ธนาคารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่นำเอไอมาใช้มากสุดหลังเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าถึงได้ง่ายและมีพัฒนาการน่าสนใจออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือการปลดพนักงานครั้งใหญ่ โดยสองธนาคารใหญ่ของสิงคโปร์ก็นำเอไอมาใช้เช่นกัน แต่ก็ยืนยันว่าคนยังมีความสำคัญ 

อัลวิน อัง หัวหน้าฝ่ายเอไอองค์กรของ UOB ธนาคารใหญ่อันดับ 3 ของสิงคโปร์หากวัดจากการถือครองสินทรัพย์ เผยว่า จะมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงานและการติดอาวุธทักษะใหม่ให้พนักงานเพื่อทำงานร่วมกับเอไอ 

โดยนี่เป็นงานที่ต้องได้รับความร่วมมือสองฝ่าย จากทั้งตัวพนักงานเองและองค์กร โดยฝ่ายองค์กรได้จัดการฝึกอบรมและแพลตฟอร์มให้ พร้อมกำชับกับพนักงานว่าต้องอยู่ด้วยกันและเดินต่อไปด้วย และต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็น 

นี่จึงนำมาสู่การอบรมพนักงานด้าน Gen AI เพียงอย่างเดียวไปแล้วกว่า 20,000 คน และเปิดให้พนักงานส่วนใหญ่เข้าถึงเอไอองค์กรได้ตลอดอีกด้วย 

ส่วนสัดส่วนของพนักงานที่อยู่ในแผนนี้หัวเรือใหญ่ฝ่ายเอไอของ UOB กล่าวว่า ช่วงแรกจะอยู่ที่ 10-15% เพื่อสอดคล้องกับนโยบายของซีอีโอของ UOB ที่ว่าเอไอควรเสริมความสามารถและกระตุ้นให้คนปรับเพิ่มทักษะใหม่ (Reskill) ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ 

ด้าน DBS ธนาคารใหญ่สุดของสิงคโปร์ก็ดำเนินนโยบายเดียวกัน โดยหลังจากประกาศว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจะปลดพนักงานไปราว 4,000 คน และระงับการจ้างงานใหม่ ในตำแหน่งที่คาดว่าจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติหรือเอไอ พนักงานที่เหลืออยู่จะถูกย้ายและฝึกอบรมสำหรับตำแหน่งใหม่ (Reassign) 

นิมิช ปัญจมาเทีย หัวหน้าฝ่ายข้อมูลและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของ DBS กล่าวว่า แม้เอไอ อาจแทนที่บางงานได้ทั้งหมด แต่ผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน 

ดังนั้นจึงต้องยอมรับความจริงที่ว่าเอไอจะมาเปลี่ยนวิธีที่เราทำงานโดยพื้นฐาน บางสิ่งที่คุณทำในวันนี้ พรุ่งนี้เอไอจะทำแทนคุณได้ ซึ่งแปลว่าบทบาทของคุณในองค์กรจะเปลี่ยนไป 

นิมิช ปัญจมาเทีย เสริมว่า ระบบอัตโนมัติจะเข้ามาจัดการกับงานที่น่าเบื่อและซ้ำซาก ช่วยให้มนุษย์ไปโฟกัสกับงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการของธนาคารที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ซึ่งเอไอยังแทนไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของ DBS ก็ยอมรับว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบทั้งหมด แต่ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมักสร้างบทบาทใหม่ ๆ ขึ้นมาเสมอ แม้ว่าบางอย่างจะหายไปก็ตาม 

ยกตัวอย่างเช่นตอนที่อีเมล, Outlook และอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น หลายคนก็คิดว่างานจะหายหรือย้อนไป 20 ปีก่อน ตอนที่หุ่นยนต์เข้ามา คนก็คิดว่างานในโรงงานจะหายไป แต่มันก็ไม่หายไป นี่จึงทำให้เชื่อว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งวัฏจักรในโลกการทำงาน และคนที่ปรับตัวและความคิดสร้างสรรค์จะอยู่รอดได้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสองธนาคารใหญ่สิงคโปร์ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารอื่นๆ ทั่วโลกและถือเป็นการย้ำว่า จากนี้คนทำงานในวงการต่างๆ ต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการใช้เอไอให้เป็น เพราะผู้ที่เปิดรับ และพร้อมปรับตัว เท่านั้นจึงยังได้ทำงานในองค์กรต่อไป / channelnewsasia 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer