ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อโดยรวมชะลอตัว กลุ่มยา เวชภัณฑ์ และสุขภาพ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าจำเป็นและแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ ล่าสุด 3 บริษัทในกลุ่มเฮลท์แคร์อย่าง BLC, IP และ HL ได้รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี โดยมีทั้งตัวเลขรายได้ กำไรสุทธิ และปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจ ดังนี้

BLC ไตรมาส 2 รายได้ 399 ล้านบาท คุมต้นทุนดันกำไร 30.2 ล้าน จ่อ Test Run โรงงานใหม่

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน)  (BLC) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 บริษัททำรายได้จากการขายและบริการรวม 399.0 ล้านบาท (ลดลง 4.5% จากไตรมาสก่อน และลดลง 3.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน)

สาเหตุที่รายได้ชะลอตัวลงเล็กน้อย มาจาก 3 ปัจจัยหลัก

  • มีการตัดราคากันมากขึ้นในการประมูลขายยาให้หน่วยงานรัฐ

  • เป็นช่วงนอกฤดูกาลระบาดของโรค ทำให้คนซื้อยากลุ่มนี้ลดลงตามธรรมชาติ

  • ตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ

แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กลุ่มยาสมุนไพรกลับขายดี สวนทางภาพรวม โดยทำรายได้ไป 46.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 16.10 ล้านบาทจากปีก่อน) นำโดยครีมบรรเทาปวดเมื่อยแบรนด์ Plaivana (ไพลวาน่า) ที่ยอดขายโตถึง 18% จากการที่โรงพยาบาลหันมาใช้สมุนไพรตามนโยบายรัฐ และการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์

ด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ทำได้ 30.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.6% (เพิ่มขึ้นจาก 7.3% ในไตรมาสแรก) ผลจากการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น จ่ายภาษีน้อยลง และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ซื้อวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศได้ถูกลงราว 11%

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์

สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก (6 เดือน) BLC ทำรายได้รวม 816.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 60.6 ล้านบาท พร้อมเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.05 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นเงินรวม 30 ล้านบาท) กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน

ส่วนทิศทางครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมทดสอบเครื่องจักรโรงงานแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้ว เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต พร้อมดันสารสกัดนวัตกรรม Glucovia เข้าสู่บัญชีนวัตกรรมไทย และเตรียมออกสินค้าใหม่อีก 3 รายการ รวมถึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายให้แบรนด์ดังอย่าง เขาค้อทะเลภู และ ยาน้ำระดมพล เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น

IP กำไรไตรมาส 2 แตะ 39 ล้านบาท พุ่ง 27% ได้แรงหนุนอุปกรณ์การแพทย์โตเด่น 46%

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) (IP) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ว่า บริษัททำรายได้รวม 557 ล้านบาท (เติบโต 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และทำกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน)

รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายที่เติบโตในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ

  • กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์: เติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 46%
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์: เติบโต 10%
  • กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล: เติบโต 6%
  • กลุ่มธุรกิจร้านขายยา: เติบโต 4%

ในด้านต้นทุนบริษัทเน้นขายสินค้ากลุ่มที่มีกำไรสูง ทำให้ต้นทุนขายลดลง 1% เหลือ 319 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 236 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11%) และมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 42% จากเดิม 40%

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์

แม้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงสาขาร้านขายยาเพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 185 ล้านบาท แต่ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังแข็งแกร่ง โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7% (จากเดิม 6% ในปีก่อน)

เมื่อรวมภาพรวมช่วงครึ่งปีแรก (6 เดือน) IP มีรายได้รวม 1,119 ล้านบาท (โต 4%) และโกยกำไรสุทธิรวม 79 ล้านบาท (เติบโต 33% จากปีก่อน)

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงเดินหน้าควบคุมต้นทุน ควบคู่กับการพัฒนาโครงการทางการแพทย์แห่งอนาคต เช่น โครงการยีนส์บำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน และโครงการพัฒนายาหยอดตาแบบครบวงจร เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

HL ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 43.35% แตะ 16.80 ล้านบาท ยอดขายโตยกแผง

นายธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านขายยา (iCare, Pharmax, vitamin club และ Super Drug) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 บริษัททำรายได้รวม 557.33 ล้านบาท (เติบโต 18.06% จากปีก่อนที่มีรายได้ 472.09 ล้านบาท) และทำกำไรสุทธิ 16.80 ล้านบาท (เติบโตพุ่ง 43.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 11.72 ล้านบาท)ปัจจัยหนุนมาจากยอดขายที่เติบโตได้ดีในทุกหมวดสินค้า

  • กลุ่มสินค้าสุขภาพใช้ภายนอก เติบโตสูงสุดที่ 26.80% ตามแผนที่เน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มนี้
  • กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน เติบโต 21.21% โดยได้แรงหนุนสำคัญจากการระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสมียอดขายพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว
  • กลุ่มสินค้าบริโภค (อาหาร/เครื่องดื่มสุขภาพ) เติบโต 18.76%
นายธัชพล ชลวัฒนสกุล

ด้านการขยายสาขา ในไตรมาส 2 บริษัทเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ ฟาร์แมกซ์ สาขาอ่อนนุช พลาซ่า, ไอแคร์ สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก และซุปเปอร์ดรัก สาขา รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน ส่งผลให้มีหน้าร้านรวมเป็น 67 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยดันยอดขายให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น

สำหรับทิศทางครึ่งปีหลัง HL มั่นใจว่าตลาดร้านขายยาจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จึงตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโต 15-20% ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High)