เซ็นทรัลพัฒนา เดินเครื่องรับสัญญาณบวกการท่องเที่ยว ผนึก ททท. ส่งแคมเปญ “เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี” ดันการท่องเที่ยวเมืองรอง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ทุ่มงบสนับสนุน 400 ล้านบาทต่อปี นำร่องเฟสเเรกใน 4 จังหวัดเมืองรอง
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้า ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชูกลยุทธ์ “Sustainable Tourism Ecosystem” เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้ากับชุมชน โดยใช้แคมเปญ “เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี” (GO LOCAL, LOVE LOCAL) กระตุ้นการท่องเที่ยว ผลักดันรายได้อุตสาหกรรมให้เป็นไปตามเป้า 8 แสนล้านบาท
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า แม้ในภาพรวมขณะนี้เม็ดเงินของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาได้เท่าช่วงก่อนโควิด ซึ่งช่วงพีกสูงสุดของอุตสาหกรรม สร้างรายได้ไปมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งการท่องเที่ยวคาดการณ์รายได้ในครึ่งปีหลัง จะสามารถกลับมาได้ 80% ของช่วงก่อนโควิด
การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรม Sustainable Tourism Goals หรือ STGs ด้วยการจับมือหน่วยงานพันธมิตร เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ไม่น้อยกว่า 135 ล้านคนต่อครั้ง ขยายวงจรรายได้จากการท่องเที่ยวให้กระจายสู่คนตัวเล็ก ชาวบ้าน ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการชุมชน ร้านค้า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า
ทั้งนี้ จะช่วยปรับเพิ่มรายได้จากกลุ่มเมืองรอง เดิมที่อยู่ในระดับเมืองหลัก 90% เมืองรอง 10% จะสามารถกลายเป็น 80% / 20% ให้ได้ในปีนี้
ด้าน ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า การขยายธุรกิจโดยส่งเสริม Local Wealth, Local Essence & Local Tourism เพื่อกระจายรายได้ให้ธุรกิจระดับชุมชนดำรงอยู่ได้ สร้าง Pride of Local Citizens ให้เกิดการต่อยอดพัฒนาธุรกิจตั้งเเต่ระดับครอบครัว สร้างความเเข็งแรงให้ระบบเศรษฐกิจในจังหวัดได้อย่างยั่งยืน จะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจ
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมีสาขามากกว่า 18 สาขา ในจังหวัดท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง การช่วยเติมเต็มภาคท่องเที่ยว จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขี้น ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ธุรกิจน้อยใหญ่ก็สามารถอยู่ได้
โดยได้วางแผนสนับสนุนด้าน Community Development and Local Wealth จำนวน 400 ล้านบาทต่อปี
ชูกลยุทธ์ “Sustainable Tourism Ecosystem” ผ่านการใช้ 3 แนวคิด
1) Retail-Led Tourism : วางศูนย์การค้าเป็นเดสทิเนชัน พร้อมขยายธุรกิจโรงแรมครอบคลุม 27 จังหวัดใน 5 ปี ซึ่งจะช่วยเติมเต็ม Tourism Ecosystem ของท้องถิ่น Connect the dot เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
2) Cross-Region Model: ส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามถิ่นข้ามภาค โดยใช้เครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลในการโปรโมต สร้างมูลค่าเพิ่ม High Value กระตุ้นนักท่องเที่ยวให้มีการใช้จ่ายต่อทริปมากขึ้น กระจายรายได้สู่ชุมชน
สอดรับกับแผนในอีก 5 ปีข้างหน้า (2023-2027) ของ CPN ที่จะมีศูนย์การค้าเพิ่มครบ 50 แห่ง และโรงเเรม 37 แห่ง
โดย CPN จะร่วมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวกับชุมชน รองรับเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ ๆ อาทิ ‘Sustain to Regain’ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น เข้าถึงธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ใส่ใจและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตลอดจนเทรนด์ ‘Work from Anywhere’ การท่องเที่ยวพร้อมการทำงาน เปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน
3) National Soft Power : โดยที่ทางศูนย์การค้าเซ็นทรัล จะร่วมนำเอาจุด Landmark Attractions ของจังหวัด มาสร้างสรรค์ออกแบบโครงการ ช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวจังหวัด สอดรับนโยบาย Soft Power 5F ของ ททท. (Food, Fashion, Fight, Festival และ Film)
นอกจากนั้น ยังวางแผนสร้าง Signatures Events ที่สอดคล้องกับประเพณี อีกทั้งนำอีเวนต์กลุ่มแมสกระจายไปตามสาขาอื่น อาทิ Global Festivals: สงกรานต์ (ปั้นสงกรานต์ไทยโด่งดังทั่วโลก), Pride Month (ดันไทยเป็นเดสทิเนชันจัดงาน World Pride 2028), เคาท์ดาวน์ – เซ็นทรัลเวิลด์ Times Square of Asia
ส่วนงาน Local Signatures จะเริ่มจากนำเอาเอกลักษณ์ประจำจังหวัด เช่น งานเทศกาลทุเรียน, งานกินปู, เทศกาลสีสันกาสะลอง เชียงราย, Pattaya Bikini Run, Samui Neon Run
โดยจะนำร่องเฟสแรกใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, อยุธยา, อุบลราชธานี และจันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมาก ตัวเลขประมาณการด้านการท่องเที่ยวใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ อุบลราชธานี จำนวน visitor 630,500 คนต่อครั้ง อัตราการเข้าพัก 57% รายได้หมุนเวียน 1,700 ล้านบาท
, จังหวัดอยุธยา จำนวน visitor 3.2 ล้านคน อัตราการเข้าพัก 70% รายได้หมุนเวียน 7,700 ล้านบาท, จันทบุรี จำนวน visitor 2.1 ล้าน อัตราการเข้าพัก 58% รายได้หมุนเวียน 7.8 พันล้าน ขณะที่นครศรีธรรมราช จำนวน visitor 1.6 ล้านคนต่อครั้ง อัตราการเข้าพัก 71% รายได้หมุนเวียน 6.7 พันล้านบาท
–



