ตลาดโฆษณาดิจิทัล เปิดตัวเลขเม็ดเงินปี 2026 แตะ 32,339 ล้านบาท พร้อมชูวิสัยทัศน์เปลี่ยนผ่านสู่ ‘เศรษฐกิจการตลาดดิจิทัล’ ดึงดูดแบรนด์ให้เน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมลุยยกระดับทักษะปัญญาประดิษฐ์ให้บุคลากร ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการแย่งชิง ‘ความสนใจของผู้บริโภค’ ทั่วประเทศ
| ตลาดโฆษณาดิจิทัล 3.2 หมื่นล้าน โตอืด | ||
| ปี ค.ศ. | มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (ล้านบาท) | อัตราเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา |
| 2019 | 19,555 | 16% |
| 2020 | 21,058 | 8% |
| 2021 | 24,766 | 18% |
| 2022 | 25,729 | 4% |
| 2023 | 29,283 | 14% |
| 2024 | 31,544 | 8% |
| 2025 | 32,247 | 2% |
| 2026 (คาดการณ์) | 32,339 (ม.ค. – มิ.ย. อยู่ที่ 16,573) | 0.3% |
| ที่มา: สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ คันทาร์ (ประเทศไทย) / ตุลาคม 2026 | ||
สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) ร่วมกับ คันทาร์ (ประเทศไทย) บริษัทวิจัยการตลาดและที่ปรึกษากลยุทธ์ด้านแบรนด์ชั้นนำของโลก เผยแพร่รายงานเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลในประเทศไทย ฉบับกลางปี 2026
ตลาดโฆษณาดิจิทัลไทยซึ่งมีมูลค่าราว 32,339 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม และความผันผวนทางการเมือง ทำให้การเติบโตในปีนี้ขยับขึ้นเพียง 0.3%
คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตัวเลขในวันนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตหรือชะลอตัว แต่รูปแบบการเติบโตกำลังเปลี่ยนไปสู่อีโคซิสเต็มที่เชื่อมโยงสื่อ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
การทำธุรกิจในสภาวะเช่นนี้ การสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
| ตลาดโฆษณาดิจิทัล 3.2 หมื่นล้าน
สกินแคร์แชมป์ 4 ปีซ้อน ดันเม็ดเงินทะลุ 6 พันล้าน |
|||
| 5 กลุ่มธุรกิจที่ใช้เงินโฆษณาสูงสุด | กลุ่มธุรกิจ | เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล (ล้านบาท) | การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา |
| 1 | สกินแคร์ | 6,339 | เติบโต 19% |
| 2 | การสื่อสาร (โทรคมนาคม) | 2,374 | ลดลง -9% |
| 3 | เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ | 2,183 | ลดลง -3% |
| 4 | ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม | 2,159 | เติบโต 1% |
| 5 | ยานยนต์ | 2,037 | ลดลง -21% |
| ที่มา: สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และ คันทาร์ (ประเทศไทย) / ตุลาคม 2026 | |||
หมัดเด็ด ‘สกินแคร์’ ดึงใจนักช้อป
ความท้าทายที่แบรนด์ต้องตีโจทย์ให้แตก คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่าและมีความซับซ้อนในการใช้งานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แบรนด์จึงเปลี่ยนผ่านจากการเน้นแค่การแย่งชิงพื้นที่สื่อหรือปริมาณการลงสื่อแบบเดิม มาเป็นการเลือกใช้กลยุทธ์ที่เน้นความคุ้มค่าและประสิทธิภาพเป็นหลัก เพื่อให้เงินทุกบาทตอบโจทย์ผลลัพธ์ทางธุรกิจและสะท้อนกลับมาเป็นยอดขายจริง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือสกินแคร์ ถึงยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งในการใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ด้วยสัดส่วนสูงถึง 20% ของเม็ดเงินทั้งหมดในตลาด หรือคิดเป็นมูลค่าคาดการณ์สูงถึง 6,339 ล้านบาท พร้อมอัตราการเติบโตที่สูงถึง 19%
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้ยังเป็นหัวเจาะหลักที่ช่วยผลักดันให้กลุ่มสินค้าความงามและการดูแลตัวเองเติบโตอย่างโดดเด่นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่คาดว่าจะเติบโตถึง 39% และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เติบโต 31%
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคสามารถขับเคลื่อนความสำเร็จได้ คือการจัดสรรงบประมาณดิจิทัลเจาะลึกลงในแต่ละส่วนแบ่งตลาดและช่องทางการขาย พร้อมทั้งกระโดดเข้าไปพัฒนาตลาดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น การขยายการสื่อสารผลิตภัณฑ์กันแดดที่เดิมเน้นแค่การทาหน้า ไปสู่การทาตัว หรือการรุกเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลอายุผิว และผลิตภัณฑ์ลดผมร่วง เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจงของผู้บริโภค
สู้ต้นทุนพุ่งด้วย ‘การมุ่งเน้นประสิทธิภาพ’ มัดใจลูกค้า
หากมองเผิน ๆ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวคือการลดงบโฆษณา แต่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้วิธีการโยกย้ายงบประมาณไปยังจุดที่วัดผลได้ชัดเจนแทน
ผู้บริหารจากบริษัทตัวแทนโฆษณายืนยันว่า แบรนด์ไม่ได้งดการใช้จ่าย แต่เปลี่ยนจากการเน้นแค่การแย่งชิงพื้นที่สื่อ มาเป็นการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ แบรนด์ได้เปิดตัวการทำตลาดแบบปรับปรุงตลอดเส้นทางผู้บริโภคแบบครบวงจร แทนการล่ากลุ่มลูกค้ามุ่งหวังปลายทางเพียงอย่างเดียว
สาเหตุเพราะกลยุทธ์นี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดลูกค้าให้เห็นเหตุผลในการเลือกของแบรนด์ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และยังช่วยให้บริษัทบริหารจัดการงบประมาณในภาวะที่ความสนใจของผู้บริโภคผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สยายปีกทักษะ AI บุกตลาดการตลาดอัจฉริยะ
ทุกวันนี้การพึ่งพากำลังคนหรือการผลิตสื่อเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ปัจจุบันบุคลากรในอุตสาหกรรมกว่า 92% ได้นำเครื่องมือ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานแล้ว แม้ AI จะช่วยให้ผลิตเนื้อหาได้เร็วขึ้น แต่โอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคกลับท้าทายยิ่งกว่า
“โจทย์สำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มงบในช่องทางดิจิทัล แต่คือการออกแบบระบบการตลาดที่ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ไปจนถึงการพาณิชย์” คุณโศรดากล่าว
สร้างความผูกพันกับลูกค้าด้วยการชิงความสนใจ
ผลจากการที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันการผลิตเนื้อหามีปริมาณมหาศาล ทรัพยากรที่หายากที่สุดจึงไม่ใช่เงิน แต่คือความสนใจของผู้บริโภค
การสื่อสารไม่ได้มีไว้แค่แย่งพื้นที่สื่อ แต่ต้องรองรับทั้งการสร้างการเชื่อมโยงที่มีความหมายและการเข้าใจข้อมูลเชิงลึกทางวัฒนธรรมของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
ตลอดจนการจับกระแสเศรษฐกิจนักสร้างสรรค์ที่เข้ามาตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย และเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นผลตอบแทนทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง
ในยุคที่การแข่งขันดุเดือดขึ้น การทำธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา การเดินหมากด้วยกลยุทธ์ก้าวข้ามการมองแค่ตัวเลขเม็ดเงิน ควบคู่ไปกับการเปิดเกมรุกด้วยทักษะ AI และการสยายปีกสู่การวัดผลทางธุรกิจอย่างเต็มตัว
คือวิถีทางที่อุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลไทย กำลังขับเคลื่อน เพื่อรักษาการเติบโตและครองใจผู้บริโภคในฐานะเศรษฐกิจการตลาดดิจิทัล ให้แข็งแกร่งต่อไป
