“โรงพยาบาลเอกชน” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างมีในนัยหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา โดยภาพรวมรายได้ของธุรกิจในปี 2565 ที่ผ่านมา มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวที่เด่นชัดขึ้นของ Medical Tourism
Marketeer พาทุกท่านไปเจาะลึกถึงธุรกิจของ “บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” หรือ PHG ผู้ให้บริการทางการแพทย์ชั้นนำ ภายใต้โรงพยาบาลจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของตลาด จากกลยุทธ์การขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารของ คุณรณชิต แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ทศวรรษ
จุดเริ่มต้นของ PHG ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 ในนาม “บริษัท ปทุมรักษ์ จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 9 ล้านบาท โดยมีกลุ่มผู้ถือหุ้นร่วมก่อตั้งได้แก่ 1) กลุ่มครอบครัวแย้มสอาด 2) กลุ่มครอบครัวตระกูลช่าง 3) กลุ่มครอบครัวฮันตระกูล และ 4) กลุ่มแพทย์ท่านอื่น ๆ เพื่อประกอบกิจการสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลแพทย์รังสิต” และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2529 ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานี มีจำนวนเตียงจดทะเบียนทั้งหมด 30 เตียง
หนึ่งใน Turning Point คือ ในปี 2538 โรงพยาบาลแพทย์รังสิตได้ เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้ประกันตนโดยประมาณ 50,000 คน และได้เพิ่มจำนวนเตียงจดทะเบียนเป็น 155 เตียง ในปี 2540 รวมถึงต่อมา ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (Hospital Accreditation: HA) โดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) (สรพ.) ในปี 2553 ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนถึงคุณภาพในการรักษาและยกระดับความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างมาก

คุณรณชิตเล่าว่า จากการเติบโตอย่างมีนัยจึงได้มีแผนสร้างอาคารใหม่และเริ่มขยายโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จนกระทั่งได้เปิดให้บริการ “โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต” ในปี 2554 มีจำนวนเตียงจดทะเบียน 56 เตียง พร้อมยกระดับการดูแลรักษาจน ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (Hospital Accreditation; HA) ชั้นที่ 3 โดย สรพ. ในปี 2557 และในปี 2562 ได้เปิดให้บริการ “โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2” จำนวนเตียงจดทะเบียน 59 เตียง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้ใช้บริการสิทธิทั่วไป เช่นลูกค้าเงินสด ลูกค้าสิทธิประกันสุขภาพ รวมถึงลูกค้าที่เป็นพนักงานของบริษัทคู่สัญญา กระทั่งปัจจุบัน “โรงพยาบาลแพทย์รังสิต” มีจำนวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนโดยประมาณเกือบ 156,000 คน
“ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ประกอบไปด้วย โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไปและเฉพาะทาง โดยเน้นกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ และ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 โรงพยาบาลทั่วไปขนาดกลาง ให้บริการทางการแพทย์ทั่วไปและเฉพาะทาง โดยเน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไป และ โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็ก โรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดกลาง ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางแก่ผู้ตั้งครรภ์ มารดาและบุตรโดยเน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไป ทั้ง 3 โรงพยาบาลมีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวมทั้งหมด 270 เตียงและต่างดำเนินการเกื้อหนุน เสริมซึ่งกันและกันในภาพรวม”
ทั้งนี้ ผู้บริหาร PHG ได้เสริมว่า หากพิจารณาจากจำนวนเตียงการให้บริการของแต่ละโรงพยาบาลเอกชนในละแวกเดียวกัน กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตถือว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มี Capacity ในการให้บริการมากที่สุด

มาตรฐานระดับสูงครอบคลุม 18 สาขาทางการแพทย์
พร้อมศูนย์หัวใจให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตเป็นโรงพยาบาลในด้านศูนย์หัวใจที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้บริการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาอย่างครอบคลุมครบวงจรทั้งหมด 18 สาขาทางการแพทย์ อาทิ สูตินรีเวช ศัลยกรรม อายุรกรรม เด็ก รวมถึงเฉพาะทางตา หู คอ จมูก (EENT) ทันตกรรม และกายภาพ เป็นต้น
โดยเฉพาะศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมงที่มีศักยภาพในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด (Open Heart Surgery) และถือเป็น โรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวใน สปสช. เขต 4 (ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี และนครนายก) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน ระดับ 1 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
“เราเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อ และเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวใน สปสช. เขต 4 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์หัวใจระดับหนึ่ง ดังนั้น การรักษาโรคหัวใจของโรงพยาบาลทั้งหมดใน 8 จังหวัดของเขตนี้ จะสิ้นสุดที่เรา ซึ่งศูนย์หัวใจของแพทย์รังสิตสามารถให้บริการทั้ง Cathlab และการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด หรือ Open Heart Surgery ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
โดยกลุ่มลูกค้าหลัก จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย
- กลุ่มลูกค้าทั่วไป ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าประกัน และกลุ่มลูกค้าทั่วไปอื่น ๆ
- กลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มลูกค้าตามโครงการประกันสังคม กลุ่มลูกค้าตามโครงการของ สปสช. และกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ
“กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงพยาบาลในอนาคต ยังคงมุ่งเน้นในความสมดุลของลูกค้าทั้งสองกลุ่มดังที่กล่าวไป อย่างไรก็ดี เราพยายามเน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไปหรือ Self-pay ให้มากขึ้น โดยการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ๆ เช่น กลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งในกลุ่มอาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CLMV) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม CLMV และกลุ่มประเทศอาหรับ (ARAB) ซึ่งข้อได้เปรียบหนึ่งของเราคือใกล้สนามบินนานาชาติดอนเมือง ลงเครื่องแล้วเข้า Check-in ได้ภายใน 10 นาที
รวมถึงการเพิ่มกลุ่มลูกค้าสิทธิร่วมหรือลูกค้า Co-pay ซึ่งได้แก่ กลุ่มลูกค้าประกันสังคมที่มีประกันสุขภาพ หรือกลุ่มลูกค้าประกันสังคมที่มีการใช้สิทธิเงินสดร่วมด้วย โดยในอดีตที่ผ่านมาในช่วง 3 ปี เรามองเห็นอัตราการเติบโตที่ดีของทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพและสิทธิร่วมประกันสุขภาพ
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เราต้องทำให้ได้ คือ Balance การรักษา Balance คุณภาพ และ Balance ทีมแพทย์ให้เหมาะสมและสมดุลกันในทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้ครอบคลุมในทุกมิติ”

