อาร์เอส คือชื่อของยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจเพลง  ชื่อนี้เคยสร้างความยิ่งใหญ่และกลายเป็นตำนานของวงการเพลงมาทุกยุคทุกสมัย

เป็นเวลากว่า 40 ปี ที่อาร์เอสใช้เวลาสะสมไมล์ จนกลายมาเป็นเเนวหน้าของวงการเอนเตอร์เทนเมนต์  โดยมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจตู้เพลงและการอัดเพลงจากแผ่นเสียงลงตลับเทป ในปี 2519  ภายใต้ชื่อเเบรนด์สมัยนั้นคือ “ดอกกุหลาบ” ก่อนจะตั้งเป็นบริษัทชื่อ Rose Sound ขึ้น ด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท

จนเมื่อปี 2525 จึงได้เปลี่ยนธุรกิจมาสู่บริษัทเพลง เพื่อเน้นตลาดวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “อาร์.เอส.ซาวน์.”  ศิลปินวงแรก ได้แก่ อินทนิน  คีรีบูน  ฟรุตตี้  ซิกเซ้นต์ บรั่นดี และเรนโบว์

ชื่อของศิลปินข้างต้นโด่งดังเป็นพลุเเตกในสมัยนั้น  ส่งผลให้ค่ายเพลงอาร์.เอส.ซาวน์. ได้รับความนิยมสูงเป็นประวัติการณ์

หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชื่อเป็น “อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด”  เเละกระโดดเข้าสายวิทยุ รายการโทรทัศน์  ละครทีวี รวมถึงภาพยนตร์ด้วย

พอถูกดิจิทัลดิสรัปชันก็เปลี่ยนไปลุยธุรกิจคอมเมิร์ซ ซึ่งก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่บริษัท ทำให้อาร์เอสอีกขาธุรกิจหนึ่งก็เป็นบริษัทเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทรีแบรนด์ “ช้อป 1781” เป็น “อาร์เอส มอลล์” และเปลี่ยนหมวดธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ จาก “สื่อและสิ่งพิมพ์” เป็น “พาณิชย์” ก่อนที่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะปรับแบรนด์ใหม่สู่การเป็น “อาร์เอส กรุ๊ป”

โครงสร้างของธุรกิจ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)

มีนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ถือหุ้นสัดส่วน 23.74%  นายโสรัตน์ วณิชวรากิจ 10.08% เเละธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 5.18%

ปัจจุบันอาร์เอส ดำเนินธุรกิจหลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง และอื่น ๆ

1. ธุรกิจพาณิชย์

ทำรายได้สูงสุดแก่บริษัท  ดำเนินธุรกิจภายใต้บริษัท อาร์เอส มอลล์ จำกัด และบริษัท อาร์เอส ลิฟเวลล์ จำกัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เครื่องใช้ส่วนตัวและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ตลอดจนแก็ดเจ็ตต่าง ๆ  ภายใต้เเบรนด์ well u,  Vitanature, CAMU C, Lifemate จำหน่ายผ่าน อาร์เอส มอลล์

2. ธุรกิจสื่อ

ประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 และสื่อวิทยุ ได้แก่ บริษัท คูลลิซึ่ม จำกัด เเบ่งเป็น COOLfahrenheit (ธุรกิจคลื่นเพลง), COOLive (ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์), COOLanything (ธุรกิจคอมเมิร์ซ)

3. ธุรกิจเพลง

RS Music เป็นชื่อเรียกของธุรกิจเพลงส่วนกลางในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในค่ายย่อย ที่แยกตัวออกไปในช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงปี 2547 แต่สุดท้ายก็กลับมายุบรวมเข้าด้วยกัน เเละใช้ชื่อ อาร์เอส มิวสิก เป็นชื่อกลางสำหรับหน่วยธุรกิจ

RS Music ถือเป็นธุรกิจในดีเอ็นเอของอาร์เอส เเม้จะผ่านการดิสรัปชันมาหลายต่อหลายครั้ง เเต่เมื่อตั้งตัวหลังผ่านวิกฤตมาได้ เเม้มีรายได้ไม่หวือหวา เเต่ก็สร้างกำไรสม่ำเสมอ อีกทั้งหลังเข้าสู่ยุคสตรีมมิ่ง รายได้จากช่องทางดิจิทัลเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ยุค Digital Disruption ที่มีผลต่อการขายเพลง

ในยุคเเรกอาร์เอสเริ่มด้วยการขายเทป ซีดี เเน่นอนว่าด้วยอายุธุรกิจที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยย่อมต้องผ่านการดิสรัปชันมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในยุคการขายเทปสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำเเก่บริษัท

เเต่เมื่อเข้าสู่ยุคสตรีมมิ่ง Physical หมดเวลา เเละ Digital เข้ามาเเทนที่ ทั้ง MP3, iPod และสตรีมมิ่ง อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกต่างก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ส่งผลให้ธุรกิจเพลงขาดทุน จนต้องลดสเกลลง เเละขายโรงงานซีดีทิ้ง

เเต่เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มองว่า การเกิดดิสรัปชันในตอนนั้น เป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้บริษัททรานส์ฟอร์มเติบโตกับสิ่งใหม่ ๆ ลองก้าวเข้าไปในธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เเค่เพลง จนกระทั่งได้ต่อยอดมาเป็นขาธุรกิจเสริมแกร่งให้กับอาร์เอสอย่างเช่นทุกวันนี้

ตอนนั้นอาร์เอสคือผู้บุกเบิกในการเปลี่ยนหน้าจอบอกเวลามาขายสินค้าเเทน ทำให้ผู้ชมกับลูกค้าเป็นคนเดียวกัน เมื่อเห็นโอกาสก็กระโดเข้าสู่คอมเมิร์ซ จัดตั้งบริษัทผลิตสินค้าของตัวเอง รวมถึงสร้างแพลตฟอร์ม RS Mall ไว้จำหน่ายสินค้าความงามและสุขภาพ สร้าง New S-curve แก่อาร์เอส กรุ๊ป เติบโตในมิติใหม่ภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘Entertainmerce’

“น้ำขึ้นให้รีบตัก โอกาสมาต้องรีบคว้า”

การเติบโตของเเพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเเละรายได้จากเพลงในระบบดิจิทัล บริษัทจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ กลับมาลุยเส้นทางเดิมที่เป็นรากเหง้าของอาร์เอส ปีนี้จึงประกาศหวนคืนธุรกิจเพลง เป็นความเคลื่อนไหวใหญ่ในรอบหลายปี

เฮียฮ้อกล่าวเสริมว่า ธุรกิจเพลงคือน่านน้ำที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่เเล้ว อีกทั้งผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย การกลับมาครั้งนี้ได้จับมือพาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ ซึ่งจะเข้ามาช่วยสร้างรายได้กับบริษัท

ดำเนินงานอยู่ภายใต้ 3 ค่ายเพลง คือ RSIAM, kamikaze และ RoseSound

ผ่านกลยุทธ์ลุยตลาดเพลงด้วย RS Homecoming ดึงศิลปินเก่ากลับมา อาจได้เห็นศิลปินในอดีตที่หลายท่านเคยชื่นชอบ กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง และ RS Newcomers สร้างศิลปินใหม่ออกสู่ตลาด

โดยทั่วไปรายได้ของ RS Music จะมาจาก 3 ทาง ได้แก่ อีเวนต์และโชว์บิซ  รวมถึงการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หรือพรีเซนเตอร์ของศิลปินในสังกัด  ยอดการฟังเพลงบนระบบดิจิทัล บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ อาทิ JOOX, Apple Music, Spotify, YouTube, Facebook, AIS play

รายได้จากการดาวน์โหลดเพลง เสียงเรียกเข้า เสียงรอสายโทรศัพท์  รวมถึงรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์เพลง โดยบริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด

โอกาสที่มาพร้อมการเเข่งขันระดับ Worldwide

หลังจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา กระแสสตรีมมิ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการ Work from home ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลกับผู้บริโภคมากขึ้น  หลายคนหันมาฟังเพลงดูหนังบนช่องทางออนไลน์ ทำให้ธุรกิจที่มีคอนเทนต์ในมือได้เปรียบในช่วงนั้น  เพราะสามารถนำไปสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผ่านตัวกลางไม่กี่อย่าง ต้นทุนก็ถูกลงอีก

อย่างไรก็ตาม ความอิสระไร้พรมแดนของเเพลตฟอร์ม อีกด้านก็ทำให้การเเข่งขันมีความยากไปอีกระดับ คอนเทนต์ไทยไม่ได้เเข่งกันเองเเค่ในไทย เเต่ต้องรับมือกับกระเเสเพลงจากหลากหลายประเทศ

ต้องรอดูต่อไปว่าการกลับมาของ RS Music กับการจับมือร่วมกับพาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ ที่ยังคงเป็นความลับ จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการเพลงไปในทิศทางใด จะได้เห็นศิลปินในดวงใจของท่านกลับมาเดบิวต์ใหม่ หรืออาจเห็น T-Pop ดังไกลในตลาดอินเตอร์หรือไม่ ทั้งนี้ คงต้องติดตามรอกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

 

RS กลับสู่ธุรกิจรากเหง้า  ในวันที่หวนมาทำเพลง 2519

เริ่มต้นRS เป็นธุรกิจตู้เพลง  อัดเพลงลงตลับเทป ตรา “ดอกกุหลาบ” ก่อนเปลี่ยนเป็น Rose Sound

2547

ก่อตั้งบริษัท อาร์เอส มิวสิก จำกัด

1 ใน 11 ค่ายเพลงย่อย ของอาร์เอส

ศิลปินเบอร์แรก นอยซ์ (Noize)

 

2548

แจ้งเกิดวง “แอม ฟายน์”

2550

เปิด KamiKaze ค่ายเพลงย่อยในสังกัดอาร์เอส

: โฟร์มด, K-OTIC, หวาย, 3.2.1, เฟย์-ฟาง-แก้ว

 

2551

ธุรกิจเพลงขาดทุน ขายโรงงานซีดีทิ้ง

 

 

2560

ประกาศปิดค่ายเพลง KamiKaze

2563

ปรับแบรนด์ใหม่เป็น “อาร์เอส กรุ๊ป”

2566

คัมเเบ็กธุรกิจเพลง ภายใต้ค่าย RSIAM, kamikaze, RoseSound และ โฟร์ท แอปเปิ้ล

รายได้ธุรกิจเพลง
ปี 2563 ปี 2564
รายได้ 244 ลบ. 231 ลบ.

ข้อมูล: Marketeer รวบรวม, RS Group, wiki-data

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน