Lei Jun : Convergent Tech Tycoon

แม้ถูกสบประมาทจาก Jonathan Ive ดีไซเนอร์ใหญ่ของ Apple Inc. ว่า Xiaomi เป็นได้แค่ “ของปลอมทำเหมือน” แต่ด้วยยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลกในปีที่ผ่านมา เป็นรองแค่ Samsung และ iPhone ก็ทำให้ Smartphone สัญชาติจีนแบรนด์นี้ไม่ใช่แค่ไม้ประดับอีกต่อไป โดยผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือ Lei Jun ประธานและ CEO ผู้มีวิสัยทัศน์ถึงการเชื่อมโยงสรรพเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น

Lei Jun เกิดวันที่ 16 ธันวาคม 1969 ในเมืองชิงเต่า มณฑลหูเป่ย จบมัธยมจากโรงเรียนเหมียนหยาง โดยความหลงใหลในคอมพิวเตอร์จึงตัดสินใจศึกษาต่อด้านวิศวะคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยหวู่ฮั่น สถานศึกษาแห่งแรกของจีนที่การเรียนการสอนด้านนี้

ปี 1992 เริ่มชีวิตวัยทำงานกับ Kingsoft บริษัท Software ด้วยตำแหน่งวิศวกร ผลของการทำงานหนักทำให้อีก 6 ปีต่อมาได้เลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริษัทและ CEO

ปี 2000 ผู้บริหารคนเก่งของ Kingsoft ต่อยอดธุรกิจด้วยการก่อตั้ง joyo.com ร้านหนังสือออนไลน์ ซึ่งปี 2004 ถูก Amazon ยักษ์ใหญ่ในกิจการเดียวกันซื้อไปด้วยเงิน 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2,400 ล้านบาท)

แต่ความเหนื่อยล้าจากการผลักดันองค์กรหลังพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้สำเร็จ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจลาออกจาก Kingsoft ในอีก 3 ปีถัดมา ทว่าพักอยู่เพียงปีเดียวก็กลับสู่แวดวงเทคโนโลยีอีกครั้งด้วยการเป็นประธานของ UcWeb บริษัท Mobile Internet

หลังโบกมือลา UcWeb ในปี 2010 Richard Liu ประธานกลุ่มทุน Morningside Group ที่รู้จักกับ Lei มานานก็กระตุ้นเขากลับสู่แวดวงเทคโนโลยีอีกครั้ง ซึ่งต่อยอดไปสู่วงสนทนาอีกหลายคืนในหมู่เพื่อนและก่อตัวเป็นมวลความคิดว่าด้วย Smartphone ที่ “ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการสื่อสารกับลูกค้าผ่าน Social Media เพื่อให้ได้สินค้าตรงตามความต้องการ ประหยัดงบโฆษณา เลี่ยงการถูกตัดราคาจากพ่อค้าคนกลางและการสต็อกสินค้า” ซึ่งต่อมามีการโหมโรงผ่านสื่อด้วย MIUI ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface) บนระบบปฏิบัติการ Android

Xiaomi

เบอร์ 1 แดนมังกร

ปี 2011 “โทรศัพท์อัจฉริยะ” สัญชาติจีนแบรนด์ใหม่ที่สเป็คสูง แต่ราคาเข้าถึงได้จากหัวคิดของ Lei กับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 7 คนรุ่นแรกก็ออกสู่ตลาด ซึ่งผู้บริโภคในบ้านเกิดก็ตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ปรากฏการณ์สินค้าหมดหลังเปิดขายผ่านเว็บไซต์ไม่นานและยอดขายเพิ่มขึ้นทุกครั้งในรุ่นต่อๆ มาเป็นเรื่องปกติ จนปี 2014 ทำยอดขายในจีน 421 ล้านเครื่อง และขึ้นครองบัลลังก์ Smartphone ยอดขายสูงสุดของแดนมังกร

www.igyaan.in

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มหาเศรษฐีพ่อลูกมีทรัพย์สินในครอบครอง 13,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 432,000 ล้านบาท) ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เชื่อมั่นว่า ปี 2015 Xiaomi จะทำยอดขายได้ถึง 100,000 ล้านหยวน (ราว 512,000 ล้านบาท) สวนทางกับเศรษฐกิจจีนซึ่งอยู่ในช่วงขาลง

โดยอีก 10 ปีข้างหน้าเจ้าตัวมองไกลถึงการพาแบรนด์ซึ่งชื่อหมายถึงข้าวเม็ดเล็กในภาษาจีนกลางเป็นแบรนด์ Smartphone ที่มียอดขายสูงสุดของโลก

กูรูเทคโนโลยีคาดกันว่า Lei คงไม่หยุดแค่วงการ Smartphone โดยจากแบรนด์ลูกอีกมากมายกว่า 20 แบรนด์ในปัจจุบัน ตั้งแต่ สายรัดข้อมือ เครื่องวัดความดันเลือด เครื่องฟอกอากาศ กล้องสำหรับถ่ายกิจกรรมความเคลื่อนไหวสูง Set Top Box ระบบเก็บข้อมูล
บน Cloud ไปจนถึงโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า อาจทำให้ในอนาคตเขาผลักดัน Xiaomi จนกลายเป็นแบรนด์ Lifestyle รองรับเทรนด์ Internet of Thing ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างสามารถสื่อสารกันเองผ่านสัญญานอินเทอร์เน็ตและควบคุมด้วย Smartphone

ส่วนข้อครหาเรื่องการเป็น Steve Jobs เวอร์ชั่นจีนนั้น เป็นสิ่งที่ Lei เบื่อที่จะตอบและดูให้ดีแล้วก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเมื่อนำผลงานที่ผ่านมาผนวกรวมเข้ากับโครงการในอนาคตต้องบอกว่า หนุ่มใหญ่วัย 45 ปีผู้นี้มีส่วนผสมของ Tech Icon ชาวตะวันตกชื่อดังหลายคน อาทิ Jobs (Apple Inc.), Bill Gate (Microsoft), Jeff Bezos (Amazon), Marc Andreessen (Netscape) และ Elon Musk (Tesla) อยู่ในตัว

เรื่อง:ศิวโรจน์ สายแวว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer