Bow Bakery ทำความรู้จักร้านขนมในคูหาเล็กๆ ที่เติบโตเป็นธุรกิจ 500 ล้าน
Bow Bakery ชื่อนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ด้วยกระเเส ‘ครัวซองต์เซเว่น’ ที่มักจะ Sold out ในเวลาอันรวดเร็ว การันตีคุณภาพความอร่อยจนเกิดเเฮชเเท็กตามหาครัวซองต์เซเว่นกันอย่างคึกคัก เเละเเน่นอนว่า ครัวซองต์เเสนอร่อยนั้นมาจาก Bow Bakery ร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ที่เริ่มมาจากคูหาห้องเเถว ของสองสามีภรรยาที่คนหนึ่งชอบด้าน HR เเละอีกคนคือผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี
ชวนมาฟัง 3 จุดเปลี่ยนสำคัญ โบว์เบเกอรี่ ธุรกิจเล็ก ๆ ของคนคิดการใหญ่ พาขนมวางขายใน 7-Eleven พลิกจากร้านในคูหาเป็นโรงงานขนมร้อยล้านบาท
วิสิทธิ์ สดแสงเทียน (คุณดำ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์ จํากัด เล่าเรื่องราวอันน่าสนใจให้เราฟังบนเวทีสัมมนา Marketeer Forum : Turning Point สัมมนาบทเรียนจุดเปลี่ยนธุรกิจอาหาร ณ SCBX Next Stage สยามพารากอน ว่า
จุดเริ่มต้นของ Bow Bakery ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเดินทางมาถึงจุดสตาร์ท ต้องเล่าย้อนกลับไปว่า ในอดีตคุณวิสิทธิ์ประกอบอาชีพเป็นเซลส์ ทำอยู่เกือบสิบปี แม้รายได้จะดีระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกด้วยการเดินทางที่กลืนกินพลังไปพอสมควร จึงลาออกมา
ก่อนที่ รุจา สดเเสงเทียน (คุณโบว์ ภรรยา) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์ จํากัด จะชวนมาทำขนมช่วยเธอทันที เเต่ขณะนั้นคุณวิสิทธิ์มีความคิดว่า ตนไม่ได้ชอบขนมหวานเลย อีกทั้งเป็นผู้ชายจะให้ไปทำขนมขายก็ดูจะเคอะเขินไม่น้อย จึงปฏิเสธภรรยาไป แล้วไปลองทำอาชีพครูสอนวิชาพุทธศาสนาก่อน แต่ทำไปได้พักหนึ่งก็ต้องถอยออกมา เพราะรู้สึกว่ายังไม่ใช่ตัวตนเท่าใดนัก
⎣ 01 Turning Point ก้าวแรก ⎤
หลังออกจากอาชีพครู เป็นช่วงวัยสามสิบ ขณะนั้นคุณวิสิทธิ์เองก็ยังไม่รู้ว่าตนจะไปทำอะไรต่อ หันกลับมามองภรรยาที่กำลังทุ่มเทให้กับงานหลัก (ดูบัญชีช่วยธุรกิจที่บ้าน) และงานรอง (ทำเบเกอรี่ขาย) อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
คุณโบว์คือนักเรียนนอก ที่ทางบ้านเรียกกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว เธอมีความชื่นชอบเบเกอรี่เข้าขั้นหลงใหล หลังว่างจากงานหลักก็ต้องพาตัวเองเข้าครัว คลุกคลีอยู่หน้าเตาอบ ประกอบขนมที่เธอรัก แล้วส่งขายตามร้านบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งตอนนั้นความตั้งใจของคุณโบว์เพียงอยากให้คนได้ลิ้มลองของอร่อย และมีความสุขไปกับการรับประทานเช่นเธอเท่านั้น
ถอยเพื่อเตรียมพุ่งตัว
ขณะนั้นหน้าร้านเบเกอรี่ก็คือคูหาพาณิชย์ของครอบครัวคุณโบว์ ไม่มีที่จอดรถ ลูกค้าที่จะสั่งขนมต้องเดินมาสั่นกระดิ่งหน้าร้าน เป็นธุรกิจของคนตัวเล็กที่เริ่มจากการนับหนึ่งโดยเเท้
แต่เมื่อคุณวิสิทธิ์ก้าวเข้ามาช่วยกิจการเล็ก ๆ นี้ เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถจากตอนประกอบอาชีพเซลส์ ไปติดต่อขอฝากขายกับร้านดังได้ อย่างเช่น บ้านไร่กาเเฟ ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่ต่างตื่นเต้นเมื่อขนมได้วางขายในร้านเชนใหญ่
แต่ความสำเร็จไม่เคยมีใครได้มาอย่างรวดเร็ว เมื่อการฝากขายไม่ได้ทำให้ร้านเห็นตัวเลขที่ดี เเต่กลับต้องเผชิญกับสินค้าเหลือขายจำนวนมาก เพราะร้านที่ฝากขายไม่ดูแล หรือจัดวางสินค้าให้นัก
ขนมจึงขายไม่ได้ ต้องเก็บลงตะกร้ากลับบ้าน
แต่คุณวิสิทธิ์ยังไม่ยอมเเพ้ง่าย ๆ เขายอมเก็บขนมจากร้านฝากขายกลับมาก่อน แล้วหาทางไปต่อใหม่ทันที แม้การฝากขายจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่คุณวิสิทธิ์มองว่า อย่างน้อยที่สุดการฝากขายช่วยให้ลูกค้าเปิดใจกับสินค้าของตน
“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ” คุณวิสิทธิ์กล่าวพร้อมระบายยิ้ม
เมื่อได้เรียนรู้ว่าการฝากขายไม่ใช่หนทางที่ดีต่อธุรกิจนัก ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการขายขาด ขณะนั้นโบว์เบเกอรี่ส่งขายในร้านพรชัยด้วย ซึ่งถือเป็นพื้นที่โชว์สินค้าที่ดี ทำให้แบรนด์ดังหลายแห่งติดต่อมา และคุณวิสิทธิ์ก็ต้องรับหน้าที่เดิมคือดีลกับแบรนด์ร้านต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นลูกค้าระดับแบรนด์ดังทั้งนั้น เช่น สตาร์บัคส์ อินเตอร์เมซโซ่ อเมซอน และ Kudsan (คาเฟ่ของเครือเซเว่นฯ)
และการได้ก้าวเข้าไปใน Kudsan ที่เป็นเหมือนบ้านหลังย่อยของเซเว่น ช่วยต่อยอดความสำเร็จในสเต็ปต่อไป
⎣ 02 CP ติดต่อมา ⎤
ทีมซีพีติดต่อมาให้ไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ ทั้งที่ในตอนนั้นคำว่าโรงงานของโบว์เบเกอรี่ยังเป็นเพียงห้องเเถว ก็ต้องปรับกันครั้งใหญ่ เพราะซีพีเข้มงวดเรื่องนี้มาก ขณะนั้นถ้าเทียบเป็นวัยโบว์เบเกอรี่ยังถือว่าเด็กมาก แต่เป็นเด็กที่มีความตั้งใจเต็มเปี่ยม กระตือรือร้นในการเเก้ไข นี่คือจุดเเข็งที่ครูอย่างซีพีมองเห็น
หลังจากทำขนมส่งให้ร้านคัดสรร ก็ได้รับโอกาสต่อเนื่องจากซีพี ให้ไปคิดค้นพัฒนาขนมใหม่ เพื่อต่อยอดเข้าไปขายใน 7-Eleven ซึ่งโอกาสที่ได้รับนี้ช่วยให้ขนมของโบว์เบเกอรี่มียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด จนปัจจุบันรายได้บริษัทอยู่ในระดับ 500 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังทำให้ชื่อของบริษัทในสายตาผู้บริโภค เมื่อพูดถึงเบเกอรี่เซเว่น ก็ต้องคิดถึง “โบว์เบเกอรี่” กลายมาเป็นพาร์ตเนอร์ที่พัฒนา แก้ไข ใส่ใจรับฟังกันอยู่เสมอ จนเป็นคู่ค้าที่เติบโตไปพร้อมกันอย่างเเท้จริงกับซีพี
ตลอดระยะทางที่กิจการเบเกอรี่เล็ก ๆ ปรับตัว เปลี่ยนโฉม เรียนรู้ที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ต่างมีบทเรียนที่ทั้งยากและยากขึ้นไปอีก ไม่มีคำว่าง่ายในการจะเติบโตไปเป็นบริษัทใหญ่ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ และได้รับการยอมรับในระดับประเทศ
แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเหลือบ่ากว่าแรง หากมีความตั้งใจจริงเป็นที่ตั้ง
โบว์เบเกอรี่ ภายใต้การนำของวิสิทธิ์เเละรุจา สองสามีภรรยาผู้เชี่ยวชาญกันคนละด้าน เเต่กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ต่างชิ้นที่มาประกบร่องรอยซึ่งกันและกันได้อย่างพอดิบพอดี
มาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ธุรกิจ SME นี้กำลังจะเปลี่ยนคำพ่วงท้าย ‘ธุรกิจเล็ก ๆ’ เป็น ‘บริษัทเบเกอรี่กึ่งโฮมเมดกึ่งอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย’
⎣ 03 ก้าวต่อไป ไม่หยุดแค่ในไทยแต่จะไปเฉิดฉายต่างเเดน ⎤
ที่ผ่านมาในไทย Bow Bakery ได้ขยายโรงงานให้มีมาตรฐานสากลอยู่ตลอด
แต่ในสเต็ปถัดไปบริษัทตั้งเป้าจะเติบโตด้วยก้าวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีก ด้วยการไปเปิดโรงงานที่ประเทศกัมพูชา เนื่องจากลูกค้ารายสำคัญของบริษัท ซึ่งก็มีทั้ง 7-Eleven, Amazon, Starbucks ไปบุกตลาดในประเทศนั้นอยู่ก่อนเเล้ว อีกทั้งยังมองเรื่องแผนการส่งออกไปทั่วโลก
คุณวิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “กลยุทธ์การทำธุรกิจ คือ มองผู้บริโภคให้ออก มองตัวเองให้เป็น เราเก่งเรื่องอะไร จุดเเข็งเราคืออะไร ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน แล้วค่อยประกอบเข้ากับใจรัก พากเพียร เสมอต้นเสมอปลายกับมาตรฐาน และอย่าลืมวิเคราะห์สิ่งที่ตนขาดอยู่เสมอ”
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /


