นางสาวภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรีว่า
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและจีดีพีอาจส่งสัญญาณชะลอตัว แต่เซ็กเมนต์ระดับบนยังคงแข็งแกร่งและเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
โดยแรงขับเคลื่อนของตลาดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาหรือความคุ้มค่า แต่มาจากพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งสูง ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานชีวิต ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคงมากกว่าเดิม
เมื่อ ‘บ้าน’ คือหลุมหลบภัยทางเศรษฐกิจ
โดยข้อมูลจาก Savills สะท้อนเทรนด์การลงทุนทั่วโลกว่า กลุ่มนักลงทุนและผู้มีความมั่งคั่งสูงกำลังหันมาเลือกลงทุนในรูปแบบ Flight to Quality หรือการเน้นโยกย้ายเงินทุนไปสู่สินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูงและมีความปลอดภัยกว่า
โดยมองสินทรัพย์อสังหาฯ เป็น “Safe Haven” หรือฐานความมั่งคั่งที่มั่นคง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังคงเป็น Top Destination ของชาวต่างชาติและกลุ่ม Expat คุณภาพสูง
“ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองแค่การซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่มองเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเติบโตได้ในระยะยาว 20-30 ปีข้างหน้า โจทย์ใหญ่ของแบรนด์คือต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าทรัพย์สินนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น (Capital Gain) และสามารถส่งต่อเป็นมรดก (Legacy) ได้จริง”

ปั้น “กรุงเทพกรีฑา” เทียบชั้นคอมมูนิตี้โลก
บริษัทฯ จึงวางยุทธศาสตร์ปั้น “Sansiri Krungthep Kreetha Community” บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ให้เป็นมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัย
ด้วยการยกระดับสู่ Future Ultra Luxury District หรือย่านที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีแห่งอนาคต เทียบชั้นคอมมูนิตี้ระดับโลก
โดยตลอด 12 ปีที่ผ่านมา แสนสิริพิสูจน์แล้วว่าทำเลนี้มีศักยภาพสูงสุดในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ด้วยมูลค่าที่ดินที่เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 150-170% สูงกว่าหลายทำเลใจกลางเมือง
รวมถึงในแง่ผลตอบแทนจากการลงทุน (Investment Yield) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีในโซนนี้สร้าง Rental Yield สูงถึง 7-10% ต่อปี
โดยบ้านระดับราคา 35-39 ล้านบาท สามารถปล่อยเช่าได้เฉลี่ยกว่า 200,000 บาทต่อเดือน สะท้อนดีมานด์ที่แท้จริงจากกลุ่มครอบครัวโรงเรียนนานาชาติ (Brighton College Bangkok) และกลุ่ม Expat

เปิดตัว “นาราสิริ วิคตัวร์” 7,000 ล้านบาท
ล่าสุด เพื่อรองรับดีมานด์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงเปิดตัวโครงการแฟล็กชิปแห่งปี “นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา” (NARASIRI VICTOIRE KRUNGTHEP KREETHA) มูลค่าโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท
ภายใต้ Sansiri Luxury Collection (SLC) ระดับราคา 65–120 ล้านบาท จำนวน 94 ยูนิต บนที่ดินขนาดใหญ่ พร้อมส่วนกลางกว่า 7 ไร่ ดีไซน์สไตล์ Modern French Renaissance
โดยจากการเปิดพรีเซลล์ช่วงแรก พบข้อมูลลูกค้าที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ซื้อเป็นคนไทย 100% และเป็นกลุ่ม Young Wealth อายุเฉลี่ยเพียง 30-40 ปี ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ (Business Successor) และกลุ่มแพทย์
ซึ่งเป็น Real Demand ที่ต้องการบ้านเดี่ยวคุณภาพสูง โดยเฟสแรกที่เปิดขาย 7 หลังแรก สามารถปิดการขายไปแล้วกว่า 50% ภายในสัปดาห์แรก

โรดแมป 2569 บุกภูเก็ต-ขยายพอร์ต SLC
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายโครงการแนวราบ 22,000 ล้านบาท และยอดโอน 21,000 ล้านบาm
โดยแผนงานสำคัญในระยะถัดไป ได้แก่
- ปิดจิ๊กซอว์กรุงเทพกรีฑา : เตรียมเปิดตัว “BuGaan VoYY” บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซึ่งจะเป็นโครงการสุดท้ายบนที่ดินผืนนี้
- รุกตลาดวิลล่าภูเก็ต : เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “The Tales” โครงการวิลล่าระดับลักซ์ชัวรี (1-2 ชั้น) ในโซนเชิงทะเล-ป่าสัก ช่วงปลายไตรมาส 3 รองรับดีมานด์ต่างชาติ
- คอนโดมิเนียมระดับบน : เตรียมพรีเซลล์โครงการใหม่ย่านสุขุมวิท 51 ภายในปีนี้
ซึ่งปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอ Sansiri Luxury Collection (SLC) มีมูลค่ารวมกว่า 54,000 ล้านบาท ประกอบด้วยแนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ
