วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เมื่อ “เปรมชัย กรรณสูต” เกษียณและพ้นจากตำแหน่งประธานบริหารอย่างเป็นทางการ
พร้อมกับชื่อของ “ธรณิศ กรรณสูต” ลูกชายคนเล็ก ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหาร ระหว่างรอคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งประธานบริหารคนใหม่
ถือเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาบริหารธุรกิจของตระกูล ต่อจากผู้เป็นพ่อ “เปรมชัย กรรณสูต”
หากย้อนกลับไปยังรุ่นแรก คือ นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต หมอที่ไม่ได้เรียนมาทางวิศวกรรม แต่มีหัวของนักธุรกิจ มองเห็นโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวางรากฐานอิตาเลียนไทยขึ้นมาตั้งแต่ปี 2501
แต่ธรณิศไม่ใช่ผู้บริหารที่เพิ่งเข้ามารับไม้ต่อจากพ่อ เพราะเขาทำหน้าที่รักษาการประธานบริหาร ITD มาตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2564 หรือเกือบ 5 ปีแล้ว
ช่วงเวลานั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ITD ขณะที่เปรมชัยอยู่ระหว่างกระบวนการคดีล่าเสือ
นับจากนั้น ธรณิศทำหน้าที่รักษาการประธานบริหารต่อเนื่องมาจนถึงวันที่เปรมชัยเกษียณในเดือนตุลาคม 2569
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การส่งไม้จากพ่อสู่ลูกแบบฉับพลัน แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านที่ดำเนินมาเกือบ 5 ปีแล้ว
ธรณิศ กรรณสูต ปัจจุบันอายุประมาณ 36 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of California, Berkeley สหรัฐอเมริกา
เขาได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ ITD ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 ขณะอายุประมาณ 24 ปี ก่อนขยับขึ้นมารับตำแหน่งในสายบริหาร ทั้งผู้ช่วยประธานบริหาร รองประธานบริหารอาวุโส และรักษาการประธานบริหาร
แต่บนเก้าอี้รักษาการ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่ายสำหรับ ITD
หากดูผลประกอบการในช่วงที่ธรณิศทำหน้าที่รักษาการ จะเห็นว่า ITD ต้องเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ITD ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 4,476 ล้านบาทในปี 2565, 1,072 ล้านบาทในปี 2566 และ 5,776 ล้านบาทในปี 2567
ก่อนปี 2568 จะกลับมารายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ประมาณ 1,783 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรในปี 2568 ไม่ได้มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทมีรายได้อื่นจำนวนมากจากรายการเกี่ยวกับเงินลงทุน จึงไม่ควรมองตัวเลขกำไรดังกล่าวว่า ITD ผ่านพ้นแรงกดดันด้านผลประกอบการแล้ว
ส่วน 6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 533.86 ล้านบาท
ปัญหาของ ITD ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้มีเพียงภาวะเศรษฐกิจหรือการแข่งขันในธุรกิจก่อสร้าง
บริษัทเคยเปิดเผยถึงข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ขณะที่หลายโครงการได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างและความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและความคืบหน้าของงาน
จึงเป็นช่วงเวลาที่ธรณิศต้องบริหาร ITD ท่ามกลางทั้งปัญหาภายในบริษัทและสภาพแวดล้อมของธุรกิจก่อสร้างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน
แม้ผลประกอบการยังมีแรงกดดัน แต่ ITD ยังมีงานในมือจำนวนมาก
ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยสำหรับงวดสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า ITD มี Backlog ตามงบการเงินรวมประมาณ 126,756 ล้านบาท หรือเกือบ 1.27 แสนล้านบาท
ขณะที่รายงานประจำปีของ ITD ระบุโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน
ตั้งแต่รถไฟทางคู่เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญา 1 ช่วงเด่นชัย–งาว มูลค่างานกว่า 22,000 ล้านบาท, ทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย จตุโชติ–ลำลูกกา กว่า 17,000 ล้านบาท และทางวิ่งที่ 2 และทางขับ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา กว่า 12,000 ล้านบาท รวมถึงงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน
โจทย์ของธรณิศจึงไม่ใช่เพียงการมีงานอยู่ในมือมาก แต่ต้องส่งมอบงานให้ได้ตามแผน และเปลี่ยน Backlog ให้กลายเป็นรายได้และกำไร
ขณะเดียวกัน งานใหม่ก็ต้องหาเข้ามาเติม
ในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายเข้าร่วมประมูลเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ เช่น รถไฟทางคู่ระยะที่ 2, รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะนครราชสีมา–หนองคาย, East Expansion สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3
ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงโครงการเป้าหมายที่ ITD ต้องการเข้าร่วมประมูล ไม่ใช่งานที่บริษัทได้รับแล้ว
จึงเป็นโจทย์สองด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ งานเดิมต้องทำให้สำเร็จ ขณะที่งานใหม่ก็ต้องแข่งขันเอาเข้ามาเติม
สำหรับอิตาเลียนไทย การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร แต่เป็นอีกช่วงสำคัญของธุรกิจครอบครัวที่กำลังเดินทางมาถึงรุ่นที่ 3
และจากนี้ สิ่งที่น่าติดตามคือ เมื่อ “ธรณิศ กรรณสูต” ขึ้นมารับบทบาทที่ชัดเจนขึ้น เขาจะพาอิตาเลียนไทยเดินต่อไปในทิศทางไหน ท่ามกลางโจทย์หลายด้านที่รออยู่ข้างหน้า