ทั้งนี้ ผู้บริหาร PHG ได้เสริมว่า KPIs ของโรงพยาบาลจะมองทั้งจากอัตราการเติบโตของผู้มาใช้บริการทางการแพทย์ โดย IPD และ OPD อยู่ที่ประมาณร้อยละ 83.10 และ ร้อยละ 58.10 ซึ่งอยู่ในระดับที่ดี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของการเข้ารับบริการ (ในปี 2565) อยู่ที่ร้อยละ 18.43 ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้การเติบโตเป็นไปในทางบวกมาจากการให้บริการทางการแพทย์ที่ดี ได้มาตรฐาน สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้จริง ทำให้ได้รับความไว้วางใจทั้งจากคนในพื้นที่ และเขตกรุงเทพฯ ตอนเหนือ นอกจากในแง่ของจำนวนผู้เข้ารับบริการยังมองเห็นการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ที่สูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15% ต่อปี
“เรามีการยกระดับบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนอาคารผู้ป่วย เครื่องมือทางการแพทย์ และอื่น ๆ มากมาย เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริการในทุกมิติ ซึ่งจากการเติบโตในทิศทางบวก และ Feedback จากลูกค้าเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าเราเดินได้ถูกทาง
ข้อได้เปรียบของเราที่ทำให้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ คือเรื่องพิกัดที่ตั้ง เราอยู่ชานเมืองที่พร้อมรองรับลูกค้าทั้ง 8 จังหวัดในเขต 4 รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร และด้วยการที่เราอยู่ฝั่งตะวันออกในส่วนฝั่งซ้ายของปทุมธานี ซึ่งมีอัตราการเติบโตของ Business Area ที่ดี มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย มี Logistic ที่ดีจากถนนที่จะเข้าถึงจากกรุงเทพมหานครหลายเส้น ไม่ว่าจะเป็น วัชรพล วงแหวนฝั่งตะวันออก หรือรถไฟฟ้าก็ตาม ซึ่งทุกอย่างบริเวณนี้ค่อนข้างเอื้อในการเข้าถึงการเข้าบริการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น และมีแนวโน้มที่ปริมาณลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากมาตรฐานการบริการระดับสูงของเรา”
Key Success Factors 6 ด้าน
ขับเคลื่อนองค์กรเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง
เมื่อ Marketeer ถามว่า อะไรคือ Key Success Factors ที่ทำให้ PHG ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในทุกสภาวการณ์ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา คุณรณชิตอธิบายให้ฟังว่า
“Key Success Factors ของเรามีทั้งหมด 6 ด้าน ซึ่งแต่ละส่วนจะมาจากการดำเนินการหลาย ๆ ด้านที่ล้วนสอดประสานกัน ประกอบไปด้วย
- ด้านการรักษา: กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตมีทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีความเฉพาะทางที่จะรักษาโรคซับซ้อนได้ โดยมีแพทย์ครอบคลุมถึง 18 สาขาทางการแพทย์ เรามีแพทย์เฉพาะทาง เช่น ผอ.โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็ก ซึ่งท่านเป็นประธานของศูนย์หัวใจเด็ก มูลนิธิโรคหัวใจเด็กแห่งประเทศไทย มาเป็น Sub-Specialty ด้านหัวใจเด็กให้กับเรา
นอกจากนี้ เรายังเราให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการรักษา และพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญและมีองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในหลาย ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เราสามารถรักษาโรคที่ซับซ้อนได้เยอะขึ้น สามารถตอบสนองลูกค้าหรือความต้องการของท้องที่ได้ทันที โดยไม่ต้องส่งต่อไปที่อื่น ซึ่งเราได้รับการยอมรับจากโรงพยาบาลภาครัฐ ซึ่งอยู่ในจังหวัดพื้นที่เดียวกับเราเป็นอย่างดี
- ด้านการให้บริการ: เราปลูกฝังด้านการบริการให้กับบุคลากรของเราทั้งในส่วนหน้า หรือเคาน์เตอร์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็น Key Contact ที่ต้องพบปะลูกค้า-คนไข้อยู่ตลอดเวลา และในส่วนหลังบ้านอย่างส่วนของออฟฟิศ หรือทีมซัปพอร์ตต่าง ๆ ที่เราจะต้องประสานทั้งหมดให้ลงตัวและไร้รอยต่อ เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับทุกท่าน โดยเราเชื่อว่าการให้บริการที่ใส่ใจในด้านการรักษาของผู้ป่วย เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลมีการใช้บริการจากทั้งคนไข้เก่าและคนไข้ใหม่อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากว่าโรงพยาบาลแพทย์รังสิตมีอัตราจำนวนผู้ประกันตนที่เลือกใช้สิทธิ์กับโรงพยาบาลต่อจำนวนผู้ประกันตนที่ทางโรงพยาบาลลงทะเบียนไว้โดยเฉลี่ยเกินกว่าร้อยละ 98 ในระหว่างปี 2562 – 2565 และเรายังพร้อมที่จะเปิดรับเพิ่มในอนาคตเมื่อมีการขยาย Capacity
- ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก: เราให้ความสำคัญกับทั้งสภาพแวดล้อมด้านนอกโรงพยาบาล และด้านในโรงพยาบาล โดยมีการพัฒนาและยกระดับเสมอ Renovate ทั้งพื้นที่ให้บริการโดยรอบและห้องพักผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกสบายที่สุด เราสร้างทัศนียภาพและภูมิทัศน์ใหม่ให้คนไข้รู้สึกว่ามาใช้บริการแล้วมีความมั่นใจ เพราะเราต้องการที่จะทำให้เห็นว่าเรามีการให้บริการที่มีคุณภาพทุก ๆ ด้านที่เราสามารถจะทำได้
- ด้านการสร้างความคุ้มค่า: นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะคนมีตัวเลือกมากมายที่เลือกจ่ายให้คุ้มกับค่าเงิน เราสร้างมาตรฐานระดับสูงในการรักษาและบริการ เพื่อบอกให้คนทราบว่าโรงพยาบาลชานเมืองคุณก็ได้บริการที่คุ้มค่าและการรักษาเหมือนโรงพยาบาลในเมือง ในขณะเดียวกันกลับจ่ายน้อยลง
เราเป็นโรงพยาบาลที่มองว่าจะให้บริการทางการแพทย์ที่ Affordable และได้มาตรฐาน ดังนั้น ในเรื่องค่ารักษาพยาบาล เราวางราคาอย่างสมเหตุสมผล และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของผู้รับบริการเป็นหลัก (Patient Centric) เห็นได้จากการที่เรา ได้รับรองการเป็น ‘โรงพยาบาลสีเขียว’ ของกระทรวงพาณิชย์ และ ‘สถานพยาบาลในดวงใจ’ จากสำนักงานประกันสังคม
- ด้าน IT: เราลงทุนในส่วนนี้พอสมควร เพราะอยากให้ Innovative เหล่านี้อยู่คู่กันกับการบริการของเรา พยายามที่จะมีการพัฒนาระบบงานของโรงพยาบาลให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยี เพื่อให้การให้บริการของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเราใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวขับเคลื่อนในหลาย ๆ ด้านทั้งในเชิงการแพทย์ การบริหารงาน เช่น เรื่องการวิเคราะห์ของ Data ของผู้ป่วย การพัฒนาระบบงาน Process Improvement ภายใน ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าเราบริหารระบบคิวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และมีการพัฒนาในเรื่องระบบการให้บริการที่ปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมาจากการพัฒนาในส่วนนี้นั่นเอง
- ด้านบุคลากร: ตอนนี้เรามีบุคลากรในส่วนของ Full-time อยู่ประมาณ 1,100 คน ส่วน Part-time ประมาณ 600-700 คน แพทย์ประจำประมาณ 60-70 คน และแพทย์ Part-time ประมาณ 300-400 คน
จากแผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการประกอบธุรกิจอย่าง Sustainable นั้น บุคลากรถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าประสงค์ดังกล่าว ดังนั้น เราจึงลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการพัฒนาบุคลากรทั้งในด้าน Clinical และ Non-Clinical เพื่อเสริมสร้างความรู้ใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการเพิ่มศักยภาพในการทำงานร่วมกันแบบเป็นทีมเวิร์ก เพื่อให้ทำงานแบบไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ทางผู้บริหาร ยังมุ่งเน้นให้พนักงานมีความผูกพันต่อองค์กร ทำงานกันอย่างเป็นครอบครัว ดังนั้น เรามีการสำรวจความพึงพอใจของพนักงานในทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านสวัสดิการและค่าตอบแทน ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อนำมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งที่ผ่านมา แพทย์ส่วนใหญ่จะอยู่กับเรามาค่อนข้างนาน ในขณะเดียวกันเรากำลังได้แพทย์จากโรงเรียนแพทย์เข้ามา Full-Time กับเรามากขึ้นจากศักยภาพของโรงพยาบาลที่มีความมั่นคงในวิชาชีพ และพร้อมพัฒนาไปในทิศทางที่ดี นอกจากนี้ เรายังมีทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาเปลี่ยนโฉมให้กับเรา รวมไปถึงทีมงานใหม่ของคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวที่เข้ามาเป็น Young Staff ของเรา เพื่อจะรองรับลูกค้าในกลุ่ม Segment ใหม่ ๆ มากขึ้น”

ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์
รองรับการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต PHG ได้วางแผนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการทางการแพทย์ รองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ใช้บริการในปัจจุบัน รวมถึงกลุ่มผู้ใช้บริการใหม่ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถ และต่อยอดความเฉพาะทางในการรักษาโรคผู้สูงอายุ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง และโรคทางนรีเวช ให้ครอบคลุมในทุก ๆ Sub-Specialy เพื่อให้สามารถรักษาผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร
“เราตั้งเป้าที่จะมุ่งเน้นในการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ที่เฉพาะทางมากขึ้น เพื่อรองรับการเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิสำหรับ BU อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากหัวใจ โดยมุ่งเน้นที่ 2 กลุ่มใหญ่คือ โรคผู้สูงอายุและโรคทางนรีเวชกรรม ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากการให้บริการทางการแพทย์ปัจจุบัน โดยโรคผู้สูงอายุในปัจจุบันเราสามารถให้บริการด้านไต หัวใจ และขาดการให้บริการด้านมะเร็ง ดังนั้น โครงการในอนาคตจึงมุ่งเน้นในเรื่องนี้มากขึ้น
นอกจากนี้ เรามีการให้บริการโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อให้ Serve Full Stream ของการให้บริการของเด็กและผู้หญิงทุกช่วงวัย เราจึงมุ่งมั่นในการขยายความเฉพาะทางด้านโรคผู้หญิงหรือโรคทางนรีเวชกรรมมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคผู้หญิงแบบ Minimal invasive ไปจนถึง Non-Invasive เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวของผู้ใช้บริการ
จากแผนงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเราเน้นการขยายแบบ Vertical Expansion มากขึ้นในอนาคต เพื่อให้เราสามารถรักษาโรคยาก โรคซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเรามองว่าเป็นประโยชน์กับผู้เข้ารับบริการให้ได้รับการรักษาแบบไร้รอยต่อมากขึ้นนั่นเอง”
เสนอขาย IPO 54 ล้านหุ้น เข้า SET
ระดมทุนยกระดับการบริการในทุกมิติ
ทั้งนี้ บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล หรือไฟลิ่งของ PHG ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทไม่เกิน 54 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็นไม่เกิน 18.00 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลัง IPO โดยมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดธุรกิจบริการ (SERVICE)/การแพทย์ (HELTH) โดยวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการช่วงปี 2566-2569
“การระดมทุนครั้งนี้ เพื่อการยกระดับศักยภาพและประสิทธิภาพการให้บริการ ครอบคลุมไปถึงการรักษาของเรา และอื่น ๆ ในทุกภาคส่วนซึ่งจะเป็นการนำไปสู่ทิศทางการเติบโตที่มั่นคงของธุรกิจเรา
อย่างไรก็ดี เรามีแผนพัฒนาในหลายภาคส่วน เช่น โรงพยาบาลที่ 4 หรือในอาคารแห่งใหม่แห่งที่ 2 ซึ่งเราพัฒนาและเดินหน้าไปก่อนที่จะเข้าไป IPO นอกจากนี้ เรายังมี Land Bank หรือที่ดินรอการพัฒนาอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องไปซื้อแข่งกับใคร เพราะเราลงทุนไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เพิ่มศักยภาพด้านอื่นใส่ลงไปเพื่อต่อยอดในอนาคตอย่างมั่นคงแบบหยั่งรากลึกนั่นเอง”

–
