทศ LYN เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อป ผ่านบรรยากาศ และการนำสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่เปิดในไทยไปยังต่างประเทศ

 

และยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดในประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่อาจจะเข้าไปเปิดตลาดในอนาคต

 

ทั้งนี้แบรนด์ LYN เป็นแบรนด์ที่ทำรายได้อันดับสามให้กับกลุ่ม Jaspal รองจาก Jaspal และ CC DOUBLE O



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน