เมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาเดียวกันกับการประกาศรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีกับธนชาต ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการเปิดตัว ทีทีบี รีเซิร์ฟ (ttb reserve) บัตรเครดิตสำหรับลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealth Banking) ด้วยแนวคิดความสำเร็จต่อยอดความสำเร็จได้ไม่มีที่สิ้นสุด ที่นอกจากจะยกระดับบริการและเอกสิทธิ์ขั้นสุดแล้ว ยังรวบรวมโซลูชันทางการเงินที่หลากหลายครบวงจรไว้ในบัตรเดียว
มาวันนี้ ttb reserve ประกาศความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล “Best Wealth Manager, Thailand-Rising Star” จาก The Asset Triple A Private Capital Awards 2022 รางวัลสำหรับดาวรุ่ง “ด้านการบริหารความมั่งคั่ง” ซึ่งจัดโดย The Asset ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินชั้นนำแห่งเอเชียที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านการเงินการลงทุน
นอกจากรางวัลการันตีแล้ว อีกหนึ่งความสำเร็จของ ttb reserve คือ ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีครึ่งสามารถสร้างฐานลูกค้าผู้ถือครองบัตรไปแล้วกว่า 33,000 ราย หรือราว 40% ของจำนวนลูกค้ากลุ่ม Wealth ทั้งหมดของทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี ถือเป็นการตอกย้ำการก้าวสู่การเป็นผู้นำหลักในตลาด Wealth สอดคล้องกับแนวคิดหลักอย่าง ‘The Bank of Financial Well-being’ การเป็นธนาคารที่จะสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับคนไทยทั้งในวันนี้และอนาคตได้เป็นอย่างดี ในทุกมิติ
อีกหนึ่งความน่าสนใจของความสำเร็จในครั้งนี้จนทำให้ทีม Marketeer เดินทางมาพูดคุยกับ ณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลยุทธ์ลูกค้าบุคคลและประสบการณ์ลูกค้าช่องทางรวม หัวเรือใหญ่ผู้ขับเคลื่อนโปรเจกต์ ttb reserve คือ เบื้องหลังการทำงาน ตั้งแต่การศึกษาอินไซต์ของกลุ่มเป้าหมาย แนวคิดในการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการวางแผนทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ttb reserve ยกระดับบริการและเอกสิทธิ์ขั้นสุด
เล่าถึงตัวผลิตภัณฑ์ให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนว่า ttb reserve คือ โซลูชันทางการเงินที่อยู่ในรูปแบบบัตรเครดิต ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Wealth หรือลูกค้าที่มีสินทรัพย์ (AUM) รวมเงินฝากและเงินลงทุนในกองทุนฯ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยมีบัตรเครดิต ttb reserve visa signature สำหรับลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทแต่ไม่ถึง 30 ล้านบาท และบัตรเครดิต ttb reserve visa infinite สำหรับลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป
โดยจุดเด่นของ ttb reserve ที่ยกระดับบริการและเอกสิทธิ์ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไป คือ บริการที่ยึดโยงโซลูชันทางการเงินด้านอื่น ๆ กล่าวคือ ttb reserve เปลี่ยน Privilege มาอยู่ในรูปแบบคะแนนสะสมพิเศษ ลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสมที่ได้รับไปต่อยอด ทั้งด้านการเงิน การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ตามโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคน และแม้จะไม่มีการใช้งานบัตรเครดิต แต่ลูกค้ายังคงได้รับคะแนนสะสมพิเศษประจำปี (Annual Wealth Point) เพียงแค่ลูกค้ามียอดรวมผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งตรงนี้เป็นความพิเศษที่ยังไม่มีบัตรเครดิตไหนมอบให้ทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของบัตร คือ “Earn Fast Burn Smart รับคะแนนเร็วเหนือใคร แลกคะแนนคุ้มกว่าใคร คุ้มค่าทุกการใช้จ่าย”

“แนวคิดหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ttb reserve อย่างแรก คือ เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าลูกค้าของเราคือใคร มีความต้องการและเป้าหมายอย่างไร มี Pain Point อะไรบ้าง จากนั้นเราถึงจะเลือกโซลูชันหรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เติมเต็ม และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ โดยมี “บัตรเครดิต” เป็น ผลิตภัณฑ์รูปแบบหนึ่งที่มีโซลูชันอื่น ๆ อีกมากมายเป็นองค์ประกอบ
“ถัดมาคือ แนวคิดหลักของทีทีบี อย่างการเป็น ‘The Bank of Financial Well-being’ เรามีคำถามอยู่เสมอว่าจะสร้างความแตกต่าง หรือความเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งชีวิตทางการเงินของลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงให้ดีมากขึ้นได้อย่างไร โดยเรานำสองแกนหลักนี้มารวมกันแล้วพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต ttb reserve”
เพื่อให้ ttb reserve เป็นบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ทางการเงินของลูกค้ากลุ่ม Wealth ในทุกมิติและทำให้ทีทีบีกลายเป็นสถาบันการเงินหลักที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ ณัฐวรรณบอกกับเราว่า ฉากหลังคือการทำงานที่ใส่ใจและเจาะลึกทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การศึกษาอินไซต์เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้มากที่สุด
“โดยพื้นฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth มี Financial Well-being ที่ดีอยู่แล้ว การที่จะพัฒนาหรือต่อยอดให้เพิ่มพูนมั่นคงมากขึ้น เราได้ศึกษาและทำความเข้าใจจนค้นพบว่า จริง ๆ แล้วกลุ่มลูกค้า Wealth นั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าวัยเกษียณที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ‘รักษาความมั่งคั่ง’ (Wealth Preservation) และ ‘ส่งต่อความสำเร็จไปให้ลูกหลาน’ (Wealth Transfer) อีกกลุ่มคือ วัยทำงานที่ต้องการ ‘สะสมความมั่งคั่ง’ (Wealth Accumulation) อยากให้เงินทำงาน มีมูลค่าสินทรัพย์ที่งอกเงยขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อครอบครัว คุณภาพชีวิตที่ดี ไปจนถึงวัยเกษียณ
“ทั้งนี้ลักษณะการลงทุน การยอมรับความเสี่ยงของลูกค้าทั้งสองกลุ่มก็มีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มแรกเน้นลงทุนเเบบปลอดภัย เพื่อรักษาเงินต้น สินทรัพย์ให้เพียงพอกับการใช้จ่ายจนกระทั่งถึงวันที่สิ้นอายุขัย และมองหาผลิตภัณฑ์ประกันประเภทต่าง ๆ ขณะที่กลุ่มวัยทำงานที่เน้นสะสมความมั่งคั่งจึงยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้มากกว่า เช่น กองทุนรวม ตราสารต่าง ๆ และพร้อมปรับเปลี่ยนการลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน”
เมื่อได้อินไซต์เหล่านี้แล้วลำดับถัดมาสิ่งที่ ทีทีบี มองหาคือ Loyalty System ที่ตอบโจทย์เรื่อง Wealth Preservation, Wealth Transfer และ Wealth Accumulation ในข้างต้น ซึ่งสรุปออกมาเป็นบริการในรูปแบบ บัตรเครดิต แต่ด้วยฟังก์ชันบัตรเครดิตอย่างการรูด จ่าย หรือเก็บคะแนนนั้นยังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทีทีบี จึงยึดโยงไปถึงโซลูชันทางการเงินอื่น ๆ ที่เพิ่มประโยชน์ได้มากกว่า ครบกว่า เพื่อให้บัตรเครดิต ttb reserve เป็นอัตลักษณ์ (Identity) ที่บอกถึงสถานะความสำเร็จของผู้ถือครอง

ณัฐวรรณยกตัวอย่าง Privilege ของบัตร ttb reserve ให้ฟังว่า มีตั้งแต่ Special Point on top, สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพมีบริการ ttb reserve line หรือเลขาส่วนตัวสามารถเข้าถึงการรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว, การนำคะแนนสะสมกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ด้านการเงินอื่น ๆ ของทีทีบี เช่น ประกัน หรือกองทุนต่าง ๆ ซึ่งจะได้มูลค่าแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าการได้ Cash Back ทั่วไป
