Café Amazon Experience แลนด์มาร์กใหม่แห่งอารีย์พาคาเฟ่ อเมซอนสู่เชนร้านกาแฟระดับโลก
งบลงทุนระดับ 300 ล้านบาทที่ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ลงทุนไปกับร้านแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่มีชื่อว่า Café Amazon Experience แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจเนรมิต ยานแม่ (Flagship) ลำนี้ให้เป็นเพียงแค่จุดเช็กอิน หรือเป็นแค่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในย่าน ‘อารีย์’ เพียงเท่านั้น
หากมองลึกลงไปในมุมของการตลาดและการสร้างแบรนด์ Café Amazon Experience คือหนึ่งในหมากสำคัญ ของ คาเฟ่ อเมซอน ในรอบ 24 ปีที่ผ่านมาในการนำแบรนด์ร้านกาแฟสัญชาติไทยก้าวออกจากภาพจำเดิมๆ และขยับตัวเองเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก

พลิกภาพจากร้านกาแฟในปั๊มรอคนแวะ…
สู่แบรนด์ที่คนตั้งใจเดินทางมาหา
ภาพจำของ คาเฟ่ อเมซอน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาคือร้านกาแฟประจำสถานีบริการน้ำมัน เปิดต้อนรับคนเดินทางแวะพักรถ หรือซื้อกาแฟติดมือก่อนออกเดินทางต่อ
ในมุมธุรกิจโมเดลนี้แข็งแรงมากจนทำให้คาเฟ่ อเมซอนเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทย แต่ในวันที่ตลาดกาแฟแข่งขันกันอย่างดุเดือดรวมถึงเทรนด์ผู้บริโภคก็มุ่งไปที่การมองหา “ประสบการณ์ในการดื่มกาแฟ” มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ผู้คนไม่ได้แค่ตั้งใจมาแวะซื้อ แต่กลายเป็นตั้งใจเดินทางมาเพื่อดื่มด่ำไปกับประสบการณ์
Café Amazon Experience จึงกลายเป็นหนึ่งในคำตอบที่จับต้องได้ กับกลยุทธ์ในการพาร้านคาเฟ่ อเมซอน ไปสู่ Lifestyle Destination พื้นที่ที่ผู้คนตั้งใจมาใช้เวลาพักผ่อน และดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่มากกว่าการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว

สร้าง Experience Space พื้นที่ในการถ่ายทอดประสบการณ์
“เพราะผู้บริโภคพร้อมจ่ายให้กับประสบการณ์ที่พวกเขาอยากได้”
สังเกตว่าในปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยยอมจ่ายค่ากาแฟในราคาหลักร้อย ไปจนถึงหลายร้อยต่อแก้วก็มี ทั้งๆ ที่มีทางเลือกที่ถูกกว่าอีกมากมาย สิ่งที่พวกเขาจ่ายเพิ่ม คือบรรยากาศ เรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมา

อย่างในงานวันเปิดตัวCafé Amazon Experience ครั้งแรกในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา…
คาเฟ่ อเมซอน วางคอนเซปต์น่าสนใจว่านี่คือ “The Echo of Experience” การสร้างประสบการณ์ให้เหมือนเป็นความทรงจำที่สามารถสะท้อนกลับไปหาผู้บริโภคทุกครั้งที่นึกถึง Café Amazon Experience และแบรนด์คาเฟ่ อเมซอน ผ่านการปลุกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้ทำงานพร้อมกันทั้งการมองเห็น ได้ยิน สัมผัส รับกลิ่น และลิ้มรส
เริ่มกันที่การดีไซน์ Multi-Bar Concept แยกบาร์เฉพาะทาง 4 รูปแบบไว้ในร้านเดียว ได้แก่

– Coffee และ Bakery Bar อยู่บริเวณชั้น 1 ของร้าน : รวมเอาทั้งการชงกาแฟแบบ Slow Bar และ Speed Bar เข้าไว้ด้วยกัน และลูกค้าสามารถชมทุกขั้นตอนของการชงกาแฟและเครื่องดื่มได้แบบเรียลไทม์
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการที่คาเฟ่ อเมซอนนำเมนู Specialty Coffee ระดับโลกอย่าง Panama Geisha จาก Hacienda La Esmeralda ฟาร์มกาแฟระดับตำนานของโลก มาเสิร์ฟภายในCafé Amazon Experience เป็นครั้งแรก
ซึ่งเมล็ดกาแฟจากฟาร์มแห่งนี้คือผลผลิตที่สร้างชื่อให้กับกาแฟสายพันธุ์ Geisha กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมถึงสร้างสถิติการประมูลกาแฟราคาสูงที่สุดในโลกจากเวที Best of Panama 2025 จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในกาแฟที่นักดื่มทั่วโลกอยากลิ้มลองมากที่สุด
นี่คือการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการยกระดับประสบการณ์กาแฟให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเมนู Panama Geisha ยังจะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่Café Amazon Experience ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไปอีกด้วย
ส่วนของ Bakery Bar ที่นี่ยังจะมีเบเกอรี่สูตรพิเศษเฉพาะสาขาใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม รวมถึง Merchandise รุ่นพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้ด้วยเช่นกัน

– Matcha Bar และ Chocolate Bar & Roasting Experience อยู่บริเวณชั้น 2 ของร้าน : ชั้นนี้เอาใจคนรักมัตจะ และช็อกโกแลต เครื่องดื่มที่กำลังมาแรงไม่แพ้กาแฟ โดยลูกค้าและผู้ดื่มจะสามารถซึมซับประสบการณ์แบบใกล้ชิดสัมผัสขั้นตอนการชงมัตจะแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม รวมถึงวิธีการชงคราฟต์ช็อกโกแลตที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Thailand Origin Cacao ได้ในที่เดียว
รวมถึงในชั้นนี้ยังมีพื้นที่โซนคั่วกาแฟ Roasting Experience เปิดให้เรียนรู้กระบวนการคั่วกาแฟ จาก Bean-to-Cup ตั้งแต่สารกาแฟผ่านการคั่วสู่เครื่องดื่มแก้วโปรด
Immersive Experience กับโชว์เปิดตัวที่ทำให้ทุกคนยิ่งเข้าใจความตั้งใจ
ของ Café Amazon Experience เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดประสบการณ์

อีกหนึ่งไฮไลต์ในวันเปิดตัวคือโชว์ “The Harmony Echo Experience” ที่ผสาน Visual Mapping เข้ากับการบรรเลงดนตรีสด ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละบาร์ผ่านเสียงดนตรีที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ Coffee Bar, Matcha Bar, Chocolate Bar ไปจนถึง Bakery Bar ก่อนปิดท้ายด้วยการนำเสนอเมนูซิกเนเจอร์ของแต่ละโซน และมินิคอนเสิร์ตจาก อิ้งค์ วรันธร พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ ตามด้วย After Party ที่ Brewave Ari ชั้น 6 เติมเต็มประสบการณ์ของCafe Amazon Experience ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น…

ยานแม่ที่เป็นเหมือน Creative Space
พื้นที่ที่ทำให้ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ได้ทดลอง เรียนรู้
ก่อนที่จะทะยานสู่ระดับโลก
ความสำคัญอีกอย่างของCafé Amazon Experience คือการทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองหรือ Brand Laboratory สำหรับสิ่งที่ร้านสาขาทั่วไปยังไม่สามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Coffee Bar, Matcha Bar, Chocolate Bar หรือ Bakery Bar รวมถึง Brewave Ari พื้นที่ชั้นบนสุดที่ขยายประสบการณ์ของแบรนด์ไปสู่ช่วงเวลากลางคืน
ทั้งหมดนี้กำลังช่วยให้Café Amazonเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ๆ ทดลองยกระดับบริการยกระดับสินค้าใหม่ และทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ก่อนนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดในอนาคต
อารีย์ จึงเหมือนเป็นแค่จุดเริ่มต้นก่อนออกเดินทางสู่เวทีโลก ซึ่งการเลือกโลเคชั่นที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะนี่คือหนึ่งในย่านไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ คนทำงาน ครีเอเตอร์ และนักท่องเที่ยว
การสร้างแฟลกชิปสโตร์ระดับนี้ในย่านอารีย์เป็นเหมือนการก้าวเข้าสู่สนามการแข่งขันใหม่ สนามที่ไม่ได้แข่งกันด้วยจำนวนสาขา แต่แข่งกันด้วยการมอบประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค และการคุณค่าที่แบรนด์สามารถสร้างได้ในระยะยาว…

ร้านแฟลกชิปของ คาเฟ่ อเมซอน Café Amazon Experience Flagship Store Ari
ตอนนี้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์
ลูกค้าผู้คนทั่วไปสามารถเข้าไปสั่งซื้อเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และสินค้าต่างๆ
รวมถึงซึมซับประสบการณ์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป…
#CaféAmazon #Café AmazonExperienceFlagshipStore #Ari
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
