หากเอ่ยชื่อของ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS หลายคนอาจจะไม่รู้จัก
แต่รู้หรือไม่ว่า BAFS คือส่วนสำคัญที่ทำให้เครื่องบินสามารถเทคออฟขึ้นสู่อากาศได้อย่างปลอดภัย เพราะ BAFS คือผู้ที่ทำระบบจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง สมุย สุโขทัย และตราด
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเพื่อให้บริการเพิ่มเติมที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา
แต่วันนี้ BAFS ได้เป็นมากกว่า “เด็กปั๊ม” ตามที่หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าว เรียบร้อยแล้ว

การขยายครั้งนี้มีการวางแผนตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด แต่โรคระบาดทำให้แผนต้องทำเร็วขึ้น ดังนั้นตอนนี้ภายใต้ BAFS มีธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอีก 2 กลุ่มได้แก่
ธุรกิจสาธารณูปโภค และพลังงาน (Utilities & Power) ประกอบด้วย ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือ โดยโครงการระยะที่ 1 (บางปะอิน-กำแพงเพซร-พิจิตร) ระยะทาง 367 กิโลเมตรและโครงการระยะที่ 2 (กำแพงเพซร-ลำปาง) ระยะทาง 209 กิโลเมตร และยังมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนกว่า 9 แห่ง โดย 6 แห่งอยู่ในไทย และอีก 2 แห่งอยู่ที่ญี่ปุ่น
กลุ่มธุรกิจด้านการบริหารจัดการและบริการธุรกิจ (Business Solutions & Services) ซึ่งทำธุรกิจด้านดิจิทัลแบบครบวงจรที่ครอบคลุมด้านซอฟต์แวร์ อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับบริหารกระบวนการภายในองค์กร (corporate workflow management)
เป็นที่รู้กันว่าการขยายธุรกิจต้องใช้เงินทุน ซึ่งล่าสุด BAFS เพิ่มประสบความสำเร็จจากการขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท

จักรสนิท กฤษสอาดใจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงินกลุ่มบริษัท เผยว่า หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการตอบรับเพราะให้ดอกเบี้ย ช่วง 5 ปีอยู่ที่ 6.85% ในขณะเดียวกันหุ้นกู้จะเป็นส่วนที่ทำให้ฐานะทางการเงินของ BAFS แข็งเกร่งขึ้น
นอกจากจะนำส่วนหนึ่งไปใช้หนี้ให้แก่สถาบันทางการเงินแล้ว ส่วนสำคัญของหุ้นกู้ดังกล่าวจะถูกนำไปขยายธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนลงทุน 10,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้
ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้างท่อส่งน้ำมันในภาคตะวันออก รวมไปถึงการรับเทรนด์พลังงานสะอาดด้วยการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มองโกเลีย ซึ่ง BAFS เป็นบริษัทไทยกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปลงทุน

มากไปกว่านั้น BAFS ยังมองการณ์ไกลไปถึงพลังงานสะอาดอื่นๆ โดยเตรียมลงทุนเพื่อสร้างระบบน้ำมันอากาศยานชีวภาพ ซึ่งจะเป็นการลงทุนตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ
กล่าวคือ การรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรในประเทศ เพื่อป้อนโรงงานที่ผลิต ก่อนจะจัดเก็บ ตรวจสอบคุณภาพ และเติมให้กับเครื่องบิน เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ถูกคาดหวังว่า จะช่วยดันรายได้ของ BAFS ให้มีตัวเลข 7,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับเป้าหมาย 3,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2566 นี้
