เครื่องล้างจาน ดีไม่ดีไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตลาดนี้ถึงจะเล็กแต่พริกขี้หนู

ตลาดเครื่องล้างจานและเครื่องอบผ้าในไทย ในวันนี้ยังเป็นตลาดที่เล็ก แต่เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง

การเติบโตของสองตลาดนี้เห็นได้เด่นชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ตลาดเครื่องล้างจานเติบโตอย่างน่าสนใจมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด ที่เปลี่ยนพฤคิกรรมผู้บริโภคให้เห็นถึงความสะอาดจากใช้เครื่องล้างจาน แทนการล้างมือ

เนื่องจากเครื่องล้างจานส่วนใหญ่ใช้แรงดันน้ำและความร้อนในการล้างเศษอาหาร พร้อมกับฟังก์ชั่นอบแห้งในตัว

และยังประหยัดน้ำ และประหยัดเวลา จากการล้างจานที่มากกว่าการล้างด้วยมือ

จากข้อดีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มมีประสบการณ์กับเครื่องล้างจานมากขึ้น จนรีวิวแนะนำบุคคลอื่นๆ ในโลกโซเชียลจนคล้อยตามและหาซื้อมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในครัวเรือน

ปัจจุบันตลาดเครื่องล้างจานมีมูลค่า 200 ล้านบาท ยังเป็นตลาดที่เล็ก แต่มีประสิทธิภาพการเติบโตที่สูง ด้วยการเติบโตถึง 35% ในช่วง ตุลาคม 2564-กันยายน 2565 เมื่อเทียบกับตุลาคม 2563-กันยายน 2564

และยังเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสอีกมาก เนื่องจาก Penetration Rate ของตลาดนี้ยังมีเพียง 2% จากครัวเรือนทั้งหมด

การแข่งขันของตลาดนี้แม้เราจะไม่เห็นแบรนด์ออกมาโฆษณาในระดับแมสที่เด่นชัด แต่มีการแข่งขันจากแบรนด์ต่างๆ ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เช่น Bosch Beko Electrolux Hafele SMEG Xiaomi Toshiba Panasonic LG Samsung และอื่นๆ

ด้วยการนำเครื่องล้างจานหลากรุ่นหลายราคาและขนาดให้ผู้บริโภคเป็นตัวเลือกตาม Positioning ของแต่ละแบรนด์

ซึ่งในปัจจุบันความท้าทายของตลาดนี้คือบางครัวเรือนมีพื้นที่ที่จำกัดที่ไม่สามารถวางเครื่องล้างจานที่มีขนาดใหญ่ได้ แต่เมื่อใช้เครื่องขนาดเล็กอาจเกินไปอาจไม่ตอบโจทย์การล้างจานครั้งละมากๆ เนื่องจากการล้างจานผ่านเครื่องใช้เวลาในการล้างค่อนข้างนาน

รวมถึงราคาของผงล้างจาน และน้ำยาล้างจานสำหรับเครื่องโดยเฉพาะที่มีราคาค่อยข้างสูงเมื่อเทียบกับน้ำยาล้างจานทั่วๆ ไป

และอาจจะทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงลังเลที่จะซื้อเครื่องล้างจานมาใช้ในครัวเรือน และเลือกที่จะล้างจานด้วยมือเช่นเดิม

ในส่วนของเครื่องอบผ้าเป็นตลาดที่มีนัยยะการเติบโตที่สำคัญจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึง PM2.5 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และผู้บริโภคบางกลุ่มเริ่มให้ความสำคัญกับความสะอาดและมองว่าการตากผ้าแบบเดิมๆ จะมาพร้อมกับฝุ่นที่มากับอากาศ

และทำให้เริ่มมองหาเครื่องอบผ้ามาใช้งานมากขึ้น ซึ่งการมองหาเครื่องอบผ้า ส่วนหนึ่งมาจากการป้ายยาของผู้มีประสบการณ์การใช้งานในโลกโซเชียลเช่นกัน

 

ในปัจจุบันตลาดเครื่องซักผ้ามีมูลค่า 600 ล้านบาท เป็นตลาดหนึ่งที่มีการเติบโตมากถึง 33% และเชื่อว่าจะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีหน้า

เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังมี Penetration Rate ที่ต่ำเพียง 17% เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่จะซื้อเครื่องซักผ้ามาใช้

งานก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องอบผ้าเป็นไอเท่มเสริมในอนาคต

ในตลาดเครื่องอบผ้า Beko ให้ข้อมูลว่าตลาดนี้มี Electrolux เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25% ส่วน Beko ส่วนแบ่งตลาด 20%

ซึ่งตลาดเครื่องอบผ้านอกเหนือจากการแข่งขันกับแบรนด์เครื่องอบผ้าด้วยกัน ยังมีการแข่งขันกับเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในรูปแบบ 2in1 ในเครื่องเดียวกัน จากผู้บริโภคบางคนมองว่าเครื่อง 2in1 ประหยัดพื้นที่ และสามารถซักอบได้ภายในเครื่องเดียว

และตลาดเครื่องอบผ้าในประเทศไทยยังมีการพัฒนาสินค้าในรูปแบบ Tower ที่มีทั้งเครื่องซักผ้าอยู่ด้านล่าง และเครื่องอบผ้าต่อขึ้นไปในรูปแบบ Tower อย่างเช่นของ LG ดึงดูดให้ผู้บริโภคที่คิดจะซื้อเครื่องอบผ้าเปลี่ยนเครื่องซักผ้าใหม่ไปในตัว เป็นต้น

โดยเครื่องซักผ้ามี Penetration Rate ถึง 69% และมีมูลค่า 15,700 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี ตลาด เครื่องล้างจาน และเครื่องอบผ้านับเป็นตลาดที่น่าจับตามองจากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก Penetration Rate ที่ต่ำ และเป็นการเติบโตที่มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อย่างเช่น

ตู้เย็นมีการเติบโตลดลง 2% เนื่องจาก Penetration Rate 91% ในปัจจุบันมีมูลค่าตลาด  18,600 ล้านบาท

หรือแม้แต่ตลาดแอร์ที่มีมูลค่า 29,000 ล้านบาท แต่เติบโตเพียง 1.3% ด้วย Penetration Rate 30%

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน