จากเรื่องไกลตัว วันนี้ต้องยอมรับว่า เอไอ มีบทบาทในโลกการทำงานสูงมาก ล่าสุดกลายเป็นเกณฑ์ตัดสินความก้าวหน้า รวมถึงอนาคตว่าจะได้ไปต่อในองค์กรหรือไม่

Accenture ที่ปรึกษายักษ์ใหญ่ระดับโลก ประกาศนำ “สถิติการใช้งานเอไอ” มาเป็นดัชนีชี้วัดผลงาน (KPI) หลัก ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการเลื่อนขั้นพนักงาน

สื่ออังกฤษรายงานว่า Accenture เริ่มติดตามข้อมูลการใช้เอไออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มผู้จัดการอาวุโส (Senior Managers) และผู้อำนวยการสมทบ (Associate Directors) ผ่านการตรวจสอบการเข้าระบบ (Log-in) รายสัปดาห์ เพื่อดูการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI Refinery ในงานจริง

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับบริหาร ถือเป็นการกดดันผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงกลุ่ม Gen X และ Baby Boomer ที่คุ้นชินกับวิธีการเดิม ๆ ให้ตระหนักว่าถึงเวลาต้องปรับตัว และไม่อาจใช้ข้ออ้างเดิมเพื่อปฏิเสธเทคโนโลยีได้อีกต่อไป

เกณฑ์วัดใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการทุ่มงบฝึกอบรมด้านเอไอกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,1000 ล้านบาท) ต่อปี ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานผ่านการอบรม Generative AI แล้วกว่า 550,000 คน จากทั้งหมด 780,000 คน

ทางบริษัทยังปรับวัฒนธรรมองค์กรโดยเรียกพนักงานว่า Reinventors พร้อมควบรวมแผนก Strategy, Consulting และ Operations เข้าด้วยกันภายใต้หน่วยงาน Reinvention Services เพื่อขับเคลื่อนทุกมิติด้วยเอไออย่างเบ็ดเสร็จ

จูเลีย สวีต ซีอีโอของ Accenture ระบุต่อนักลงทุนอย่างตรงไปตรงมาว่า พนักงานที่ไม่สามารถปรับทักษะ (Reskill) ให้เข้ากับความต้องการใหม่ของตลาดได้ จะต้องถูกคัดออก

Accenture มองว่าการฝืนเทคโนโลยีคืออุปสรรคต่อการบริการลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจับมือกับ OpenAI และ Anthropic เพื่อนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ ดังนั้นการที่พนักงานระดับอาวุโสต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นความเสี่ยงที่บริษัทจะไม่ยอมรับอีกต่อไป

Accenture ได้สะท้อนเทรนด์ใหญ่ในธุรกิจที่ปรึกษาที่กำลังเร่งสปีดเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็ว การใช้เอไอช่วยงานเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือเขียนโปรแกรม จะช่วยให้องค์กรโยกทรัพยากรบุคคลไปโฟกัสงานสร้างสรรค์หรือการวางกลยุทธ์ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

การบีบให้ระดับบริหารใช้เอไอ จึงเป็นการรับประกันนโยบายองค์กรและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าว่า ทีมบริหารสามารถคุมบังเหียนองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง

Accenture กำลังเดินหน้า Digital Detox ในองค์กรเพื่อกำจัดวิธีการทำงานที่ล้าสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในทางธุรกิจ แม้นโยบายนี้จะถูกวิจารณ์เรื่องความกดดันหรือศัพท์ธุรกิจที่ตึงเครียด

แต่ในมุมของธุรกิจที่เน้น “ความเร็ว” และ “ประสิทธิภาพ” นี่คือความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ทักษะสำคัญในโลกปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงความเชี่ยวชาญเดิมที่มีมานาน แต่คือความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด โดยมีเอไอเป็นองค์ประกอบสำคัญอันดับต้น ๆ นั่นเอง/ theguardian