กระทั่งมีที่ปรึกษาด้านการเงินส่วนตัว (Trusted Financial Advisor) เพื่อดูแลให้คำแนะนำลูกค้าแต่ละคนในรูปแบบ 720 องศา ซึ่งดูแลและส่งมอบชีวิตทางการเงินครบครันไปถึงครอบครัว รวมถึงการจัดโปรแกรมพิเศษ “The Infinite Success Program 2022” หลักสูตรอบรมคอร์สเข้มข้น เน้นเนื้อหาครอบคลุม บริหารทรัพยากรมนุษย์ บริหารต้นทุน นวัตกรรม บริหารการจัดการภายใน และเงินทุน แบบเจาะลึก เพื่อติดอาวุธผู้บริหารรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นทายาทธุรกิจให้สามารถสานต่อธุรกิจให้ยั่งยืนอย่างมืออาชีพ สอดคล้องกับแนวคิดหลักอย่าง Financial Well-being ยกระดับชีวิตทางการเงินลูกค้ากลุ่ม Wealth ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาวรุ่งด้านการบริหารความมั่งคั่ง
อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า ttb reserve เปิดตัวไล่เลี่ยกับการรวมกิจการ นั่นหมายความว่าการดำเนินงานทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน แต่สุดท้ายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยคุณสมบัติของ ttb reserve ที่ยึดโยงโซลูชันทางการเงินที่แตกต่าง ตอบโจทย์ และเติมเต็มความต้องการได้อย่างครอบคลุม ทำให้ลูกค้าคลายความกังวลและมั่นใจที่จะถือครองสินทรัพย์กับทีทีบีต่อไป
ส่งผลให้ ttb reserve ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยหลังการเปิดตัวมีการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล กระทั่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็ได้มีสอบถามถึงบัตรเครดิต ttb reserve ด้วยตัวเอง ทำให้ตัวเลขของผู้ถือครองบัตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับรางวัล “Best Wealth Manager, Thailand-Rising Star” ดาวรุ่ง “ด้านการบริหารความมั่งคั่ง” จากเวที The Asset Triple A Private Capital Awards 2022 ที่เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ ttb reserve ไปอีกขั้น
“เสียงตอบรับจากกลุ่มลูกค้าถือเป็นบันไดขั้นแรกของความสำเร็จที่ทีมงานของทีทีบีภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้ และการได้รับรางวัล “Best Wealth Manager, Thailand-Rising Star” นอกจากเป็นตัวการันตีศักยภาพของเราแล้ว ยังเป็นการประกาศว่าวันนี้ ทีทีบี ได้ลงมารุกในตลาด Wealth อย่างจริงจัง ที่สำคัญรางวัลนี้เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ว่า แนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางนั้นถูกต้องและถูกทาง”
ทั้งหมดนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทีม ttb reserve ที่ศึกษาอินไซต์ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง คิดโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ด้วยฟังก์ชันของบัตร ttb reserve ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของธนาคาร จึงต้องอาศัยการทำงานแบบข้ามสายงาน ทั้งด้าน เงินฝาก ประกัน กองทุน รวมไปถึงหน่วยงานหลังบ้านที่ต้องทำงานให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกมิติให้กับลูกค้า
“ในปีหน้านอกเหนือจากประกันชีวิตและกองทุนรวมแล้ว ttb reserve จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนเพื่อให้ลูกค้าสามารถที่จะถือครองได้มากขึ้น มีโอกาสสร้างการเติบโตผ่าน Passive Income รวมถึงการวางแผนการใช้จ่ายด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เรามองว่าทีทีบีสามารถเข้าไปเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาและตอบโจทย์ลูกค้าในด้านต่าง ๆ ได้มากกว่านี้ ทำให้เรายังคงศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ ณัฐวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
–
