ในปีที่ผ่านมา (พฤษภาคม 2565-เมษายน 2566 ตลาดกาแฟพร้อมดื่มเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่า 10% ด้วยมูลค่า 10,000 กว่าล้านบาท จากผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟนอกบ้านมากขึ้น

ส่วนตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาจำหน่าย 20 บาทขึ้นไป แม้จะเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนเพียง 3-4% ของตลาดกาแฟพร้อมดื่มทั้งหมด แต่เป็นตลาดที่มีการเติบโตสองหลักในปีที่ผ่านมา

การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากการมีคู่แข่งลงเล่นตลาดเพิ่มขึ้น 3-4 ราย นับตั้งแต่ปลายปี 2564 เช่น เนสกาแฟ และอื่น ๆ ที่ร่วมกันผลักดันตลาด สร้างประสบการณ์การดื่มไปยังผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2566 บอส คอฟฟี่ มองว่าแม้ตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม จะเหลือคู่แข่งน้อยรายลง และมีแบรนด์หลักอย่างบอส คอฟฟี่ น้องใหม่อย่างอเมซอน และอาราบัสอยู่ในตลาด แต่ตลาดนี้ยังมีโอกาสการเติบโตอีกมาก

และบอส คอฟฟี่จะเติบโตไปกับตลาดเพื่อพาตัวเองสู่เบอร์หนึ่งในตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมในปี 2569 เช่นกัน

ที่ผ่านมาบอส คอฟฟี่ มีการเติบโตด้านยอดจำหน่ายมากกว่า 300% ในปี 2565 และในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 มีการเติบโต 120%

การเติบโตที่ก้าวกระโดดนี้มาจากการเพิ่งเข้ามาทำตลาดของบอส คอฟฟี่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2564

ส่วนเป้าหมายทั้งปี ผู้บริหาร ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์บอส คอฟฟี่ คาดหวังว่าจะสามารถสร้างการเติบโต 20-30% เมื่อเทียบกับยอดขายรวมปี 2565

แม้ในตลาดประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดบอส คอฟฟี่ จะเป็นผู้นำตลาดกาแฟพร้อมดื่ม ด้วยกาแฟพร้อมดื่มมากกว่า 300 SKU และมียอดจำหน่ายรวมกันมากกว่าปีละ 24 ล้านลัง

แต่การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมในประเทศไทยของบอส คอฟฟี่ นับว่ามีความท้าทายอยู่ไม่น้อย จากตลาดนี้มีคู่แข่งน้องใหม่ในตลาดชื่อที่ทุกคนรู้จักดีอย่างอเมซอนเข้ามาร่วมแข่งขันในปีนี้ และยังมีอาราบัสคู่แข่งหน้าเก่าที่อยู่ในตลาดนี้มาตั้งแต่ปี 2558

และทั้งสองแบรนด์มีจุดแข็งของตัวเองในการทำตลาดเช่นกัน

ในปีนี้บอส คอฟฟี่ จึงวางกลยุทธ์ปูรากฐานแบรนดิ้ง แบรนด์อเวแนส ประสบการณ์ และยอดจำหน่ายยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายในอนาคตผ่าน 5P ที่สำคัญ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก คนทำงานที่มีความเร่งรีบในแต่ละวัน

ประกอบด้วย

P-Product

บอส คอฟฟี่ วางตัวเองเป็นกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียมจากการสกัดกาแฟสดในรูปแบบ Flash Brew หรือการนำความร้อนสกัดกาแฟและทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการนี้คล้ายกับการดริปออนไอซ์ ของกาแฟสโลว์บาร์

แต่ที่ผ่านมาหลังจากที่บอส คอฟฟี่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย พบว่า กาแฟในรสชาติแบบฉบับญี่ปุ่นมีรสชาติที่ไม่เข้มถูกปากคนไทย

และได้ปรับปรุงรสชาติกาแฟพร้อมดื่ม 3 รสชาติที่มีอยู่ ได้แก่ ลาเต้ แบล็กคอฟฟี่ไม่มีน้ำตาล และอเมริกาโน ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น บนพื้นฐานการทำกาแฟในรูปแบบ Flash Brew เช่นเดิม

พร้อมกับปรับแพ็กเกจใหม่ให้ฉลากมีสีเงิน และสีทองที่มีความโดดเด่นมากขึ้นเมื่ออยู่ในตู้แช่ พร้อมกับขยายคำว่า Flash Brew ซึ่งเป็นจุดขายให้ใหญ่ขึ้นสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเห็นชัด

 

P-Place

ในปีนี้บอส คอฟฟี่เปิดตัวป๊อปอัปสโตร์ บอส คาเฟ่ แห่งแรกในไทย ที่สยามเซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน–31 สิงหาคม 2566 เพื่อจำหน่ายกาแฟขวดบอสคอฟฟี่ที่พัฒนาเป็นกาแฟใส่แก้วเหมือนร้านกาแฟทั่วไปใน 6 เมนู เช่น บอส คอฟฟี่ ยูสุ, บอสคอฟฟี่พีช, บอสคอฟฟี่ เดอร์ตี้ มอคค่า ในราคาแก้วละ 90 บาท

เหตุผลเปิดบอส คาเฟ่ ที่สยามเซ็นเตอร์เพราะเป็นพื้นที่ที่มีแทรฟฟิกจำนวนมาก ที่สามารถสร้างแบรนดิ้ง และแบรนด์อเวเนสให้เพิ่มขึ้นได้

และบอส คอฟฟี่ยังต้องการสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคว่ากาแฟของบอส คอฟฟี่ สามารถพัฒนาเป็นเมนูที่หลากหลายได้มากกว่ากาแฟพร้อมรับประทานบรรจุขวดอีกด้วย

นอกจากนี้ บอส คาเฟ่ยังเป็นหนึ่งในโมเดลต้นแบบที่ บอส คอฟฟี่ต้องการศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดแบรนด์จากกาแฟบรรจุขวดสู่ร้านกาแฟเสิร์ฟถึงผู้บริโภคในปี 2567 ด้วยเช่นกัน

 

P-Partner

เพื่อสร้างความถี่และยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น บอส คอฟฟี่ ได้ร่วมมือกับเซเว่น อีเลฟเว่น จัดเมนู Boss X Ezy Teste จำหน่ายกาแฟพร้อมดื่มบอสคอฟฟี่ร่วมกับแซนด์วิช เป็นเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน–31 สิงหาคม 2566

เหตุผลที่เลือกแซนด์วิชเป็นเมนูที่ทำแคมเปญโปรโมชันร่วมมาจากบอส คอฟฟี่ ต้องการเป็นกาแฟพร้อมดื่มที่เข้าถึงคนทำงานในตอนเช้าที่เร่งรีบ และแซนด์วิชในเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นอาหารเช้าที่มียอดจำหน่ายที่สูง การร่วมมือกับเซเว่นอีเลฟเว่นทำให้บอส คอฟฟี่สามารถเพิ่มโอกาสยอดจำหน่ายไปกับลูกค้าที่สั่งแซนด์วิชรับประทานในตอนเช้าได้

 

P-Presenter

เป็นครั้งแรกที่บอส คอฟฟี่ ใช้พรีเซนเตอร์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อโฆษณาต่าง ๆ รวมถึง TVC โดย เลือก ฌอห์น จินดาโชติ และคู่ดูโอ้วง HYBS เจมส์ อลิน วี และกานต์ กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น

โดยเหตุผลที่เลือกทั้ง 3 เป็นพรีเซนเตอร์มาจากภาพลักษณ์ที่กระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนในทุกวันได้

เพราะทั้งหมดนี้นอกเหนือจากเป้าหมายการเป็นผู้นำในตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียมใน 3 ปีแล้ว บอส คอฟฟี่ ประเทศไทยต้องการเจริญรอยตามบอส คอฟฟี่ ที่ญี่ปุ่น ในฐานะกาแฟที่ผู้บริโภคถือดื่มได้ทุกที่อีกด้วย